การขอวีซ่าท่องเที่ยว

การขอวีซ่าท่องเที่ยว

ท่องเที่ยวญี่ปุ่น 15 พฤศจิกายน 2553

Views : 6506


การขอ VISA

Link สถานฑูตฯ และรายละเอียดการขอ VISA ญี่ปุ่น http://www.th.emb-japan.go.jp/th/consular/visaindex.htm

ปกติถ้าไม่ติดอะไร VISA จะออกให้ภายใน 2 วันทำการ เช่นขอวันจันทร์ตอนเช้า จะได้วันพุธตอนบ่าย
ถ้าขอเป็นครั้งแรก ทางสถานฑูตจะโทรไปสอบถามที่บ้านหรือที่ทำงาน เพื่อขอยืนยันสถานะของเรา

สิ่ง สำคัญที่สุดในการที่จะได้วีซ่า คือ การแสดงให้สถานฑูตญี่ปุ่นเห็นว่าเรามีความมั่นคงในฐานะหน้าที่ของเราที่ เมืองไทยเป็นอย่างดี ไม่มีความเสี่ยงที่จะหนีไปทำงานที่นู่น

เรื่องนี้สำคัญกว่าตัวเลขเงินในบัญชีธนาคารครับ

ไม่จำเป็นต้องทำงานบริษัทใหญ่โต ขอแค่มีอาชีการงานทำอยู่ประจำ มีรายได้สม่ำเสมอ ที่แสดงให้ดูโดยตัวเลขเงินโอนเข้าบัญชีเงินฝากที่ต้องมีเข้ามาตลอด ไม่ได้ Fake เรื่องงาน
ส่วนเรื่องจำนวนเงินที่เหลือในบัญชีเป็นเรื่องรอง จะน้อยจะมากไม่สำคัญเท่ากับว่าบัญชีคุณมีเงินเข้าสม่ำเสมอรึเปล่า

ถ้าทำอาชีพส่วนตัว ก็ควรต้องมีการจดทะเบียนการค้า และมีสถานีที่ประกอบธุรกิจที่แน่นอน แนบรูปร้านไปด้วยก็ได้

ถ้าเป็นนักเรียนนักศึกษา ก็ต้องกำลังเรียนอยู่จริง สามารถตรวจสอบสถานภาพได้

ถ้าไม่ได้ประกอบอาชีพ มีคนออกค่าใช้จ่ายให้ ก็ต้องระบุความสัมพันธ์ และ เอาหลักฐานหน้าที่การงานของผู้อุปการะมาให้ดู

ถ้าไม่ได้ทำอะไรเลย แต่ถูกหวย หรือ รับมรดกมาเยอะ ก็ต้องเอาหลักฐานทรัพย์สมบัติไปแสดงให้สถานฑูตดูเหมือนกัน

ถ้าไปเยี่ยมญาติ ก็ต้องเตรียมเอกสารที่ระบุความสัมพันธ์กับญาติเราไปให้พร้อม มีรูปถ่ายกับญาติก็เอาไปด้วยก็ดี

ผู้หญิงเดินทางกันเอง จะน่าสงสัย และใช้เวลาพิจารณานานหน่อย ก็ต่อเมื่อคุณไม่สามารถแสดงหลักฐานหน้าที่การงาน ธุรกิจ หรือ การศึกษา ที่ชัดเจนให้สถานฑูตทราบได้ ซึ่งก็อาจจะโดนเรียกสัมภาษณ์ หรือ ขอเอกสารเพิ่ม
ยุ่งนิดเพราะมีสาวไทยหลายคน หนีไปทำอาชีพขายสมบัติพ่อแม่ที่นู่นกันเยอะ จนชื่อเสียงสาวไทยฉาวโฉ่ไปหมด

