การขอ VISA
Link สถานฑูตฯ และรายละเอียดการขอ VISA ญี่ปุ่น http://www.th.emb-japan.go.jp/th/consular/visaindex.htm
ปกติถ้าไม่ติดอะไร VISA จะออกให้ภายใน 2 วันทำการ เช่นขอวันจันทร์ตอนเช้า จะได้วันพุธตอนบ่าย
ถ้าขอเป็นครั้งแรก ทางสถานฑูตจะโทรไปสอบถามที่บ้านหรือที่ทำงาน เพื่อขอยืนยันสถานะของเรา
สิ่ง
สำคัญที่สุดในการที่จะได้วีซ่า คือ
การแสดงให้สถานฑูตญี่ปุ่นเห็นว่าเรามีความมั่นคงในฐานะหน้าที่ของเราที่
เมืองไทยเป็นอย่างดี ไม่มีความเสี่ยงที่จะหนีไปทำงานที่นู่น
เรื่องนี้สำคัญกว่าตัวเลขเงินในบัญชีธนาคารครับ
ไม่จำเป็นต้องทำงานบริษัทใหญ่โต ขอแค่มีอาชีการงานทำอยู่ประจำ
มีรายได้สม่ำเสมอ
ที่แสดงให้ดูโดยตัวเลขเงินโอนเข้าบัญชีเงินฝากที่ต้องมีเข้ามาตลอด ไม่ได้
Fake เรื่องงาน
ส่วนเรื่องจำนวนเงินที่เหลือในบัญชีเป็นเรื่องรอง จะน้อยจะมากไม่สำคัญเท่ากับว่าบัญชีคุณมีเงินเข้าสม่ำเสมอรึเปล่า
ถ้าทำอาชีพส่วนตัว ก็ควรต้องมีการจดทะเบียนการค้า และมีสถานีที่ประกอบธุรกิจที่แน่นอน แนบรูปร้านไปด้วยก็ได้
ถ้าเป็นนักเรียนนักศึกษา ก็ต้องกำลังเรียนอยู่จริง สามารถตรวจสอบสถานภาพได้
ถ้าไม่ได้ประกอบอาชีพ มีคนออกค่าใช้จ่ายให้ ก็ต้องระบุความสัมพันธ์ และ เอาหลักฐานหน้าที่การงานของผู้อุปการะมาให้ดู
ถ้าไม่ได้ทำอะไรเลย แต่ถูกหวย หรือ รับมรดกมาเยอะ ก็ต้องเอาหลักฐานทรัพย์สมบัติไปแสดงให้สถานฑูตดูเหมือนกัน
ถ้าไปเยี่ยมญาติ ก็ต้องเตรียมเอกสารที่ระบุความสัมพันธ์กับญาติเราไปให้พร้อม มีรูปถ่ายกับญาติก็เอาไปด้วยก็ดี
ผู้หญิงเดินทางกันเอง จะน่าสงสัย และใช้เวลาพิจารณานานหน่อย
ก็ต่อเมื่อคุณไม่สามารถแสดงหลักฐานหน้าที่การงาน ธุรกิจ หรือ การศึกษา
ที่ชัดเจนให้สถานฑูตทราบได้ ซึ่งก็อาจจะโดนเรียกสัมภาษณ์ หรือ
ขอเอกสารเพิ่ม
ยุ่งนิดเพราะมีสาวไทยหลายคน หนีไปทำอาชีพขายสมบัติพ่อแม่ที่นู่นกันเยอะ จนชื่อเสียงสาวไทยฉาวโฉ่ไปหมด
กรณี
ขอ VISA ท่องเที่ยว (ไม่ใช่กรณีไปเรียนหนังสือ อบรม ฝึกงาน หรือ
เยี่ยมญาติ) ถ้าไม่จำเป็นจริง ๆ
ไม่แนะนำให้คนที่ญี่ปุ่นเขียนจดหมายรับรองให้
เพราะอาจทำให้ระยะเวลาในการพิจารณาวีซ่านานกว่าปกติ
เนื่องจากสถานฑูตจะต้องใช้เวลาตรวจสอบความสัมพันธ์ระหว่างเรากับคนที่รับรอง
นั้นให้แน่ใจซ่ะก่อนว่าไม่ใช่เป็นแก๊งค้ามนุษย์
เรียงเอกสารตามลำดับ
ที่เค้าแนะนำไว้ในเว็ปสถานฑูต เอาไปให้ครบ
เอกสารอันไหนที่ไม่แน่ใจว่าเค้าจะเอารึเปล่า ก็ติดไปก่อนเหอะ
เหลือดีกว่าขาด อันไหนที่เค้าไม่ใช่ ก็จะคืนให้เราเองนั่นแหละ
สถานฑูตเปิด 8.30 ไปกดบัตรคิวตั้งแต่สถานฑูตเปิดเลยจะดีที่สุด เพราะคนขอกันเยอะ คิวยาวกันทั้งปี
ตั๋วเครื่องบิน
จองที่นั่งไว้ก่อน ให้ได้ VISA แล้วค่อยไปออกตั๋ว เพราะสถานฑูตญี่ปุ่นไม่ได้ต้องการตั๋วไปโชว์ประกอบการขอเหมือนบางประเทศ
แค่ต้องการชื่อสายการบิน กับชื่อสนามบินที่เราจะบินเข้าประเทศ เอาไปกรอกในใบคำร้องขอ VISA เท่านั้น
สาย
การบิน หรือ ชื่อสนามบินที่ระบุไว้ในใบขอ VISA เวลาบินจริง
จะไม่ตรงกันก็ได้ ถ้าถูกหวย โดน ตม. ถามก็บอกว่าเปลี่ยนแผน
เค้าไม่ว่าอะไรตรงนี้หรอก (แต่ก็ไม่เห็นใครเคยโดนถามเรื่องนี้ซักทีนะ)
ราคา
ตั๋วไปญี่ปุ่น รวมภาษีสนามบิน และค่าน้ำมันแล้ว ราคาปกติแบบไม่มีโปรโมชั่น
จะอยู่ระหว่าง 18,000 ถึง 2 หมื่นกว่าบาท แล้วแต่เงื่อนไขของตั๋ว
และเอเจนซี่ที่เราติดต่อซื้อ
สายการบินหลัก ๆ ที่มีบินไปญี่ปุ่นทุกวัน
- TG, JAL, ANA แพงที่สุด แต่เวลาบินดีที่สุด ขาไปเครื่องออกดึกถึงเช้า ขากลับออกบ่าย หรือ ค่ำ ๆ บางเที่ยวก็แชร์เครื่องกัน
- SQ ราคากลาง ๆ จะถูกเมื่อซื้อเป็นคู่ขึ้นไป เวลาดีเฉพาะขาไป ออกดึกถึงเช้า ส่วนขากลับออกแต่เช้าจนแทบผวากลัวตกเครื่อง
- UA, NW จะมีโปรโมชั่นขายถูกออกมาเกือบทั้งปี บินตรง แต่เวลาขาไปไม่ค่อยดี ออกกันแต่เช้าตรู่ ดีที่ขากลับ ออกเย็น ๆ เหมือน TG
- CX, CI ราคาถูกที่สุด แต่ต้องแวะเปลี่ยนเครื่องที่ฮ่องกงหรือไต้หวัน เลยใช้เวลาบินกันทั้งวันทั้งขาไปและกลับ บินกลางวันซ่ะด้วย
จริงแล้วยังมีสายการบินอื่นอีกหลายสาย แต่ไม่ได้บินทุกวัน
ที่มา: คุณ NumAromDee จากกระทู้ Pantip
ความหมาย : มืด