Hotaru no Hikari:ความจริงของสาวออฟฟิศ

Hotaru no Hikari:ความจริงของสาวออฟฟิศ

บันเทิงญี่ปุ่น 23 ธันวาคม 2553

Views : 4890


ครั้งแรกที่ได้อ่านเรื่องย่อของ “Hotaru no Hikari” หรือสาวปลาแห้ง(ในนิยามของคนญี่ปุ่น) ซีรีย์ที่ดัดแปลงบทจากการ์ตูน Hotaru no Hikaru / It's Only Little Light in My Life เขียนโดยอาจารย์ฮิอุระ ซาโตรุ (Hiura Satoru) ความรู้สึกแรกที่ตึ่งโป๊ะกลางใจทันทีคือ “นางเอกเรื่องนี้มันฉันชัดๆ” อย่าเพิ่งหมั่นไส้ไปคุณขา ได้โปรดอ่านเรื่องที่จะเล่าต่อไปนี้เสียก่อน รับรองว่าสาวๆ จะต้องเห็นด้วยแน่นอน
       
        ก่อนอื่นต้องเข้าใจนิยามของสาวปลาแห้งซะก่อน ถ้ามีคุณสมบัติตามนี้ สาวๆ ทั้งหลายเหยียบใกล้เส้นกำหนดสาวปลาแห้งซะแล้ว แต่บางคนอาจจะเป็นสาวประเภทนี้แล้วโดยไม่รู้ตัว
       
       คุณเป็นหญิงสาววัยตั้งแต่ยี่สิบกว่าขึ้นไป ?
       
       คุณทำงานในตำแหน่งที่ดี เพื่อนต่างชื่นชมในผลงานและบุคลิกภาพ?
       
       โสดสนิท ปิดตายประตูคู่รัก และที่สำคัญปลอดกิ๊ก?
       
       รักบ้าน
       
       เส้นทางการเดินทางประจำคือ บ้าน-ที่ทำงาน
       
       กลับถึงบ้านก็เข้าโหมดแปลงร่าง เป็นยายเพิ้ง หัวกระเซิง เสื้อผ้ามอซอซอมซ่อ
       
        คุณสมบัติเหล่านี้ รวมอยู่ในตัว “อาเมมิยะ โฮตารุ” ทั้งหมด ลักษณะภายนอกคือสาวออฟฟิศวัยเหยียบเลขสาม ตำแหน่งประสานงานทั่วไปในแผนกออกแบบภายใน ของบริษัทรับออกแบบยักษ์ใหญ่ สิ่งที่ใครๆ เห็นนอกบ้าน อาเมมิยะเป็นสาวทำงานมาดดี รับผิดชอบและเต็มที่กับงาน จนยากจะเชื่อว่าสาวทำงานอย่างเธอจะรักการซดเบียร์ แกล้มหมึก อ่านมังงะ(การ์ตูนญี่ปุ่น) ใส่เสื่อยืด กางเกงวอร์ม และมัดผมจุกน้ำพุ อยู่บ้านหลังจากถอดคราบสาวออฟฟิศออกแล้ว
       
        แต่ความซวยมาเยือนเมื่อลูกชายเจ้าของบ้าน(ซึ่งเป็นเจ้านายของเธอ) ต้องมาอยู่ในชายคาเดียวกันโดยบังเอิญ และบังเอิ๊ญโฮตารุก็ดันไปชอบเพื่อนในที่ทำงานอีกเสียด้วย นี่ละ ความลำบากของสาววัยทำงาน ทั้งต้องรับผิดชอบหน้าที่การงานให้เต็มที่ ก้าวอย่างมุ่งมั่นไปบนสายงานที่ทำ แล้วยังต้องวุ่นวายกับความรัก ไม่มีอะไรแย่ไปกว่านี้แล้ว(ว่าไหม?)
       
        นอกจากเรื่องรักๆ ของสาววัยเหยียบ 30 กับหนุ่มรุ่นน้องแล้ว ในเรื่อง “Hotaru no Hikari” ยังสะท้อนสังคมการทำงานของญี่ปุ่นที่มีการแข่งขันกันสูง แต่ก็มีความเอื้อเฟื้อในที ไม่มีขัดแข้งขัดขา มีบรรยากาศการทำงานที่พึงประสงค์ การให้โอกาสการทำงานเต็มที่
       
        และที่สำคัญสาวออฟฟิศญี่ปุ่นไม่ใช่ประเภทขี้แพ้ มีความมุ่งมั่นเป็นที่หนึ่ง ไม่หนีงานทั้งที่ยังทำไม่เสร็จ ยอมเป็นแพนด้าตาดำแลกกับการทำงานบรรลุ KPI (Key Performance Indicator) และให้เป็นที่ยอมรับ อย่างไรก็ตามความรักก็คือแรงผลักให้พวกเธอมีแรงเดินต่อไปได้ดีทีเดียวล่ะนะ
       
        โฮตารุไม่ได้โกหก เธอมีความเป็นตัวของตัวเองอย่างเต็มเปี่ยม แม้หลายคนจะเชื่อและลงความเห็นว่าบุคลิกภาพ(Personality) มีพื้นฐานสำคัญมาจากพันธุกรรม “ยีน” ส่งผลต่ออารมณ์และพฤติกรรม แต่จากนั้นอิทธิพลจากสิ่งแวดล้อม (Environment) สังคม วัฒนธรรม ขนบธรรมเนียม ประเพณี ภาษา การอบรมสั่งสอนจากคนรอบตัว หล่อหลอมค่านิยม ความคิด ตลอดจนทัศนคติให้เราค่อยเป็นค่อยไป
       
        แต่ด้วยพลานุภาพของสถานการณ์ (Situation) ในบางลักษณะ คือ อาชีพ ลักษณะงาน และเหตุการณ์แบบฉุกละหุก อาจจะทำให้นักบัญชีที่รักสันโดษ เมื่อต้องขายของ เข้าสังคม ต้องเฮฮา บ้าบอ เขาก็กลายเป็นคนละคนได้ โฮตารุ หรือแม้แต่สาวออฟฟิศบ้านเราก็เช่นเดียวกัน เพื่อความมั่นคงและความเชื่อมั่นในงาน สาวๆ ก็งัดความสามารถมาใช้อย่างไม่ลังเล
       
        มันไม่ใช่การจำใจ แต่มันคือความจำเป็น...ต่างหาก
       
        จึงต้องบอกอย่างภาคภูมิใจว่า “Hotaru no Hikari” เป็นเครื่องมือหนึ่งที่ช่วยให้สาวออฟฟิศคลายเครียดหลังเลิกงานได้ นอกจากจะนอนกลิ้งไปกลิ้งมาบนพื้นบ้านแล้ว ซีรีย์ที่เข้าอกเข้าใจตัวเรานั้นหายากเสียยิ่งกว่ายาก
       
        ถ้าเครียดลองเดินหาหนังสักเรื่องมาเปิดนอนเกาพุงดูอยู่บ้าน ดีกว่าการเดินชอปปิ้งบำบัด เพราะนอกจากจะไม่สบายกระเป๋าแล้ว จะยิ่งทำให้ต้องปั่นงานเพิ่มเพราะไม่พอจ่ายบัตรเครดิตด้วยนะคะ


ที่มา: Manager Online

暗い [kurai]

ความหมาย : มืด