คำถาม
จากผู้อ่านท่านหนึ่ง
ถามถึงกรณีที่ผู้นำญี่ปุ่นหลายคนเดินทางไปบูชาศาลเจ้ายะสุคุนิในกรุงโตเกียว
ทั้งที่ทราบว่า
หลายประเทศที่เคยมีปัญหาถูกญี่ปุ่นรุกรานไม่ชอบการกระทำอย่างนี้
ทำไมถึงยังทำ นิติภูมิมีคำอธิบายอะไรไหม?
ตอบ อัน
นี้เป็นพิธีกรรมของศาสนาชินโต ซึ่งเป็นศาสนาประจำชาติญี่ปุ่นครับ
คำว่าชินโตแปลว่า วิถีเทพเจ้า ศาสนาเดิมของคนญี่ปุ่นไม่มีชื่อเรียก
เป็นแต่เพียงพวกลัทธิต่างๆ ส่วนใหญ่ถือเวทมนต์คาถาบ้าง
เป็นลัทธิเพื่อความอุดมสมบูรณ์ของพืชพันธุ์ธัญญาหารบ้าง
เป็นการบูชาธรรมชาติบ้าง หรือเป็นการบูชาบรรพบุรุษบ้าง
ต่อ
มา อิทธิพลของหลายศาสนาจากจีนแผ่ขยายกระจายเข้ามาในญี่ปุ่น มีทั้งขงจื้อ
เต๋า และพระพุทธศาสนา คนญี่ปุ่นจึงปรับปรุงวิถีปฏิบัติให้เป็นแบบของตัวเอง
เป็นศาสนาของตัวเอง และตั้งชื่อว่า ‘ศาสนาชินโต’ และเพื่อให้มีความแตกต่างไปจากศาสนาอื่น ชินโตจึงเป็นศาสนาที่ไม่มีศาสดา
ชินโต
เป็นศาสนาที่ไม่มีคำสอนเรื่องโลกหน้า ไม่มีเรื่องชีวิตหลังความตาย
และไม่พูดถึงเรื่องการติดต่อกับวิญญาณของผู้ตาย
คำสอนของชินโตเป็นเรื่องที่เกี่ยวดองหนองยุ่งกับชีวิตครับ
โดยเฉพาะอย่างยิ่งต้องเป็นชีวิตในโลกนี้เท่านั้น
ชินโต
ถือว่าวิญญาณเป็นอมตะ เมื่อมนุษย์ตายแล้ว วิญญาณก็จะไปหาร่างใหม่
เหมือนเป็นการเปลี่ยนเครื่องแต่งตัวใหม่
ส่วนดวงวิญญาณของบรรพบุรุษที่ไม่ได้ไปเกิดในร่างใหม่จะวนเวียนอยู่กับ
ญาติมิตร คอยร่วมสุข ร่วมทุกข์อยู่ด้วยกันในครัวเรือน
ถ้าต้องการให้ดวงวิญญาณเหล่านั้นมีความสุข
ญาติมิตรที่ยังไม่ตายจะต้องทำความดี
และผลแห่งความดีก็จะส่งถึงดวงวิญญาณนั้น การทำอย่างนี้
คนที่ปฏิบัติจะได้รับพรจากดวงวิญญาณเป็นการตอบแทน
แต่คนที่ยังไม่ตายทำความชั่ว ผลแห่งความชั่วก็จะส่งถึงดวงวิญญาณ
และดวงวิญญาณก็จะลงโทษ
ที่ผู้อ่านท่านถามมาเรื่องทำไมนายกรัฐมนตรีของญี่ปุ่นต้องไปสักการะศาลเจ้ายะสุคุนิ?ขอตอบว่า เพราะศาลนี้เป็นศาลเจ้าที่สร้างเพื่ออุทิศแก่วีรชนเป็นจำนวนมาก
และคนญี่ปุ่นต้องทำพิธีกรรมตามหลักของศาสนาชินโตหลายอย่าง
อย่างแรกเลยต้องบูชาธรรมชาติ
ประชาชนคนญี่ปุ่นเชื่อว่าธรรมชาติทั้งหลายที่เทพเจ้าทรงสร้างขึ้นมานั้น
