ญี่ปุ่นเซ็งดีกรีการเมืองพุ่งปรี๊ด-จี้เร่งแก้อุปสรรค ไทยเจ๋งขยับขึ้นที่ 4 ประเทศน่าลงทุน

ญี่ปุ่นเซ็งดีกรีการเมืองพุ่งปรี๊ด-จี้เร่งแก้อุปสรรค ไทยเจ๋งขยับขึ้นที่ 4 ประเทศน่าลงทุน

ทันข่าวญี่ปุ่น 24 กุมภาพันธ์ 2553

Views : 4194

          นายซูสุมุ อุชิดะ เศรษฐกรอาวุโส และหัวหน้าสำนักงานธนาคารเพื่อความร่วมมือระหว่างประเทศญี่ปุ่น (เจบิก) ประจำประเทศสิงคโปร์ กล่าวในงานสัมมนาเพื่อนำเสนอผลการสำรวจการลงทุนในต่างประเทศของบริษัทญี่ปุ่นปี"52 ที่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ว่า จากผลสำรวจประจำปี"52 พบว่านักลงทุนญี่ปุ่นยังให้ความสนใจเข้ามาลงทุนในไทยเป็นลำดับที่ 4 รองจาก จีน อินเดีย และเวียดนาม เลื่อนขึ้นจากลำดับ 5 ในปี"51 เนื่องจากอัตราค่าจ้างอยู่ในระดับ มีศักยภาพในการเป็นฐานการผลิต ขณะที่นักลงทุนยังมีความเป็นห่วงการขาดแคลนแรงงาน เสถียรภาพทางการเมือง และการแข่งขันที่รุนแรงมากขึ้น เป็นอุปสรรคในการลงทุนที่ต้องเร่งแก้ไขโดยเร็ว

          นายวิรไท สันติประภพ รองผู้จัดการ สายงานพัฒนาและวางแผนกลยุทธ์องค์กร ตลท. กล่าวว่า จากการสำรวจความเห็นของบริษัทญี่ปุ่นจำนวน 625 บริษัท ระหว่างเดือน ก.ค.-ก.ย.52 ที่ผ่านมา นักลงทุนญี่ปุ่นมองว่าสิ่งที่เป็นอุปสรรคต่อการลงทุนในไทย 1.ไทยมีการแข่งขันสูงมาก 2.การหาบุคลากรด้านการบริการและผู้บริหารระดับกลางที่ยากลำบากขึ้น 3.ต้องเพิ่มศักยภาพบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญด้านเทคนิคและวิศวกรให้มากขึ้น 4.ความมีเสถียรภาพด้านการเมืองและสังคมที่ยังมีปัญหาอยู่ และ 5.ต้นทุนแรงงานที่มีแนวโน้มสูงขึ้น

          "นักลงทุนแสดงความกังวลต่อประเด็นการเมืองหรือเสถียรภาพทางสังคมที่อาจมีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งจากผลสำรวจจะเห็นว่า ตั้งแต่ปี"48 ปัญหาการเมืองในประเทศแทบจะไม่ติดอันดับที่นักลงทุนญี่ปุ่นให้ความสนใจ คิดเป็นสัดส่วนเพียง 1.9% แต่ตั้งแต่ปี"49 เป็นต้นมานักลงทุนเริ่มให้น้ำหนักปัญหาการเมืองมากขึ้น โดยล่าสุดปี"52 ที่ผ่านมามีความกังวลเรื่องการเมืองอยู่ในอันดับ 3 คิดเป็นน้ำหนักถึง 32%" นายวิรไทยกล่าว

            ด้านนางอรรชกา สีบุญเรือง เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) กล่าวว่า ในวันที่ 11-13 มี.ค.นี้ จะเดินทางไปโรดโชว์กับนักลงทุนญี่ปุ่น เพื่อชี้แจงนโยบายการส่งเสริมการลงทุนของรัฐบาล รวมถึงการชี้แจงสถานการณ์การเมือง โดยเฉพาะแนวทางการแก้ไขปัญหาในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุดที่เชื่อว่าจะไม่ส่งผลกระทบต่อภาพรวมอุตสาหกรรมมากนัก โดยบีโอไอตั้งเป้าปีนี้มีผู้ประกอบการยื่นคำขอรับการส่งเสริมการลงทุน 5 แสนล้านบาท โดยล่าสุดเดือนม.ค.ที่ผ่านมา มียอดการยื่นคำขอรับการส่งเสริมการลงทุนแล้ว 5 หมื่นล้านบาท

           นายชาญชัย ชัยรุ่งเรือง รมว.อุตสาหกรรม กล่าวว่า มั่นใจว่าในวันที่ 26 ก.พ. ที่จะมีการตัดสินคดียึดทรัพย์ 7.6 หมื่นล้านบาท ของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จะไม่มีเหตุรุนแรงเกิดขึ้น แต่ไม่แน่ใจว่าหลังคำตัดสินจะเกิดอะไรมากกว่านี้หรือไม่ มีนักลงทุนสอบถามเข้ามามากถึงปัญหาการเมืองและสงสัยว่าการเมืองไทยจะนิ่งหรือยัง ตนตอบนักลงทุนไปว่าการเมืองของไทยคงจะยังไม่นิ่งในเวลาอันใกล้นี้

ที่มา: http://www.norsorpor.com/ข่าว/

大喜び [OOYOROKOBI]

ความหมาย : ดีใจมาก