นิสสันขยายแนวรุก ตลาดรถยนต์ไฟฟ้าอีกครั้ง

นิสสันขยายแนวรุก ตลาดรถยนต์ไฟฟ้าอีกครั้ง

เทคโนโลยี ญี่ปุ่น 14 พฤศจิกายน 2553

Views : 4364


ดูเหมือนว่าการเปิดตัวของ LEAF กลายเป็นรถยนต์ไฟฟ้าในสายการผลิตรุ่นแรกของโลก จะเป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้นในการเปิดตลาด EV หรือ Electric Vehicle ของแบรนด์ดังจากญี่ปุ่น เพราะว่านิสสันยังเตรียมรุกตลาดประเภทนี้อย่างต่อเนื่อง โดยมีทั้งหมด 3 รุ่น ซึ่งจะทยอยเปิดตัวก่อนปี 2014
       
       ที่ประกาศออกมาแล้วก็คือ New Mobility Concept ส่วนอีก 2 รุ่นที่จะเปิดตัวตามมาจากคำกล่าวของ Pierre Loing คือ ซับคอมแพกต์แบบสปอร์ตที่จะตีตราขายผ่านทางแบรนด์อินฟินิตี้ และอีกรุ่นเจาะกลุ่มรถยนต์อเนกประสงค์ด้วยตัวถังแบบแวน สำหรับใช้ในการขนส่งเชิงพาณิชย์
       
       การเผยภาพของรายละเอียดผลผลิตรถยนต์พลังไฟฟ้ารุ่นต่อไปอย่าง New Mobility Concept ถือว่ามีความน่าสนใจ เพราะนี่ไม่ใช่งานที่เดินหน้าเพียงคนเดียว แต่เป็นการดำเนินงานภายใต้กรอบการทำงานร่วมกันระหว่างนิสสันกับพันธมิตรที่ ใกล้ชิดอย่างเรโนลต์
       
       เพราะแม้ว่าจะดูเป็นของใหม่ แต่ New Mobility Concept ไม่ได้ใหม่อะไรเลย เพราะเป็นการนำต้นแบบ Twizy ของค่ายเรโนลต์มารีเมก และทางเรโนลต์เองก็มีกำหนดนำ Twizy คันจริงออกขายในยุโรปช่วงปลายปี 2011 ด้วยเช่นกัน โดยมองว่าแปะแบรนด์ไหน สมรรถนะของตัวรถก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไร สามารถทำระยะทางต่อการชาร์จ 1 ครั้งได้ 100 กิโลเมตร และสามารถขับเคลื่อนด้วยความเร็วสูงสุด 75 กิโลเมตร/ชั่วโมง
       
       ตรงนี้จะว่าไปแล้วก็เป็นความได้เปรียบในเรื่องของการร่วมพัฒนาเพื่อ ลดต้นทุนในการผลิตทั้งในเชิงของระยะเวลาและเงินลงทุน เหมือนกับที่ทางกลุ่ม PSA (เปอโยต์และซีตรอง) บุกตลาดรถยนต์พลังไฟฟ้า โดยอาศัยการจับมือกับทางมิตซูบิชิในการนำรุ่น i-MiEV มารีแบรนด์ขายทั้งคันในชื่อ iOn สำหรับเปอโยต์ และ C-Zero สำหรับซีตรอง
       
       สำหรับ New Mobility Concept มาพร้อมกับคอนเซ็ปต์ 4 ประการในการพัฒนาตัวรถ คือเรื่องของ Innovative-นวัตกรรมในการออกแบบตัวรถในสไตล์ 2 ที่นั่งซึ่งกะทัดรัดและรองรับความต้องการที่หลากหลาย
       
       ตามด้วย Easy-ความสะดวกในการใช้งาน เพราะตัวถังมีขนาดพอเหมาะสำหรับการใช้งานในเมืองทั้งการขับหรือการจอด, ความปลอดภัย-Safe แม้จะเป็นตัวถังแบบ 2 ที่นั่ง แต่ก็ให้ความปลอดภัยในการใช้งานที่เหนือระดับจากมอเตอร์ไซค์ และสุดท้ายคือความสะอาด-Clean ด้วยคุณลักษณะที่ไม่เหมือนใครของรถยนต์พลังไฟฟ้าซึ่งไม่มีการคายก๊าซไอเสีย ออกมา ก็เลยทำให้กลายเป็นยานยนต์ที่ไม่ก่อให้เกิดผลกระทบต่ออากาศ และสิ่งแวดล้อมในขณะที่มีการใช้งาน
       New Mobility Concept ถูกออกแบบมาเพื่อให้ใช้งานง่ายชนิดที่ไม่ว่าคนแก่หรือผู้หญิงก็สามารถขับได้ เช่นเดียวกับตัวถังที่มีความแคบทำให้สามารถซอกซอนไปตามเส้นทางที่แคบๆ ในเมืองใหญ่ของญี่ปุ่น และยุโรปได้ ขณะที่ความกะทัดรัดของตัวถังยังช่วยเพิ่มอัตราการไหลของสภาพการจราจรใน ชั่วโมงเร่งด่วน เพราะรถยนต์ที่มีขนาดตัวถังสั้น จะกินพื้นที่บนถนนน้อยลง ทำให้การเคลื่อนตัวของการจราจรทำได้ง่ายขึ้น
       
