อนุสรณ์สถานรำลึกเส้นทางเดินทัพญี่ปุ่นคืบ - คาดเสร็จกลางปี 54
ทันข่าวญี่ปุ่น
21 พฤศจิกายน 2553
Views : 2898
นายจอริยะ อุปาระ ชาวขุนยวม วัย 77 ปี กำลังเล่าอดีตสมัยสงครามโลก ครั้งที่ 2 ที่ทหารญี่ป่นล้มตายที่ อ.ขุนยวม กว่า 3,000 นาย
เทศบาลตำบลขุนยวม เร่งสร้างอนุสรณ์สถานมิตรภาพไทย-ญี่ปุ่น แหล่งเรียนรู้สงครามโลก ครั้งที่ 2 แห่งความทรงจำ และแหล่งท่องเที่ยว
พ่อเฒ่า “จอริยะ อุปาระ” ชาวขุนยวมวัย 77 ปี ย้อนอดีตเห็นทหารญี่ปุ่นล้มตาย
กว่า 3,000 ศพ ถูกนำไปฝังแถบสนามกีฬาขุนยวม
นายศักดิ์ชัย สุภาษา นายกเทศบาลตำบลขุนยวม อ.ขุนยวม จ.แม่ฮ่องสอน
กล่าวถึงความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานมิตรภาพไทย-ญี่ปุ่น อ.ขุนยวม
มูลค่า 20 ล้านบาทว่า ขณะนี้คืบหน้าไป 30%
แล้วในสัญญาจะแล้วเสร็จประมาณเดือนกรกฎาคม 2554
ซึ่งอนุสรณ์สถานมิตรภาพไทย-ญี่ปุ่น ที่อำเภอขุนยวม
จะเป็นสถานที่แห่งเดียวของจังหวัดแม่ฮ่องสอน และเป็นหนึ่งเดียวในประเทศไทย
เชื่อว่าหากสร้างเสร็จจะสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวชาวไทยและต่างชาติ
โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่น
เดินทางเข้ามาเที่ยวและศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับสมัยสงครามโลก ครั้ง ที่ 2
ที่ อ.ขุนยวม และยังเป็นสถานที่สักการะบรรพษุรุษของชาวญี่ปุ่น
ที่มาทิ้งชีวิตไว้ในพื้นที่อำเภอขุนยวมมากกว่า 3,000 นาย นายกเทศบาลตำบลขุนยวม ระบุว่า
การก่อสร้างอนุสรณ์สถานมิตรภาพไทย-ญี่ปุ่น อ.ขุนยวม
ขณะนี้ทางเทศบาลตำบลขุนยวม ได้สร้างความเข้าใจแก่ราษฎรในพื้นที่มาตลอดเวลา
เพื่อให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวในพื้นที่อำเภอขุนยวม นอกเหนือจากดอยแม่อูคอ
(ทุ่งบัวตอง) ที่จะเบ่งบานเพียง 45 วัน บ่อน้ำร้อนบ้านหนองแห้ง ต.เมืองปอน
ที่ใช้งบประมาณไทยเข้มแข็ง 19 ล้าน ดำเนินการปรับปรุง
ด้าน นายจอริยะ อุปาระ อายุ 77 ปี บ้านเลขที่ 400 หมู่ที่ 1
ต.ขุนยวม อ.ขุนยวม จ.แม่ฮ่องสอน เล่าให้ฟังว่า
อำเภอขุนยวมเป็นเส้นทางเดินทัพทหารญี่ปุ่น สมัยสงครามโลก ครั้งที่ 2 ในปี
2486 ทหารญี่ปุ่นได้ก่อสร้างเส้นทางเชื่อมระหว่างเชียงใหม่-แม่ฮ่องสอน
ผ่านบ้านแม่มาลัย อ.แม่แต่ง จ.เชียงใหม่ มายัง อ.ปาย อ.เมืองแม่ฮ่องสอน
อำเภอขุนยวม-บ้านห้วยต้นนุ่น ไปจนถึงเขตแดนติดกับพม่า
นายจอริยะ เล่าอีกว่า
การสู้รบกันระหว่างทหารญี่ปุ่นกับกองกำลังผสมของฝ่ายพันธมิตร
คือกองทัพอังกฤษ และอินเดีย ซึ่งทหารญี่ปุ่น ถูกโอบล้อมและถูกตีแตก
จนไม่สามารถรวมตัวกันได้ ต้องล่าถอยเข้ามาในเขตไทย ประมาณกลางปี 2488
มีทหารญี่ปุ่นที่เจ็บป่วย และบาดเจ็บถูกลำเลียงเข้ามารักษาตัวที่วัดม่วยต่อ
บางส่วนก็ไปอาศัยตามวัด-บ้านเรือนราษฎรในพื้นที่ อ.ขุนยวม เป็นจำนวนมาก
ในที่สุดทหารญี่ปุ่นที่บาดเจ็บเริ่มล้มตาย เพราะขาดอาหารและยารักษาโรค
รวมทั้งเจ็บป่วยและเป็นไข้มาลาเรีย เป็นจำนวนมาก
ในช่วงที่เขาอายุประมาณ 10-11 ขวบ
ได้เข้ามาวิ่งเล่นภายในวัดม่วยต่อ อ.ขุนยวม
ซึ่งเป็นสถานพยาบาลรักษาทหารญี่ปุ่น ที่เจ็บป่วยจากการเป็นไข้ป่า
และไข้มาลาเรีย เห็นทหารญี่ปุ่นเสียชีวิต มากกว่า 3,000 นาย
ซึ่งมีการนำศพไปฝังไว้ ที่บริเวณสนามกีฬา อ.ขุนยวม (ในปัจจุบัน)
ที่อยู่ติดกับอนุสรณ์สถานมิตรภาพไทย-ญี่ปุ่น นายจอริยะ กล่าวว่า ที่ผ่านมามีอดีตทหารญี่ปุ่น สมัยสงครามโลก
ครั้งที่ 2 ที่มักจะเดินทางเข้าดูสถานพยาบาล ที่วัดม่วยต่อ อ.ขุนยวม
เป็นประจำทุกปีถึงกับร้องไห้
เนื่องจากยังมีความทรงจำตอนที่บาดเจ็บนอนรักษาตัวอยู่ที่สถานพยาบาล