รู้จักผู้หญิงตั้งครรภ์ในญี่ปุ่น

รู้จักผู้หญิงตั้งครรภ์ในญี่ปุ่น

ข้อมูลญี่ปุ่น 27 ธันวาคม 2553

Views : 6445

เรื่อง : สรวงมณฑ์ สิทธิสมาน

  เคยได้ยินว่าที่ประเทศญี่ปุ่น เราจะไม่ได้พบเห็นหญิงสาวชาวญี่ปุ่นขณะตั้งครรภ์เดินตามถนนหนทางทั่วไป ฉะนั้น การไปประเทศญี่ปุ่นครั้งนี้ ดิฉันเลยใจจดจ่อมองหาหญิงตั้งครรภ์ตลอดระยะเวลาเกือบหนึ่งสัปดาห์ ทั้งตามถนนหนทาง ห้างสรรพสินค้า สถานีรถไฟใต้ดิน ร้านอาหาร แหล่งท่องเที่ยว เรียกว่าในย่านชุมชนทั้งหลาย ซึ่งก็ไม่พบหญิงตั้งครรภ์จริงๆ
      
       แต่ที่พบมากเห็นจะเป็นบรรดาวัยรุ่น วัยหนุ่มสาวที่แต่งตัวทันสมัย ยิ่งฤดูหนาว แฟชั่นเสื้อโค้ชกับรองเท้าบู๊ธกลายเป็นสีสันหลากหลายท่ามกลางอากาศหนาวของ ดินแดนซากุระ ซึ่งก็ไม่แปลกใจ เพราะเด็กหนุ่มสาวชาวญี่ปุ่นขึ้นชื่อเรื่องผู้นำแฟชั่นอยู่แล้ว
       
       สอบถามได้ความว่า หญิงสาวที่แต่งงานไปแล้วเมื่อตั้งครรภ์จะไม่ออกไปนอกบ้าน เพราะเป็นห่วงเรื่องรูปร่างของตัวเอง เนื่องจากขณะตั้งครรภ์จะดูอุ้ยอ้ายไม่สวย ก็จะไม่ออกไปนอกบ้านเด็ดขาด เรียกว่าห่วงสวยว่างั้นเถอะ
       
       แต่อีกเหตุผลหนึ่งก็เพราะความเชื่อของคนญี่ปุ่นที่ต้องการดูแลตัวเอง อย่างเต็มที่ จะประคบประหงมดูแลลูกในท้องอย่างมาก เนื่องเพราะค่านิยมของคนญี่ปุ่นในยุคปัจจุบันมีอัตราการเกิดต่ำมาก คู่แต่งงานมักจะเลือกหนทางไม่มีลูก เมื่อมีก็มักจะมีคนเดียว ทำให้เกิดปัญหาเรื่องจำนวนประชากรไม่สมดุล เพราะอัตราการเกิดต่ำ ในขณะที่ผู้สูงอายุมีจำนวนมากขึ้น และกลายเป็นปัญหาอันหนักหน่วงของญี่ปุ่นที่กำลังเผชิญภาวะเรื่องการขาดแคลน แรงงานและมันสมองของคนหนุ่มสาววัยทำงาน
       
       และ…นั่นก็เป็นเหตุผลว่าเมื่อหญิงตั้งครรภ์เมื่อไร จึงดูแลมากเป็นพิเศษนั่นเอง
       
       พลันทำให้นึกถึงเพื่อนรุ่นน้องที่ตัดสินใจแต่งงานกับหนุ่มญี่ปุ่น และย้ายถิ่นฐานไปอยู่ในดินแดนซากุระ เธอเล่าให้ฟังเมื่อครั้งที่เธอแต่งงานว่า เรื่องค่านิยมผู้ชายเป็นช้างเท้าหน้ามีหน้าที่ทำงานหาเงินนอกบ้าน ในขณะที่ผู้หญิงเป็นแม่บ้านอยู่บ้านยังคงฝังรากลึกอยู่ในวิธีวัฒนธรรมของชาว ญี่ปุ่น แม้ปัจจุบันจะผ่อนคลายไปมาก และผู้หญิงก็ได้รับโอกาสทำงานนอกบ้านมากกว่าในอดีตก็ตาม
       
       และแม้เธอเป็นผู้หญิงไทย แต่เมื่อแต่งงานกับหนุ่มญี่ปุ่นก็จำต้องยึดธรรมเนียมปฏิบัติของชาวญี่ปุ่นอยู่ดี
       เธอเล่าว่าเมื่อครั้งที่เธอ ตั้งครรภ์ เธอได้ไปฝากครรภ์ในโรงพยาบาลแห่งหนึ่งในญี่ปุ่น ซึ่งมีการจัดโปรแกรมอบรมให้ความรู้เรื่องราวต่างๆ สำหรับหญิงตั้งครรภ์ โดยจะแบ่งตามช่วงระยะเวลาของการตั้งครรภ์ ซึ่งเธอเน้นย้ำว่ามีประโยชน์มากเหลือเกิน
       
