เจ้าหนูยืนฉี่ สถานีรถไฟ Hamamatsucho ณ โตเกียว
ท่องเที่ยวญี่ปุ่น
17 พฤศจิกายน 2553
Views : 9884
ก่อนจะไปดูเจ้าหนูมาดูกันก่อนว่า สถานีรถไฟ ฮามะมะสึโจ อยู่ตรงไหนของโตเกียว??
อยู่
บนเส้นทางเดียวกับรถไฟ JR ยามาโนเทะ (สายสีเขียวอ่อน)
ที่วิ่งเป็นวงกลมรอบเมืองโตเกียวครับ นั่งมายังไงก็ไม่หลง
ถ้าไม่ขึ้นผิดขบวนซ่ะก่อน
ให้สะดวก มาแล้วเจอเจ้าหนูเลย
ก็ต้องนั่งรถสายยามาโนเทะ มาถึงสถานีฮามะมะซึโจ ก็ลงรถ..
เมื่อปี พ.ศ. 2495 การรถไฟญี่ปุ่น หรือ JNR-Japan
National Railways (แปรรูปเป็นเอกชนในปี 2530 เปลี่ยนชื่อเป็น JR Group)
มีอายุครบ 80 ปี ทางผู้บริหารเลยสั่งให้สถานีของ JNR ทุกแห่ง ทำกิจกรรม
หรือตกแต่งอะไรซักอย่างในสถานีเป็นพิเศษ เพื่อร่วมฉลองในโอกาสนี้
พนักงาน
สถานีฮามะมะสึโจ ก็ออกไอเดียจะจัดสวนน้ำพุบนชานชลาสถานี
เพื่อให้ผู้โดยสารที่เดินทางได้เห็นอะไรน่ารัก ๆ ให้อมยิ้มกันเล็ก ๆ
ก่อนไปทำงาน
จังหวะเหมาะที่ คุณหมอฟัน ฮิคารุ โคบายาชิ
บริจาครูปปั้นเจ้าหนูยื่นฉี่ให้สถานีพอดี ก็เลยเอามาร่วมร่างกัน
กลายเป็นอนุสาวรีย์เจ้าหนูยืนฉี่อวดแหนมตุ้มจิ๋วให้ผู้โดยสารดูมากว่า 50
ปีแล้ว
รูปปั้นฉบับดั้งเดิมที่ คุณหมอโคบายาชิ
บริจาคให้ทำด้วยดินเผา แนวเดียวกับรูปปั้นเด็กยืนฉี่แบบปูนพลาสเตอร์
ที่เห็นได้ตามสวนหน้าบ้านหรู ๆ บางหลัง
จน 16 ปีต่อมา
คงสึกกร่อนไปตามเวลา และคิดว่าคงไม่มีญี่ปุ่นมาถูขอหวย
ทางสถานีเลยเปลี่ยนเป็นรูปปั้นที่ทำด้วยบรอนซ์
อยู่ยั้งยืนยงมาจนถึงทุกวันนี้
ส่วนเรื่องการใส่เสื้อผ้าให้
มันเริ่มขึ้นเมื่อปี 2498 จากความซุกซนของเด็กน้อยคนหนึ่ง
ที่เอาหมวกสีแดงไปสวมให้ตุ๊กตาเด็กยื่นฉี่ แล้วแม่บ้านอีกคนมาเห็นเข้าชอบใจ
เลยขอปวารณาตัวเป็นแม่ยก ตัดชุดมาใส่ให้
ทำติดต่อกันมาไม่ได้ขาดจน
เธอเสียชีวิตเมื่อปี 2528
จนกลายเป็นสัญลักษณ์ว่าเจ้าหนูคนนี้ต้องมีชุดเปลี่ยน
ชาวบ้านรอบสถานีก็เลยตั้งกลุ่มอาสาสมัคร
ตัดชุดมาเปลี่ยนให้เจ้าหนูทุกวันที่ 26 ของเดือน เป็นประจำตั้งแต่บัดนั้น
คำว่า Shoben Kozo ที่เป็นชื่อเจ้าหนูคนนี้ เห็นตาม Blog ต่าง ๆ เค้าแปลกันว่า เจ้าเด็กฉี่แสนซน นี่แหละ
เจ้าหนูโชเบน มีพี่ชายฝาแฝดที่เกิดก่อนร่วม 300 ปี อยู่ที่เบลเยี่ยมด้วยครับ
ชื่อ Manneken Pis ( http://en.wikipedia.org/wiki/Manneken_Pis )
ใครเคยไปเที่ยง กรุงบรัสเซลส์ คงมีโอกาสได้ไปดูมาแล้ว
เพราะเป็น Landmark ชื่อดังของเมืองเค้าเลยนะ เป็นต้นแบบของรูปปั้นเด็กยื่นฉี่ ที่วางประทับสวนทั่วโลกเลยนะนี่