ล้วนมีคะมิซึ่งเป็นวิญญาณของเทพเจ้าสถิตย์อยู่ด้วย
ญี่ปุ่นจึงบูชาธรรมชาติและปรากฏการณ์ของธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นดวงอาทิตย์
ดวงจันทร์ ดวงดาว ลม พายุ ฟ้าร้อง ฟ้าผ่า ภูเขา แม่น้ำ ทะเล น้ำตก ต้นไม้
ต้นหญ้า ก้อนหิน และสัตว์ต่างๆ
แม้แต่เครื่องมือเครื่องใช้ในการประกอบอาชีพนี่ คนญี่ปุ่นก็ยังบูชาด้วย
นอกจาก
บูชาเทพเจ้าแล้ว พวกญี่ปุ่นยังบูชาบรรพบุรุษ
บรรพบุรุษที่คนญี่ปุ่นบูชาเป็นสุริยเทพีที่มีพระนามว่าอะมะเตระสุ
พระจักรพรรดิยิมมูซึ่งเป็นจักรพรรดิพระองค์แรก และจักรพรรดิองค์ต่อๆ
มาทุกพระองค์
คน
ญี่ปุ่นต้องบูชาวีรชนคนที่ทำความดีทั้งหลาย
ใครก็ตามที่ประกอบอาชีพซื่อสัตย์ ไม่หลอกลวงประชาชน ไม่คดโกงประชาชน
คนญี่ปุ่นถือว่าเป็นคนดีที่ควรยกย่องและเป็นเทพเหมือนกันหมด
ด้วยเหตุผลนี้นี่ยังไงละครับ
คนญี่ปุ่นจึงสร้างศาลเจ้าที่อุทิศแก่วีรชนเป็นจำนวนมาก
ญี่ปุ่น
เชื่อว่าพระจักรพรรดิและคนญี่ปุ่นทั้งหมดสืบเชื้อสายมาจากสุริยเทพี
คนชาตินี้จึงถือว่าพวกตนเป็นเผ่าพันธุ์ของสวรรค์
และแผ่นดินของตัวเองเป็นแผ่นดินที่เทพเจ้าทรงสร้างประทานให้
ความเชื่ออย่างนี้เหมือนกับพวกยิวนะครับ
ทำให้ทั้งยิวและญี่ปุ่นเป็นพวกรักชนชาติ รักแผ่นดิน
ส่วนญี่ปุ่นนั้นก็จงรักภักดีต่อจักรพรรดิสูงมาก
ศูนย์กลางของการบูชาในศาสนาชินโตได้แก่ศาลเจ้าอิซุโมะที่ชายทะเลญี่ปุ่นใกล้
แหลมเกาหลี และศาลเจ้าที่เมืองอีเสะซึ่งเป็นศาลแห่งสุริยเทพี
ศาลเจ้าของญี่ปุ่น ภาษาอังกฤษก็คือ shrine ออกเสียงว่า ‘ฌไรน’ ศาล
ทำด้วยไม้ มักจะมีห้องเดี่ยว หรือบางทีก็มีห้องโถงอยู่ห้องหนึ่ง
เป็นห้องที่ยกพื้นสูงและมีขั้นบันไดเข้าทางด้านข้าง หรือด้านหน้า
ในห้องนี้จะมีกระจกเงา กระจกเงาคือเครื่องหมายแห่งปัญญาของสุริยเทพี
มีดาบซึ่งเป็นอาวุธของเทพซูซาโนะโอะ ทั้งกระจกและดาบนี่แหละครับ
เป็นเครื่องหมายสำคัญของศาสนาชินโต
ที่มา: http://www.norsorpor.com/%E0%B8%82%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A7/t1878094/%B7%D3%E4%C1%B9%D2%C2%A1%CF+%AD%D5%E8%BB%D8%E8%B9%B5%E9%CD%A7%E4%BB%C8%D2%C5%E0
ความหมาย : สุนัข