"Hokkaido" นมสดสไตล์ญี่ปุ่น อุ่นเครื่อง เตรียมสตาร์ท

อาหารญี่ปุ่น 21 ตุลาคม 2553

Views : 4894


   “เราเป็นบริษัทเล็ก มีเงินลงทุนจำกัด จึงมองว่าการใช้กลยุทธ์แฟรนไชส์จะเข้ามาช่วยธุรกิจได้ทั้งการขยายสาขา การบริหารงานบุคคล เมื่อได้อบรมแฟรนไชส์แล้วทำให้เรามองภาพเปลี่ยนไปจากเดิมซึ่งแตกต่างกันมาก ทำให้รู้ว่าอะไรที่ต้องเร็วหรือต้องช้า หรือต้องปรับเพื่อเป็นฐานในการก้าวสู่รูปแบบแฟรนไชส์ในอนาคต”

     วรวิทย์ วงศ์แสนประเสริฐ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฮอกไกโด โมริโมโตะ จำกัด เจ้าของแบรนด์ฮอกไกโด กล่าวกับ “ผู้จัดการ 360 องศา รายสัปดาห์” ในวันที่ธุรกิจเครื่องดื่มประเภทนมสดสไตล์ฮอกไกโด ประเทศญี่ปุ่น ภายใต้แบรนด์ “Hokkaido” (ฮอกไกโด) ได้ขยายสาขาถึง 6 สาขา ภายในระยะเวลา 1 ปี ซึ่งเป็นการออกตัวเร็วในช่วงครึ่งปีหลังมานี้ เป็นจังหวะที่เขาเริ่มมองกลยุทธ์แฟรนไชส์ที่จะเข้ามาขับเคลื่อนธุรกิจเพื่อ การเติบโตในวันข้างหน้า
       
       ภายใต้แนวคิดแฟรนไชส์ ( Franchise Concept) ประกอบด้วย 3 ส่วน Knowledge Management , Team Management , Brand ซึ่ง วรวิทย์ กำลังขับเคลื่อนทั้ง 3 ส่วนนี้ไปพร้อมๆ กัน
       
       หากมองกันที่คอนเซ็นต์ธุรกิจ (Business concept) คือการมอบความสุขในการรับประทานอาหารอร่อยแบบ Hokkaido ควบคู่ไปกับการมีส่วนร่วมทำให้สุขภาพของคนในครอบครัวแข็งแรง
       
       “สินค้า Hokkaido ต้องมีประโยชน์ต่อร่างกาย ความเป็นไปได้ในระยะยาวธุรกิจเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เป็นข้อผูกพันในระยะยาวจะเริ่ม Green Project จากแพกเกจจิ้ง เช่น ขวดนมที่ดื่มแล้ว ติดต่อหน่วยงานที่ไม่ใช่แค่การรีไซเคิลแต่นำไปใช้ทำประโยชน์ต่อเช่น เฟอร์นิเจอร์และบริจาคให้กับโรงเรียนต่างๆ”




       *** ที่มาธุรกิจ จับ 2 กระแสหลัก สุขภาพ - ญี่ปุ่น มาแรง ***
       
       วรวิทย์ กล่าวถึงที่มาของธุรกิจว่า เป็นการแตกไลน์ของธุรกิจครอบครัวที่ทำด้านโลจิสติกส์มาสู่ธุรกิจอาหาร ด้วยมองเป็นธุรกิจที่ได้รับผลกระทบค่อนข้างน้อยเมื่อมีปัจจัยใดๆ เข้ามากระทบก็ตาม แต่ยังมีรายได้เข้า เมื่อเทียบกับธุรกิจอื่นๆ หรือแม้แต่ธุรกิจโลจิสติกส์ที่ดำเนินการอยู่ โดยได้ร่วมกับพี่สะใภ้ชาวญี่ปุ่นและมองธุรกิจอาหารและมาลงตัวที่ธุรกิจนม ด้วย 2 กระแสหลัก คือ 1.ผู้บริโภคใส่ใจเรื่องสุขภาพ และรัฐบาลส่งเสริมการดื่มนม 2. กระแสสินค้าญี่ปุ่นที่ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี จึงเป็นที่มาของธุรกิจร้านนมสไตล์ฮอกไกโด
       