กรณี ขอ VISA ท่องเที่ยว (ไม่ใช่กรณีไปเรียนหนังสือ อบรม ฝึกงาน หรือ เยี่ยมญาติ) ถ้าไม่จำเป็นจริง ๆ ไม่แนะนำให้คนที่ญี่ปุ่นเขียนจดหมายรับรองให้ เพราะอาจทำให้ระยะเวลาในการพิจารณาวีซ่านานกว่าปกติ เนื่องจากสถานฑูตจะต้องใช้เวลาตรวจสอบความสัมพันธ์ระหว่างเรากับคนที่รับรอง นั้นให้แน่ใจซ่ะก่อนว่าไม่ใช่เป็นแก๊งค้ามนุษย์

เรียงเอกสารตามลำดับ ที่เค้าแนะนำไว้ในเว็ปสถานฑูต เอาไปให้ครบ เอกสารอันไหนที่ไม่แน่ใจว่าเค้าจะเอารึเปล่า ก็ติดไปก่อนเหอะ เหลือดีกว่าขาด อันไหนที่เค้าไม่ใช่ ก็จะคืนให้เราเองนั่นแหละ

สถานฑูตเปิด 8.30 ไปกดบัตรคิวตั้งแต่สถานฑูตเปิดเลยจะดีที่สุด เพราะคนขอกันเยอะ คิวยาวกันทั้งปี
 



ตั๋วเครื่องบิน

จองที่นั่งไว้ก่อน ให้ได้ VISA แล้วค่อยไปออกตั๋ว เพราะสถานฑูตญี่ปุ่นไม่ได้ต้องการตั๋วไปโชว์ประกอบการขอเหมือนบางประเทศ
แค่ต้องการชื่อสายการบิน กับชื่อสนามบินที่เราจะบินเข้าประเทศ เอาไปกรอกในใบคำร้องขอ VISA เท่านั้น

สาย การบิน หรือ ชื่อสนามบินที่ระบุไว้ในใบขอ VISA เวลาบินจริง จะไม่ตรงกันก็ได้ ถ้าถูกหวย โดน ตม. ถามก็บอกว่าเปลี่ยนแผน เค้าไม่ว่าอะไรตรงนี้หรอก (แต่ก็ไม่เห็นใครเคยโดนถามเรื่องนี้ซักทีนะ)


ราคา ตั๋วไปญี่ปุ่น รวมภาษีสนามบิน และค่าน้ำมันแล้ว ราคาปกติแบบไม่มีโปรโมชั่น จะอยู่ระหว่าง 18,000 ถึง 2 หมื่นกว่าบาท แล้วแต่เงื่อนไขของตั๋ว และเอเจนซี่ที่เราติดต่อซื้อ

สายการบินหลัก ๆ ที่มีบินไปญี่ปุ่นทุกวัน

 - TG, JAL, ANA แพงที่สุด แต่เวลาบินดีที่สุด ขาไปเครื่องออกดึกถึงเช้า ขากลับออกบ่าย หรือ ค่ำ ๆ บางเที่ยวก็แชร์เครื่องกัน

 - SQ ราคากลาง ๆ จะถูกเมื่อซื้อเป็นคู่ขึ้นไป เวลาดีเฉพาะขาไป ออกดึกถึงเช้า ส่วนขากลับออกแต่เช้าจนแทบผวากลัวตกเครื่อง

 - UA, NW จะมีโปรโมชั่นขายถูกออกมาเกือบทั้งปี บินตรง แต่เวลาขาไปไม่ค่อยดี ออกกันแต่เช้าตรู่ ดีที่ขากลับ ออกเย็น ๆ เหมือน TG

 - CX, CI ราคาถูกที่สุด แต่ต้องแวะเปลี่ยนเครื่องที่ฮ่องกงหรือไต้หวัน เลยใช้เวลาบินกันทั้งวันทั้งขาไปและกลับ บินกลางวันซ่ะด้วย


จริงแล้วยังมีสายการบินอื่นอีกหลายสาย แต่ไม่ได้บินทุกวัน


ที่มา: คุณ NumAromDee จากกระทู้ Pantip

暗い [kurai]

ความหมาย : มืด