มีเปลี่ยนชุดเหมือนกันด้วย
เจ้าหนูจะเปลี่ยนชุดใหม่ ทุกวันที่ 26 ของทุกเดือน
แต่ละเดือน ชุดจะไม่ซ้ำกัน และ ชุดของแต่ละปี ก็จะไม่ซ้ำกันด้วย แต่ Theme ของชุดในแต่ละเดือน จะไปในแนวเดียวกัน
ผมได้รูปชุดเจ้าหนู ประจำปี 2551 มาครบ 12 เดือน
มาเริ่มดูไล่เดือนกัน
เริ่มจาก เดือนมกราคม ฉลองขึ้นปีใหม่ กันด้วย กิโมโน และ ฮาคะมะ (Hakama) กันเต็มยศ
เดือนกุมภาพันธ์ เดือนแห่งความรัก และเดือนที่ถือว่าหนาวที่สุดในญี่ปุ่น
เ้จ้าหนูเลยต้องแต่งองค์กันลมหนาวให้ครบ
เดือนมีนาคม.. ไม่มีเทศกาลอะไรสำคัญ
จะแต่งเป็น ตุ๊กตาฮินะ รับวันเด็กผู้หญิง ก็คงไม่ไหว
เดือนเมษายน.. ซากุระบานแล้ว
และเป็นช่วงเปิดเทอมของนักเรียนญี่ปุ่น
ก็เลยรวมกันเป็นชุด เด็กอนุบาลถือช่อดอกซากุระ
เดือนพฤษภาคม.. ตรงแนวที่สุด ก็ต้องแต่งตัวรับวันเด็กผู้ชาย 5 พ.ค.
ปี 51 เลยแต่งเป็นหนูน้อยเอี๊ยมแดงจอมพลัง คินทะโระ ถือธงปลาโค่ย
เจ้าหนูโชเบน แต่งชุดประจำเดือนพฤษภาคม อีกรูปนึง แต่เป็นของปี 2550
มาแบบเรียบร้อย เสื้อผ้าครบ แต่ยังโชว์สัญลักษณ์ของวันเด็ก(ผู้ชาย)
คือ หมวกกระดาษ กับ ธงปลาคาร์พ (Koinobori)
เดือน มิถุนายน
จะเข้าหน้าร้อนแล้ว ฟ้าใส แดดดี ยังไม่มีฝนกระหน่ำ ก็ต้องถึงเวลาที่เด็ก ๆ จะออกไปซนนอกบ้าน
เด็กผู้ชายก็ไปจับปลา (อันนี้ของปี 2551)
ถ้าไม่ไปจับปลา ก็ไปขุดผัก หาด้วงกว่างมาชนกัน
(เล่นเหมือนเด็กไทยเลย)
ุชุดนี้เป็นของ มิ.ย. ปี 2550
เดือน กรกฏาคม เดือนแห่งทุ่งดอกไม้บานรับแสงตะวัน
เดือนสิงหาคม ปีที่แล้ว มีจัดปักกิ่งเกมส์ โอลิมปิคที่จีน
เจ้าหนูเลยต้องใส่ชุดนักปิงปอง เชียร์นักกีฬาญี่ปุ่นกันหน่อย
เห็นว่าเป็นความหวังเหรียญทองของเค้านิ แต่ไม่แน่ใจว่าได้รึเปล่า ไม่ได้ตามข่าวเลย..
เดือนกันยายน ฤดูไต้ฝุ่นเข้า ฝนกระหน่ำ
บางทีก็ปาเข้าไปอาทิตย์ละลูก
เ้จ้าหนูอยากช่วยเหลือชุมชน เลยใส่ชุดหน่วยกู้ภัยซ่ะ
แ่ต่ของ ก.ย. ปี 2550 กลายเป็นชุดนักตกปลาไปซ่ะแล้วฮิ
ตุลาแล้ว.. เริ่มเข้าช่วงใบไม้แดง
คงมีงานเทศกาลอะไรซักอย่าง เกิดขึ้นช่วงนั้น ขออภัยยังหาข้อมูลไม่เจอ
เจ้าหนูเลยใส่ชุดโบราณแบบนี้
เดือนพฤศจิกา คงมีการระลึกถึงนักดับเพลิง หรือ หน่วยกู้ภัยอะไรซักอย่าง
เลยแต่งชุดแบบนี้
ดูจากเดือน พ.ย. ปี 50
เจ้าหนูแต่งชุดนักดับเพลิงเต็มยศเลยครับ
ส่งท้ายกันด้วยเดือนธันวาคม สุดท้ายของปี
ที่มา: คุณ NumAromDee จากกระทู้ Pantip