       วรวิทย์ ขยายความว่า ที่เป็นนมสไตล์ฮอกไกโด เพราะคุณภาพของน้ำนมดิบของวัวจากฟาร์มที่ถูกเลี้ยงดูด้วยอาหารที่ดีและ ธรรมชาติของเกาะทำให้มีคุณภาพน้ำนมที่ดี และฟาร์มส่วนใหญ่เป็นฟาร์มออร์แกนิกส์ ดังนั้นนมจากฮอกไกโดจึงเป็นนมที่คุณภาพบวกกับกระบวนการผลิตที่ยังคงความสด ใหม่ของนมเป็นอย่างดี
       
       แต่สำหรับแบรนด์ฮอกไกโดในส่วนของน้ำนมได้คอนแทรกฟาร์มมิ่งกับฟาร์ม โคนมในประเทศไทยที่เตรียมก้าวสู่การเป็นออร์แกนิคส์ แต่กระบวนการผลิตนั้นเป็นโนว์ฮาวจากฮอกไกโดที่คงความสดใหม่ของนม ซึ่งอนาคตมุ่งสู่การเป็นนมออร์แกนิคส์ด้วยคุณประโยชน์ที่ลูกค้าจะได้รับแล้ว ความแตกต่างของความเป็นผลิตภัณฑ์ออร์แกนิคส์ได้สร้างความชัดเจนและแตกต่าง จากสินค้าทั่วไปแม้จะเป็นประเภทเดียวกันก็ตามแต่ยังไม่มีรายใด
       
       ปัจจุบันบริษัทมีการนำเข้าวัตถุดิบจากญี่ปุ่น 50 % และอีก 50% เป็นวัตถุดิบภายในประเทศ ซึ่งส่วนที่นำเข้านั้นเป็นวัตถุดิบที่ใช้ในกระบวนการผลิต เช่น การผลิตขนมปังจะเป็นกลิ่น ชีส ที่นำเข้ามาเพื่อให้ได้ความเหนียวนุ่มของขนมปังตามสไตล์ฮอกไกโด รวมถึงกระบวนการผลิตด้วย
       
       ปัจจุบันฮอกไกโดมี 3 กลุ่มผลิตภัณฑ์ ประกอบด้วย 1. นม 2. เบเกอรี่ แบรนด์ Mori Moto 3. กาแฟ แบรนด์ Organizze และเร็วๆ นี้เตรียมเพิ่มอีก 2 กลุ่มคือ ไอศกรีมและ ฟิวชั่น ฟู้ดส์ ประเภทอาหารญี่ปุ่น เช่น โจ๊ก ทั้งนี้การเพิ่มความหลากหลายของสินค้านั้นเพื่อสอดคล้องกับพื้นที่ ด้วยบางพื้นที่มีที่นั่ง (Setting ) ในรูปแบบชอป แต่ในบางทำเลเป็นคีออสสำหรับ Take Home



       *** สร้างความต่างสินค้า คุณภาพ - แพกเกจจิ้ง ***
       
       ฮอกไกโด มีความโดดเด่นเรื่องแพจเกจจิ้ง ที่ วรวิทย์ ให้ความสำคัญเป็นอับดับต้นๆ ควบคู่กับคุณภาพผลิตตภัณฑ์ ที่บอกว่าบางครั้งความล่าช้าของกลุ่มสินค้าใหม่ทั้งๆ ที่ R&D เรียบร้อยแล้วก็เกิดจากการรอแพกเกจจิ้ง ที่เขาให้ความสำคัญกับแพกเกจจิ้ง เพราะว่า เกิดจากการเก็บข้อมูลจากซัปพลายเออร์ ผู้บริโภคและจากการเดินทางไปที่ต่างๆ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ จึงนำมาดีไซน์และสร้างเป็นบุคลิกของแพกเกจจิ้งขึ้นมา เช่น กลุ่มเบเกอรี่ มีความสดใสและมี pop up ประกอบ หรือโยเกิร์ต กลุ่มลูกค้าเป็นผู้หญิงก็ดีไซน์เป็นกระปุกคลายกระปุกเครื่องสำอางค์ แม้แต่กาแฟที่เน้นขวด การให้สีดำ สีทอง ที่บอกถึงความเรียบหรู
       
