นกแบล็กเบิร์ดปีกแดง 5,000 ตัว ร่วงลงมาจากฟ้าในวันแรกของปีใหม่
2011 ที่มลรัฐอาร์คันซอ
จากนั้นยังมีข่าวนกตายเป็นจำนวนมากหล่นจากท้องนภาในมลรัฐอื่นๆ
ของอเมริกาอีก แล้วก็เป็นข่าวพบปลาจำนวนมโหฬารเสียชีวิตตามท้องน้ำต่างๆ
ในสหรัฐฯ
ไม่นานต่อมามันก็ดูจะกลายเป็นปรากฏการณ์ระดับทั่วโลกไปด้วยซ้ำ
เมื่อมีรายงานเรื่องนกและปลาสิ้นชีพในเวลาใกล้ๆ กันเป็นจำนวนมาก
โผล่ขึ้นมาทั้งที่สวีเดน, อังกฤษ, ญี่ปุ่น, ไทย, บราซิล, และอื่นๆ
สัตว์ที่ถึงฆาตมีทั้งนกพิราบ, แมงกะพรุน, ปลากระพง, อีกาแจ็กดอว์, …
ดูเหมือนไม่มีสปีชี่ส์ไหนเลยที่มีภูมิคุ้มกันสามารถรอดพ้นจากความตายอัน
ลึกลับนี้ได้
พวกที่เชื่อในทฤษฎีสมคบคิด, นักทำนายวาระสุดท้ายของโลก,
และพวกหัวสุดโต่งทางศาสนา ต่างพากันออกมาตักเตือนพยากรณ์ว่า
วาระแห่งโลกาวินาศกำลังจะมาถึงแล้ว
หรือมันจะเป็นเพราะมนุษย์อวกาศกำลังทดสอบคลื่นเสียงทรงอานุภาพที่จะ
สามารถขับไล่พวกเอเลี่ยนมนุษย์ต่างดาวได้
ไม่เช่นนั้นก็อาจจะเนื่องจากกองทัพสหรัฐฯกำลังทดลองอาวุธพลังงานที่อาศัย
กำลังจากดาวเทียม
เป็นไปได้ไหมว่าสาเหตุมาจากการพ่นสารเคมี, ฝนดาวตก, หรือแผ่นดินไหว
กำลังกระตุ้นมลพิษตกค้างซึ่งมาจากคราบน้ำมันจำนวนมหาศาลที่บริษัทบีพีทำ
เปรอะเปื้อนเอาไว้ในอ่าวเม็กซิโก
คำว่า “Birds” (นก) กลายเป็นคำที่ถูกค้นหามากที่สุดบนเว็บไซต์ของหนังสือพิมพ์นิวยอร์กไทมส์
พวกบล็อกเกอร์ที่ใฝ่ใจศรัทธาคริสต์ศาสนา
พากันโหลดข้อความจากคัมภีร์ไบเบิลมาไว้ในหน้าเว็บของพวกตน
โดยเฉพาะข้อความที่อยู่ในบท 4 ของพระธรรมโฮเชยา (Hosea) ในภาคพันธสัญญาเดิม
(คัมภีร์ไบเบิลเก่า) ที่กล่าวทำนายไว้ว่า “ เพราะฉะนั้น
แผ่นดินจึงกำลังแห้งเหือด บรรดาคนที่อยู่ในแผ่นดินนั้นจะพากันเปล่าเปลืองไป
ทั้งสัตว์ป่าในทุ่ง นกในท้องฟ้า และปลาในทะเลจะถูกกวาดไปหมด”
แต่ในขณะที่การคาดเดาแพร่กระจายไปอย่างอึกทึกทั่วชุมชนและเครือข่าย
ชาวเน็ตทั้งหลายอยู่นี้
พวกผู้เชี่ยวชาญด้านชีวิตสัตว์ป่าก็ได้แต่มองตาปริบๆ
และพยายามชี้แจงด้วยเสียงเรียบๆ
“มันไม่ใช่เรื่องผิดปกติอะไรหรอก” เป็นคำกล่าวของ คริสเทน ชูเลอร์
นักวิทยาศาสตร์ซึ่งทำงานอยู่กับ ศูนย์สุขภาพสัตว์ป่าแห่งชาติ
อันเป็นหน่วยงานที่สังกัดอยู่กับ สำนักงานสำรวจทางธรณีวิทยาสหรัฐฯ (USGS)
