หากใครมีโอกาสได้ไปเยือนเมืองโอซากา ประเทศญี่ปุ่น สถานที่หนึ่งที่คุณไม่ควรพลาดที่จะไปเยือนคือ "พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำไคยูคัง"
เพราะที่นี่ได้ชื่อว่าเป็นพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำในร่มที่ใหญ่ที่สุดในโลก
ที่จำลองสภาพแวดล้อมของมหาสมุทรแปซิฟิกและธรรมชาติแวดล้อมในดินแดนวงแหวน
แห่งไฟ ทั้งฉลามวาฬตัวใหญ่ ปลากระเบนมอนท่า โลมาขาวแปซิฟิก
สิงโตทะเลแคลิฟอร์เนีย และเพนกวินราชาจากขั้วโลกใต้
ก็มีให้ชมกันในพิพิธภัณฑ์แห่งนี้
เมื่อทีมข่าววิทยาศาสตร์ ASTVผู้จัดการออนไลน์ มีโอกาสติดตาม ดร.วีระชัย วีระเมธีกุล รัฐมนตรีว่าการ
กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วท.) และคณะผู้บริหาร
สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)
ไปศึกษาดูงานและเข้าร่วมประชุมนานาชาติด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเพื่อ
สังคม (STS Forum) ที่เมืองเกียวโต และโอซากา ประเทศญี่ปุ่น
พวกเราก็ไม่พลาดการไปเยี่ยมชม
"พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำไคยูคัง" (Osaka Aquarium Kaiyukan) เช่นเดียวกัน
พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ที่ตั้งอยู่ในบริเวณเท็มโปซังฮาเบอวิลเลจ
(Tempozan Harbor Village) ในเมืองโอซากา เปิดให้บริการครั้งแรกเมื่อวันที่
20 ก.ค. 2533
บริเวณด้านหน้าทางเข้าพิพิธภัณฑ์มีโครงเหล็กดัดรูปฉลามวาฬตัวใหญ่คอยต้อนรับ
ผู้มาเยือน
และหลังจากที่เราซื้อบัตรเข้าชมพิพิธภัณฑ์เรียบร้อยแล้วก็เริ่มเปิดฉากท่อง
โลกใต้ทะเลกันด้วยความตื่นเต้น
เส้นทางแรกที่ทุกคนจะต้องผ่านเพื่อเข้าสู่อควาเรียมคือ
"ถ้ำทะเล" ซึ่งเป็นอุโมงค์ใต้น้ำที่ทอดยาวกว่า 11 เมตร
มีฝูงปลานานาชนิดที่อาศัยอยู่ในเขตร้อนและบริเวณใกล้เคียงแหวกว่ายไปมา
สร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับพวกเราอย่างยิ่ง ทั้งปลากระเบน ฉลาม ปลานกแก้ว
และปลากระต่าย
เมื่อถึงสุดทางเดินที่ปลายอุโมงค์
จะมีบันไดเลื่อนสูงลิ่วที่พาเราขึ้นไปสู่ชั้น 8
ซึ่งเป็นชั้นบนสุดของไคยูคัง และเป็นจุดเริ่มต้นการเดินทางท่องไปบน
"วงแหวนแห่งไฟ" (Ring of Fire)
ซึ่งบริเวณโดยรอบมหาสมุทรแปซิฟิกที่ยังมีการเกิดแผ่นดินไหวและภูเขาไฟระเบิด
อย่างต่อเนื่อง
ขณะเดียวกันก็ยังเป็นถิ่นที่อยู่อาศัยของสิ่งมีชีวิตจำนวนมาก
ที่เปรียบเสมือน
"วงแหวนแห่งชีวิต" (Ring of Life)
ซึ่งพิพิธภัณฑ์เขามีแนวความคิดว่า
โลกที่มีแผ่นดินไหวและภูเขาไฟปะทุกับสิ่งมีชีวิตทั้งหมดที่อาศัยอยู่บนโลก
เป็นระบบสิ่งมีชีวิตหนึ่งที่ต่างก็เกื้อกูลซึ่งกันและกัน
พวกเราเดินวนรอบแทงก์
"มหาสมุทรแปซิฟิก" ที่มีน้ำปริมาณน้ำกว่า 5,400 ตัน ในระดับความลึก 9 เมตร จากชั้นบนสุดลงมาเรื่อยๆ และต้องตื่นเต้นทุกครั้งที่เห็น
"ฉลามวาฬ" ตัวใหญ่แหวกว่ายใกล้เข้ามาอย่างช้าๆ ส่วนปลากระเบนมอนท่าก็โชว์ลีลาพริ้วไหวเรียกความสนใจจากผู้เข้าชมได้ไม่แพ้กัน
ส่วนอีกด้านหนึ่งของเส้นทางเป็นแทงก์จำลองสภาพแวดล้อม 10 บริเวณ
ที่ตั้งอยู่บนวงแหวนแห่งไฟที่อยู่ล้อมรอบมหาสมุทรแปซิฟิก อาทิ ป่าญี่ปุ่น
ทิวเกาะอะลิวเทียน อ่าวมอนเทอร์เรย์ ขั้วโลกใต้ ทะเลทัสมัน และ เกรท
แบริเออร์ รีฟ
ซึ่งในนี้มีสิ่งมีชีวิตน้อยใหญ่อาศัยอยู่มากมาย
และส่วนหนึ่งมีให้ชมกันในพิพิธภัณฑ์นี้ ทั้งนาก นากทะเล
สิงโตทะเลแคลิฟอร์เนีย แมวน้ำ เพนกวิน โลมาขาวแปซิฟิก ปลาผีเสื้อ หมึกยักษ์
และปูยักษ์ รวมแล้วที่นี่มีตัวอย่างสัตว์ให้ชมถึง 580 ชนิด ในจำนวนกว่า
30,000 ตัว
นอกจากได้ความรู้และเพลิดเพลินไปกับความน่ารักของสัตว์ต่างๆ
ในพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำแห่งนี้ พวกเรายังได้เห็นความน่ารักของเด็กๆ
และครอบครัวชาวญี่ปุ่นตลอดเส้นทางที่ทั้งดูตื่นเต้นและสนใจในความมหัศจรรย์
ของสัตว์โลกใต้น้ำ หลายคนพยายามบันทึกภาพสัตว์ตัวโปรดหรือปลาหน้าแปลกๆ
เอาไว้เป็นที่ระลึกเช่นเดียวกับพวกเรา
ในที่สุดพวกเราก็เดินมาถึงทางออกของพิพิธภัณฑ์หลังเวลาผ่านไปเกือบ 2
ชั่วโมง และต้องโบกมือลาพร้อมกับเอ่ยคำว่า "ซาโยนาระ"
ให้ฝูงเจ้าแมงกระพรุนที่โชว์ตัวอยู่ในช่วงท้ายของพิพิภัณฑ์
ราวกับเป็นตัวแทนของสัตว์ทุกตัวในที่นี้ที่คอยส่งผู้มาเยือนทุกคน
ขณะที่บางคนได้ตุ๊กตาฉลามวาฬน่ารักๆ ติดมือกลับบ้านเป็นที่ระลึกด้วย