       “แพกเกจจิ้งเหมือนเป็น Innovative ต้องต่างจากที่มีในตลาดแม้จะไม่หมดทุกตัว แต่พยายามให้เห็นความต่าง โดยดูไปพร้อมกับทาร์เก็ตที่เน้นกลุ่มผู้หญิงวัยทำงานตอนต้นแพกเกจจิ้งจึง เห็นสนองตอบกับลูกค้าหลัก แต่ด้วยโปรดักส์ที่เป็นนมเสริมกับแพกเกจจิ้งที่แปลกตาก็ทำให้ได้รับความสนใจ ไปด้วย”
       
       ส่วนตู้เรียงสินค้าเป็นเคาท์เตอร์กระจกความยาวกว่า 3 เมตรในบางสาขานั้นเป็นที่มาของการโชว์แพกเกจจิ้งแล้ว ยังเป็นการสต๊อกสินค้าได้ดีอีกด้วยกรณีที่พื้นที่จำกัดแต่ได้กลายเป็นจุดดึง สายตาของลูกค้าในการเลือกซื้อสินค้าได้ดี
       
       วรวิทย์ ให้ความดีความชอบของแพกเกจจิ้งและดิสเพลย์ภายในร้านมาจาการสังเกตุ เท่านี้ยังไม่พอสังเกตุแล้วต้องนำมาปรับใช้ให้เข้ากับสถานการณ์ เพราะไม่มีสูตรสำเร็จ เช่น การปรับจากแพกเกจจิ้งของญี่ปุ่นซึ่งสินค้าบางตัวแพกเกจจิ้งมีมูลค่าสูงกว่า สินค้าถึง 10 เท่าตัวก็มีและได้รับการตอบรับจากลูกค้า แต่เมื่อนำมาปรับใช้จึงให้น้ำหนักไปที่แพกเกจจิ้ง แต่ไม่ลืมเรื่องคุณภาพสินค้า เพราะคุณภาพสินค้าจะทำให้เกิดการซื้อซ้ำ ไม่ใช่การดึงดูดความสนใจเพียงครั้งแรกจากแพกเกจจิ้งเท่านั้น
       
       *** อีก2 ปี ขยายแฟรนไชส์ 300-400 ราย จ่อคิวลงทุน ***
       
       ปัจจุบันฮอกไกโดมีสาขาที่ขยายการลงทุนด้วยบริษัทเองจำนวน 6 สาขา ได้แก่ โฮม เวิร์ก ราชพฤกษ์ เอ็มโพเรี่ยม เค วิลเลจ เดอะ มอลล์ บางแค เดอะ มอลล์ งามวงศ์วาน และ เดอะ มอลล์ ท่าพระ ภายในระยะเวลา 1 ปี และเตรียมความพร้อมสำหรับการดำเนินธุรกิจด้วยกลยุทธ์แฟรนไชส์
       
       ในเบื้องต้นนี้บริษัทจะขยายสาขาเองก่อนควบคู่ไปกับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ การสร้างแบรนด์ และสร้างทีมงานสำหรับการรองรับธุรกิจที่เติบโตในอนาคต คาดน่าจะใช้เวลาประมาณ 2 ปีก่อนที่จะพร้อมขายแฟรนไชส์ให้กับผู้ที่สนใจลงทุน
       
       “การอบรมแฟรนไชส์ B2B รุ่น 12 กับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ทำให้เรารู้ว่าการดำเนินธุรกิจสิ่งไหนควรช้าหรือเร็ว เพราะถ้าไม่ได้ไปเรียนพอไปถึงจุดที่อยากจะทำอาจจะเสียหายมากเพราะเดินผิดทาง เพราะปัจจุบันคนสนใจแฟรนไชส์ฮอกไกโดมีมากถึง 300-400 รายและยังได้รับการติดต่อจากเจ้าของสถานที่
       
       เมื่อมาเรียนรู้ว่าสิ่งไหนช้าหรือเร็วก็นำมาปรับตัว อย่างแรกเลยคือแบรนด์ ตราบใดที่ลูกค้าไม่รู้จัก ไม่รักแบรนด์หรือเป็นลูกค้าประจำ ถ้าขยายไปโอกาสที่ไม่ใช่ก็มาก ช่วงนี้เราต้องรวบรวมประสบการณ์ที่สำเร็จของธุรกิจ ระหว่างทางระยะ 2 ปีจากนี้เพื่อเป็นโมเดลธุรกิจสำหรับการขยายต่อไปในอนาคต” วรวิทย์ กล่าวในตอนท้าย
       
       @@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@


ที่มา: ผู้จัดการ 360 องศา รายสัปดาห์

歌手 [ka-shu]

ความหมาย : นักร้อง