“มันไม่ได้มีอะไรที่เป็นเรื่องโลกาวินาศ
หรือเป็นอะไรที่เกินเลยไปจากเรื่องปกติธรรมดาที่เราอาจจะสามารถพบเห็นได้ใน
สัปดาห์ใดสัปดาห์หนึ่งหรอก”
และมันก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ ในเว็บไซต์ของ USGS
มีข้อมูลซึ่งเป็นปูมบันทึกรายงานว่าด้วยนกกลุ่มต่างๆ
ที่เสียชีวิตไปในแต่ละสัปดาห์
ซึ่งปรากฏว่าแต่ละสัปดาห์ก็จะมีนกตายตั้งแต่หลายสิบตัวไปจนกระทั่งเป็นพันๆ
ตัว
เกี่ยวกับนกแบล็กเบิร์ดเสียชีวิตจำนวนมากในอาร์คันซอ
ซึ่งชาวท้องถิ่นที่นั่นมีธรรมเนียมที่จะจุดพลุดอกไม้ไฟกันอย่างเอิกเกริก
เป็นการต้อนรับวาระส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่
เจ้าหน้าที่หลายคนสันนิษฐานว่าเสียงที่ดังกึกก้องกัมปนาทดังกล่าวนี่แหละ
น่าจะทำให้ฝูงนกเกิดตื่นตระหนกจนนำไปสู่การตายหมู่
“ดูเหมือนว่าเสียงที่ดังกึกก้อง
ซึ่งมีรายงานว่าปรากฏขึ้นมาเพียงไม่นานก่อนที่พวกนกจะเริ่มร่วงลงจากท้องฟ้า
นั้น เป็นสาเหตุที่ทำให้นกเหล่านี้โผบินขึ้นมาจากที่อยู่ของพวกมัน”
ศูนย์สุขภาพสัตว์ป่าแห่งชาติของ USGS
กล่าวไว้ในคำแถลงฉบับหนึ่งซึ่งโพสต์อยู่บนเว็บไซต์ของคณะกรรมาธิการสัตว์ป่า
และปลามลรัฐอาร์คันซอ
“พลุและดอกไม้ไฟที่ถูกจุดเพิ่มขึ้นมาอีกในพื้นที่ดังกล่าว
อาจจะบังคับให้นกเหล่านี้ต้องบินด้วยความสูงที่ต่ำกว่าปกติ
และจึงชนเข้ากับบ้านเรือน, ยานพาหนะ, ต้นไม้, และวัตถุอื่นๆ
พวกนกแบล็กเบิร์ดนั้นมีสายตาที่แย่มากในตอนกลางคืน
และธรรมดาแล้วพวกมันจะไม่บินในช่วงกลางคืน”
ในมลรัฐลุยเซียนา ชูเลอร์บอกว่า อากาศที่หนาวเย็นมากน่าจะเป็นสาเหตุที่คร่าชีวิตนกราวๆ 500 ตัวของที่นั่น
ขณะเดียวกัน ที่มลรัฐแมริแลนด์ ชาวบ้านชาวเมืองที่นั่นต่างตระหนกตกใจกับข่าวที่ว่า มีปลาถึง 2 ล้านตัวตายไปในแถบอ่าวเชสซาพีก
ทว่าบรรดาเจ้าหน้าที่ได้รีบออกมาปลอบขวัญบรรเทาความวิตกของพวกเขา
โดยระบุว่าการเสียชีวิตดังกล่าวเป็นผลมาจากอากาศซึ่งหนาวเย็นลงอย่างกระทัน
หันผิดปกติ บวกกับการที่มีปลาสายพันธุ์หนึ่งที่รู้จักกันในชื่อว่า ปลาสปอต
(spot fish) มีจำนวนประชากรแน่นล้นเกินไปอยู่แล้ว
“สาเหตุต่างๆ ทางธรรมชาติดูน่าจะเป็นเหตุผลที่ทำให้ปลาเหล่านี้ตาย”