       ทั้งยังมีโปรแกรมอื่นๆ อีกมากมาย เช่น การออกกำลังกายสำหรับหญิงมีครรภ์ การอบรมเรื่องการเลี้ยงลูกอย่างถูกวิธี การฝึกนวดทารก ซึ่งมีทั้งโปรแกรมที่มีค่าใช้จ่ายและไม่มีค่าใช้จ่าย แต่ที่นั่นจะให้ความสำคัญในเรื่องการให้ความรู้สำหรับว่าที่คุณแม่ทุกคน
       
       เวลาไปฝากครรภ์ก็เหมือนบ้าน เรา ในช่วงแรกไปพบคุณหมอสองสัปดาห์ครั้ง พอเข้าสู่ไตรมาสสุดท้ายก็จะตรวจสัปดาห์ละครั้ง พอใกล้คลอดทางโรงพยาบาลจะมีรายละเอียดส่งมาให้รู้ว่าเราเตรียมอะไรบ้าง ควรเตรียมกระเป๋าไว้ให้พร้อมตลอดเวลา เกิดอะไรขึ้นสามารถหิ้วกระเป๋าไปโรงพยาบาลได้ทันที
       
       เธอเล่าว่าในญี่ปุ่น แพทย์ไม่มีให้เลือกผ่าคลอด ส่วนใหญ่ต้องคลอดเอง นอกจากจะมีเหตุให้ต้องผ่าคลอดจริงๆ เท่านั้น ขนาดเจ็บท้องเตือนก็ไม่มีการให้ยาแก้ปวด เนื่องจากต้องคลอดเองตามธรรมชาติ ดังนั้นแพทย์ญี่ปุ่นมักจะจำกัดน้ำหนักของหญิงตั้งครรภ์ ไม่ให้น้ำหนักขึ้นเกิน 8-10 กิโลกรัม เพราะถ้าเด็กตัวโตก็จะคลอดลำบาก และน้ำหนักหลังคลอดก็ลดลงยากด้วย
       
       ส่วนรายละเอียดการตรวจแต่ละครั้งจะอยู่ในสมุดคู่มือแม่ (โบฉิเทะโจ) สมุดเล่มนี้จะสำคัญมาก คลอดลูกหนึ่งคนได้หนึ่งเล่ม ภายในจะเก็บข้อมูลทุกอย่างตั้งแต่ตั้งครรภ์ไปจนคลอด และตรวจสุขภาพลูกตามโปรแกรมเป็นระยะๆ ตารางฉีดวัคซีน การตรวจสุขภาพ เรียกว่าเป็นสมุดคู่มือบันทึกรายละเอียดทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับลูก จะบันทึกไว้หมด คล้ายๆ สมุดคู่มือสุขภาพของลูกในบ้านเรานั่นแหละ
       
       แล้วพอลูกอายุ 1 เดือนขึ้นไป พ่อแม่ก็จะไปไหว้ศาลเจ้าประจำเมือง โดยมีแม่หรือยายสวดภาวนาขอให้เด็กแข็งแรง เติบโตภายใต้การดูแลของเทพเจ้า
       
       เกณฑ์ทั่วไป จะพาเด็กผู้ชายไปในวันที่ 31 หรือ 32 หลังการคลอด ส่วนเด็กผู้หญิงจะพาไปในวันที่ 32 หรือ 33 หลังการคลอด อาจจะมีบ้างที่พาไปในวันที่ 50 หรือ 100 หลังการคลอด แต่ปัจจุบันพ่อแม่มักจะเอาฤกษ์สะดวกมากขึ้น
       
       หันมาดูหญิงตั้งครรภ์ในบ้านเราบ้าง ต้องยอมรับว่าสามารถพบเห็นหญิงตั้งครรภ์มากมายตามสถานที่ต่างๆ ไม่ว่าจะท้องอ่อนๆ หรือท้องแก่ก็ตาม
       
       จริงอยู่คนท้องไม่ใช่คนป่วย แต่หญิงตั้งครรภ์ก็ต้องดูแลตัวเองมากกว่าปกติ เพราะเรื่องสุขภาพร่างกายของแม่มีผลต่อลูกทุกประการ อะไรที่เป็นข้อดีของเขาอย่างเช่น เรื่องการให้ความสำคัญเรื่องข้อมูลความรู้เป็นเรื่องที่ภาครัฐควรให้ความ ใส่ใจเกี่ยวกับโปรแกรมของหญิงตั้งครรภ์ด้วย
       
       เพราะ…เมื่อแม่ตั้งครรภ์มีความรู้ ก็สามารถเลี้ยงลูกได้มีคุณภาพ สุดท้ายเด็กก็กลายเป็นทรัพยากรมนุษย์ของชาติต่อไป


ที่มา: ASTVผู้จัดการออนไลน์

写真 [shashin]

ความหมาย : รูปถ่าย