       นอกจากนั้นยังมีความทันสมัยกับแนวคิด “Seamless mobility service” ตัวรถสามารถเชื่อมต่อกับเครือข่ายของระบบการสื่อสารในเมืองใหญ่ รวมถึงระบบการขนส่งและการคมนาคมได้ เพื่ออำนวยความสะดวกในการใช้งาน
       
       นิสสันเผยว่า การเป็นผู้นำในตลาดรถยนต์ปลอดมลพิษ หรือ ZEV-Zero Emission Vehicle เป็นเป้าหมายที่มีความสำคัญสำหรับทั้งนิสสัน และพันธมิตรอย่างเรโนลต์ โดยนิสสันประสบความสำเร็จในขั้นแรกไปแล้วกับการผลิต LEAF ออกมาขายในตลาดโลกทั้งญี่ปุ่นและสหรัฐอเมริกา รวมถึงบางประเทศในยุโรป
       
       ที่ผ่านมา นิสสันได้จับมือกับพันธมิตรมากกว่า 80 รายทั่วโลกที่มีความเกี่ยวพันกับเทคโนโลยีทางด้านการขับเคลื่อนแบบปลอดมลพิษ ซึ่งนั่นก็รวมถึงหน่วยงานทางภาครัฐ และบริษัทที่ผลิตระบบสาธารณูปโภคเพื่อรองรับกับการใช้งานของรถยนต์พลังไฟฟ้า การนำแบตเตอรี่แบบลิเธียม-ไอออนซึ่งเป็นแหล่งพลังงานสำคัญของรถยนต์พลัง ไฟฟ้ากลับมาใช้อีกครั้งเพื่อลดปัญหาการกำจัดแบตเตอรี่ที่เสื่อมสภาพ รวมถึงการนำวัสดุรีไซเคิลมาใช้ในการผลิตชิ้นส่วนตัวถังของรถยนต์พลังไฟฟ้า
       
       แม้ในทศวรรษหน้าจะถูกมองว่าเป็นยุคที่รถยนต์พลังไฟฟ้ากำลังจะเติบโต แต่จากการสำรวจของเจดี เพาเวอร์ แอนด์ แอสโซซิเอตส์ พบว่ารถยนต์ประเภทนี้ยังจะต้องเจอกับกำแพงที่ค่อนข้างหนาซึ่งจะต้องฝ่าทะลุ ไปให้ได้ โดยเฉพาะเรื่องการทำความเข้าใจกับบรรดาผู้บริโภค ซึ่งยังตั้งแง่อยู่กับการใช้งาน
       
       แน่นอนว่าเหตุผลทั้งในเรื่องการออกแบบที่ดูไม่สวย ความกังวลต่อระยะทางในการขับสำหรับการชาร์จ 1 ครั้ง ความสะดวกในการใช้งาน เพราะในปัจจุบันระบบสาธารณูปโภคของรถยนต์พลังไฟฟ้า เช่น แท่นชาร์จสาธารณะยังมีไม่มีแพร่หลายพอ รวมถึงสมรรถนะของตัวรถ และความทนทานต่อระบบถือเป็นเรื่องที่จะต้องเกิดขึ้นอยู่แล้วกับการเข้ามาของ เทคโนโลยีใหม่
       
       ก็ต้องดูต่อไปว่านิสสันและผู้ผลิตรถยนต์พลังไฟฟ้ารายอื่นจะสามารถ ทลายกำแพงตรงนี้ลงได้เร็วแค่ไหน เพราะอย่างรถยนต์ไฮบริดก็ต้องใช้เวลาร่วม 10 ปีนับจากที่โตโยต้า พริอุส เปิดตัวในปี 1997 กว่าที่จะทำยอดขายได้ครบ 1 ล้านคันทั่วโลก


ที่มา: Manager Online

お手洗い [otearai]

ความหมาย : ห้องน้ำ