ทันข่าวญี่ปุ่น 6 ตุลาคม 2553
Views : 3012
(ซ้ายไปขวา) ริชาร์ด เฮค, เออิจิ เนกิชิ และ อากิระ สึซึกิ
รางวัลโนเบลสาขาเคมี ประจำปี 2010 มอบให้ 2 นักเคมีชาวญี่ปุ่นและ
อีก 1 รายจากสหรัฐฯ
ที่ร่วมกันคิดค้นวิธีการสังเคราะห์สารอินทรีย์ที่มีโมเลกุลซับซ้อนเลียนแบบ
ธรรมชาติได้สำเร็จ ช่วยเปิดทางการพัฒนายารักษามะเร็งใหม่ๆ และพัฒนาวัสดุ
โดยไม่ต้องไปเบียดเบียนธรรมชาติ
ราชบัณฑิตสภาด้านวิทยาศาสตร์แห่งสวีเดน (The Royal Swedish Academy
of Sciences) ประกาศผลผู้ได้รับรางวัลโนเบล สาขาเคมี ประจำปี 2010
เมื่อเวลา 16.45 น. ของวันที่ 6 ต.ค. ตามเวลาประเทศไทย
ซึ่งผู้ได้รับรางวัลในสาขานี้ ได้แก่ ริชาร์ด เฮค (Richard Heck)
จากมหาวิทยาลัยเดลาแวร์ (University of Delaware), เออิจิ เนกิชิ (Ei-ichi
Negishi) จากมหาวิทยาลัยเปอร์ดัว (Purdue University) สหรัฐฯ และ อากิระ
สึซึกิ (Akira Suzuki) จากมหาวิทยาลัยฮอกไกโด (Hokkaido University)
ญี่ปุ่น สำหรับการค้นพบวิธีใหม่ ในการเชื่อมโยงอะตอมของคาร์บอน
ให้มีความซับซ้อนราวกับธรรมชาติสร้าง
รายงานข่าวในเอเอฟพีและรอยเตอร์ระบุว่า นักวิทยาศาสตร์ทั้ง 3
คนนี้ได้พัฒนาตัวเร่งปฏิกิริยาพาลลาเดียม (palladium-catalyzed cross
coupling)
ที่ช่วยการเชื่อมโยงโมเลกุลฐานคาร์บอนให้มีโครงสร้างซับซ้อนเป็นเรื่องง่าย
ขึ้น ทำให้นักเคมีมีโอกาสสังเคราะห์โมเลกุลเคมีที่ซับซ้อนมากยิ่งขึ้นได้
เช่น โมเลกุลฐานคาร์บอนจำนวนมาก ที่มีความซับซ้อน และมีอยู่ในธรรมชาติ
อันเป็นพื้นฐานของสิ่งมีชีวิต
คณะกรรมการระบุว่า วิธีการที่พวกเขาพัฒนาขึ้นนั้น
ได้มีการนำไปใช้ประโยชน์แพร่หลายแล้วทั่วโลก
ทั้งในอุตสาหกรรมยาและอิเล็กทรอนิกส์
ตัวอย่างที่เห็นชัดเจนคือการสังเคราะห์ดิสคอเดอร์โมไลด์ (discodermolide)
ซึ่งเป็นสารที่มีฤทธิ์ยับยั้งเซลล์มะเร็งได้
แต่พบปริมาณเพียงน้อยนิดในฟองน้ำทะเล
"ในการสังเคราะห์สารเคมีที่มีความซับซ้อนเหล่านี้
นักเคมีจะต้องทำให้อะตอมของคาร์บอนมาเชื่อมโยงกันให้ได้
แต่คาร์บอนเป็นธาตุที่เสถียรมาก และอะตอมของคาร์บอนแต่ละอะตอมนั้น
ไม่ทำปฏิกิริยากันง่ายๆ" คำอธิบายของคณะกรรมการผู้ตัดสินรางวัล
ซึ่งนักวิทยาศาสตร์ต่างพยายามหาทางกระตุ้นให้อะตอมของคาร์บอนเกิดพันธะต่อ
