ทันข่าวญี่ปุ่น 16 ธันวาคม 2553
Views : 2773
สพฐ.ร่วมมือญี่ปุ่น เดินหน้าโครงการให้การศึกษารับมือภัยพิบัติ ระยะที่ 2
พร้อมคัดเลือกโรงเรียนต้นแบบพื้นที่เสี่ยง 5 จังหวัด 7 แห่ง ฝึกอบรม
สร้างความตระหนัก ให้นักเรียนเรียนรู้การทำแผนที่เสี่ยงภัยในชุมชน
ซักซ้อมอพยพหนีภัย เริ่ม 20 ธ.ค.นี้ที่ ร.ร.บ้านถ้ำตลอด จ.นครศรีธรรมราช
วันนี้ (16 ธ.ค.) นายชินภัทร ภูมิรัตนเลขาธิการ
คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยว่า
การดำเนินโครงการให้การศึกษา
เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือภัยพิบัติทางธรรมชาติ ระยะที่ 1 ตั้งแต่ปี
พ.ศ.2549-2551 ตามที่กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.)
โดยสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.)
ได้ร่วมกับกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กระทรวงมหาดไทย (มท.)
และสำนักงานความร่วมมือระหว่างประเทศของญี่ปุ่น(Japan International
Cooperation Agency : JICA)
โดยร่วมมือกันสำรวจพื้นที่เสี่ยงภัยเพื่อนำร่องการพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษา
พัฒนาสื่อ และกิจกรรมการเรียนการสอน
รวมทั้งอบรมครูโรงเรียนต้นแบบในด้านการป้องกันภัยพิบัติทางธรรมชาติ
เพื่อขยายผลให้นักเรียนและชุมชนมีความรู้ความเข้าใจในการจัดการและเตรียม
ความพร้อมเผชิญสถานการณ์ดังกล่าว
และเพื่อเพิ่มศักยภาพในการป้องกันและบรรเทาภัยพิบัติ
และการให้การศึกษาเพื่อเตรียมรับมือภัยพิบัติ
โดยความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในระดับส่วนกลาง ระดับจังหวัด
ระดับอำเภอ และระดับชุมชน
โดยเนินงานโครงการความร่วมมือทางวิชาการภายใต้ชื่อ The Project on Capacity Development in Disaster Management in Thailand ร่วมกัน ระยะที่ 2 ระหว่าง พ.ศ.2553 ถึง พ.ศ.2556 ขึ้น
นายชินภัทรกล่าวต่อว่า ในระยะที่ 2 นี้ จะคัดเลือกโรงเรียนต้นแบบในพื้นที่เสี่ยงภัยนำร่อง 5 จังหวัดได้แก่ โรงเรียนบ้านช่อฟ้า อ.แจ้ห่ม จ.ลำปาง และโรงเรียนแม่แสลมวิทยา อ.เถิน จ.แม่ฮ่องสอน ซึ่งประสบภัยน้ำท่วมฉับพลัน โรงเรียนก้อหนองจัดสรร และ โรงเรียนบ้านม่วงสามปี อ.ลี้ จ.ลำพูน ซึ่งประสบภัยน้ำท่วมขัง โรงเรียนบ้านถ้ำตลอด อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งประสบภัยน้ำท่วมฉับพลัน โรงเรียนบ้านคลองไม้แดง อ.ไชยา และโรงเรียนบ้านคอเตย อ.ท่าชนะ จ.สุราษฎร์ธานี ซึ่ง
ประสบภัยน้ำท่วมขังและน้ำท่วมฉับพลัน
โดยจะเริ่มดำเนินการอบรมให้การศึกษาเกี่ยวกับภัยพิบัติทั่วไป
เพื่อสร้างความตระหนัก
ให้นักเรียนเรียนรู้การทำแผนที่เสี่ยงภัยในสถานศึกษาและชุมชนใกล้เคียง
และจินตนาการว่าหากมีน้ำป่าไหลบ่า บริเวณใดจะเป็นพื้นที่อันตราย
และบริเวณใดจะเป็นพื้นที่ปลอดภัย สำหรับอพยพหนีภัย
และจะเดินไปยังเส้นทางใดจึงจะปลอดภัย
“ปัจจุบันนี้
สถานการณ์การเกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติในประเทศไทยได้เพิ่มความถี่และทวีความ
รุนแรงมากขึ้น
การให้ความรู้แก่เด็กและเยาวชนในพื้นที่เสี่ยงต่อภัยธรรมชาติเป็นสิ่งสำคัญ
และจำเป็น
เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์ภัยพิบัติทางธรรมชาติที่อาจเกิดขึ้น
รวมทั้งเผยแพร่ความรู้ความเข้าใจในเรื่องการจัดการเพื่อป้องกันภัยธรรมชาติ
จนถึงการฝึกซ้อมหนีภัยโดยใช้สถานการณ์จำลอง เพื่อลดการสูญเสียในอนาคต
ทั้งนี้จะให้ครูร่วมกับนักเรียนและชาวบ้านในพื้นที่ซ้อมอพยพหนีภัย
ระหว่างวันที่ 20-22 ธ.ค.นี้ ณ โรงเรียนบ้านถ้ำตลอด” เลขาธิการ กพฐ.กล่าว
ที่มา: Manager Online
ความหมาย : กลุ่มคนโง่เขลาเบาปัญญา