นี่เป็นข้อความที่อยู่ในคำแถลงของสำนักงานสิ่งแวดล้อมแห่งมลรัฐแมริแลนด์
“ปลาสปอตอาจจะรอดชีวิตได้ลำบากในอุณหภูมิที่หนาวเย็นลง
และความอ่อนไหวที่จะถูกคร่าชีวิตในฤดูหนาวของสายพันธุ์นี้
ก็เป็นสิ่งที่มีหลักฐานบันทึกที่สามารถพิสูจน์ยืนยันได้” คำแถลงนี้ระบุ
พร้อมตั้งชี้ด้วยว่า อุณหภูมิบนผิวน้ำของอ่าวแห่งดังกล่าวในเดือนที่แล้ว
อยู่ในระดับหนาวที่สุดในรอบ 25 ปีทีเดียว
สำหรับการเสียชีวิตของนกและปลาในที่อื่นๆ ของโลกนี้ หลายๆ กรณีกำลังอยู่ในขั้นตอนของการสืบสวนหาสาเหตุกันอยู่
ดั๊ก อิงลีย์ แห่งสหพันธ์สัตว์ป่าแห่งชาติของสหรัฐฯ
ให้ความเห็นทั่วๆ ไปว่า
สาเหตุที่พบเห็นกันบ่อยครั้งที่สุดสำหรับกรณีการตายหมู่ของพวกนกทั้งหลาย
ก็คือ การติดโรค ถึงแม้เรื่องมลพิษ ตลอดจน “อุบัติเหตุแบบธรรมดาสามัญ”
ก็อาจเป็นชนวนทำให้เกิดการถึงฆาตกันเป็นจำนวนมากๆ ได้เช่นกัน
เรื่องอย่างนี้บ่อยครั้งทีเดียวไม่ค่อยเป็นที่ตระหนักรับรู้ของมนุษย์เราๆ
ท่านๆ
เขากล่าวทางโทรทัศน์ซีเอ็นเอ็นว่า
เหตุการณ์แบบนี้ส่วนใหญ่แล้วเกิดขึ้นในพื้นที่ซึ่งไม่ได้อยู่ใกล้ๆ
ถิ่นที่อยู่ของมนุษย์ กล่าวคือไปเกิดอยู่ในป่า
แต่เนื่องจากในยุคของอินเทอร์เน็ตอย่างเช่นทุกวันนี้
มันเป็นเรื่องยากที่เรื่องอะไรก็ตามทีจะยังคงเป็นเรื่องปิดลับไม่มีผู้ใด
ทราบกันได้อีกต่อไป
เสียงเล่าขานเกี่ยวกับนกตายหมู่สามารถแพร่กระจายไปด้วยอัตราเร็วอย่างชนิด
ที่เคยปรากฏมาก่อน
“ในปี 1960 ถ้ามีนกจำนวนมากจำนวนหนึ่งเริ่มร่วงลงจากฟากฟ้า
มันอาจจะถูกสังเกตพบเห็นโดยผู้คนบางคน
มันอาจจะถูกนำไปรายงานไว้ในหน้าหนังสือพิมพ์ท้องถิ่น
ทว่ามันอาจจะไม่เคยถูกเผยแพร่ไกลไปกว่านั้น” รอเบิร์ต ทอมป์สัน
ศาสตราจารย์ด้านวัฒนธรรมป๊อป แห่งมหาวิทยาลัยซีราคิวส์
ให้คำอธิบายในเชิงวัฒนธรรมการสื่อสาร
“มาถึงเวลานี้เรื่องราวชนิดนี้บางส่วน
เนื่องจากมันออกไปทางอินเทอร์เน็ต ถ้าหากมันสามารถกระตุ้นความสนใจได้มากพอ
มันก็สามารถทำให้เรื่องราวนี้กระโจนพรวดขึ้นเป็นข่าวระดับชาติได้เลยที
เดียว” เขาบอก
“ขอให้ยอมรับความจริงกันเถอะ การที่มีนกจำนวนมากร่วงลงมาจากฟ้า
หรือปลาเยอะแยะนอนหงายท้องน่ะ มันเป็นเรื่องที่กระตุ้นความสนใจได้มากจริงๆ
นะ”
ที่มา: Manager Online
ความหมาย : มืด