กัน
แต่ยิ่งต้องการทำให้ซับซ้อนก็ยิ่งทำให้เกิดผลพลอยได้ที่ไม่เป็นที่ต้องการ
มากขึ้นด้วย
"ตัวเร่งปฏิกิริยาพาลลาเดียมช่วยแก้ปัญหาเหล่านี้ได้
และทำให้นักเคมีมีเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพ
และมีความแม่นยำมากกว่าในการทำงาน" คณะกรรมการกล่าวเพิ่มเติม
ซึ่งวิธีการที่พวกเขาทั้งสามคนคิดค้นขึ้นมานั้นมีชื่อเรียกว่าปฏิกิริยาเฮค
(Heck reaction), ปฏิกิริยาเนกิชิ (Negishi reaction) และปฏิกิริยาสึซึกิ
(Suzuki reaction) ที่มีหลักการเดียวกันคือ
การใช้พาลลาเดียมกระตุ้นให้อะตอมของคาร์บอนจับกัน
และเกิดเป็นโครงสร้างที่มีความซับซ้อนมากกว่าเดิม
ทั้งนี้ สารเคมีที่มีธาตุคาร์บอนเป็นพื้นฐาน หรือสารเคมีอินทรีย์
(organic) นั้น
เป็นพื้นฐานของสิ่งมีชีวิตและยังสามารถทำให้เกิดปรากฏการณ์ธรรมชาติที่น่า
ทึ่งได้มากมายหลายอย่าง อาทิ สีของดอกไม้ พิษของงู
และสารที่มีฤทธิ์ฆ่าเชื้อแบคทีเรียได้อย่างเพนิซิลลิน
เคมีอินทรีย์นั้นช่วยให้มนุษย์เราสร้างสารเคมีบนฐานของโมเลกุลเคมี
ที่มีในธรรมชาติ
โดยการใช้ความสามารถของคาร์บอนเพื่อสร้างโครงร่างสำหรับโมเลกุลที่มี
ประสิทธิภาพในการทำงาน ทำให้มนุษย์พัฒนายารักษาโรคใหม่ๆ อาทิ
ยาเพื่อต่อสู้กับมะเร็งลำไส้ใหญ่, เชื้อไวรัสเริม และเชื้อเอชไอวี
อีกทั้งยังสามารถฏิวัติงานทางด้านวัสดุ เช่น
การสร้างพลาสติกที่มีคุณภาพมากขึ้น เพื่อประยุกต์ใช้เป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ
อาทิ จอคอมพิวเตอร์แบบบาง
สำหรับเฮคนั้นเป็นชาวอเมริกันโดยกำเนิด ปัจจุบันอายุ 79 ปี
ด้านเนกิชิมีอายุ 75 ปี ถือสัญชาติญี่ปุ่น
แต่ดำรงตำแหน่งศาสตราจารย์ด้านเคมีอยู่ที่มหาวิทยาลัยเปอร์ดัวในสหรัฐฯ
ส่วนสึซึกิปัจจุบันมีอายุ 80 ปี ทำงานอยู่ที่มหาวิทยาลัยฮอกไกโดในญี่ปุ่น
โดยทั้ง 3 จะได้รับรางวัลร่วมกัน 10 ล้านโครน หรือ 1.5 ล้านเหรียญสหรัฐฯ
ผลรางวัลโนเบลประจำปี 2010 ได้ประกาศไปแล้วใน 3 สาขาคือแพทย์,
ฟิสิกส์ และเคมี โดยยังเหลืออีก 3 สาขาคือ วรรณกรรม, และสันติภาพ
ที่จะประกาศในวันที่ 7 และ 8 ต.ค. ตามลำดับ
จากนั้นจะปิดท้ายด้วยสาขาเศรษฐศาสตร์ในวันที่ 11 ต.ค.
ที่มา: Manager Online
ความหมาย : ดอกไม้ไฟ