มาสด้ารอไฟเขียวญี่ปุ่นคลอดเก๋ง-เอสยูวีใหม่

มาสด้ารอไฟเขียวญี่ปุ่นคลอดเก๋ง-เอสยูวีใหม่

เทคโนโลยี ญี่ปุ่น 29 กันยายน 2553

Views : 3535

โชอิชิ ยูกิ

 ค่าย“มาสด้า” ปรับ ตัวรองรับยอดขายโต บอสใหญ่ “โชอิชิ ยูกิ” เผยแผนสร้างบริการหลังการขายอันเข้มข้น ทั้งในส่วนของสำนักงานใหญ่ เตรียมแยก“ฝ่ายรับประกันสินค้าและบริการ” ออกมาจาก“ฟอร์ด”เพื่อความคล่องตัวในการดูแลลูกค้า ควบคู่กับเน้นทำความเข้าใจดีลเลอร์ ย้ำนโยบาย “มาสด้า ราคาเดียว” หวั่นตัดราคากันเอง พร้อมเสนอแผนให้บริษัทแม่ ประเทศญี่ปุ่น พิจารณาเพิ่มโปรดักต์ในไทย โดยเล็งไปที่รถยนต์นั่งขนาดกลาง “มาสด้า6” และคอมแพกต์เอสยูวีระดับ “มาสด้า ซีเอ็กซ์-7” ซึ่งทั้ง 2 รุ่นจะต้องขึ้นไลน์ผลิตในประเทศเท่านั้น เพื่อทำราคาสู้คู่แข่งได้ แต่ไม่ว่าโครงการอนาคตจะได้ไฟเขียวหรือไม่? “ค่ายซูม-ซูม” เตรียมรถใหม่ปี 2554 ไว้แล้ว กับโมเดลเชนจ์ของ“มาสด้า3” และ“บีที-50” โดยเก๋งคู่บุญพร้อมเปิดตัวไม่เกินไตรมาสแรก ส่วนสปอร์ตปิกอัพเจอกันปลายปีแน่นอน

 กำลังอยู่ในช่วงขา ขึ้นสำหรับค่าย “มาสด้า” ด้วยยอดขาย 8 เดือนแรกของปี (ม.ค.-ส.ค.2553) เติบโต250% แน่นอนว่าอานิสงค์หลักมาจากการเปิดตัวรถซับคอมแพกต์ใหม่ “มาสด้า2” ซึ่งความสำเร็จดังกล่าวเกิดจาการเตรียมความพร้อมมาหลายปี และคนที่อยู่เบื้องหลังโปรเจกต์นี้ไม่ใช่ใครที่ไหน เพราะปัจจุบันกำลังนั่งตำแหน่ง บอสใหญ่ “มาสด้า เซลส์ ประเทศไทย”
       
       โชอิชิ ยูกิ รับตำแหน่ง กรรมการผู้จัดการ บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด อย่างเป็นทางการเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ซึ่งก่อนหน้านั้นเขาอยู่ในแผนก Corporate Planning มาสด้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชัน ประเทศญี่ปุ่น โดยเป็นผู้ศึกษาตลาด และผลักดันให้ “มาสด้า2” มาผลิตที่เมืองไทยเป็นผลสำเร็จ
       
       “ถ้าเปรียบมาสด้า 2 คงเหมือนลูกของผม เพราะสมัยทำงานที่ญี่ปุ่นก็เริ่มศึกษาความเป็นไปได้ในการทำตลาดเมืองไทย รวมถึงปริมาณการขาย การกำหนดราคา และช่วงเวลาในการเปิดตัว ซึ่งตอนแรกยังกังวลว่าจะไม่ประสบความสำเร็จ แต่พอเห็นกระแสตอบรับทุกวันนี้ ดีใจมาก” โชอิชิ ยูกิ กล่าวกับ “ASTVผู้จัดการมอเตอริ่ง” และว่า
       
       ต้องยอมรับว่า “มาสด้า 2” เป็นโปรดักต์ที่ทำให้ภาพลักษณ์ ซูม-ซูม และแบรนด์ของมาสด้าชัดเจนขึ้น ส่วนยอดขายทำได้ตามเป้าหมาย หรือเฉลี่ยเดือนละ 2,000 คัน แต่กระนั้นยังมีงานหนักรออยู่ข้างหน้าอีกมาก เพราะการที่ยอดขายเพิ่มขึ้น เราต้องขยับขยายเรื่องบริการหลังการขายตามไปด้วย
       
       โชอิชิ ยูกิ เปิดเผยว่า มาสด้ากำลังสร้างมาตรฐานบริการหลังการขาย พร้อมเครือข่ายผู้แทนจำหน่ายที่แข็งแกร่ง โดยแบ่งการจัดการเป็น 2 แบบ คือ แบบเทคนิค และไม่ใช่เทคนิค ในส่วนแรกกำลังจะเริ่มดำเนินการเดือนหน้า คือแยกแผนก “รับประกันสินค้าและบริการ” (Service Warranty Claim) ออกมาจาก ฟอร์ด ประเทศไทย เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น
       
       “หลังจากมาสด้าซื้อหุ้นคืน จากฟอร์ด ก็เริ่มแยกการบริหารออกจากกันชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายทรัพยากรบุคคล ฝ่ายบัญชี และล่าสุดที่จะเริ่มเดือนตุลาคมนี้คือ ฝ่ายรับประกันสินค้าและบริการ โดยเรารับสมัครพนักงานใหม่เข้ามาดูแลส่วนนี้เอง ดังนั้นระหว่างบริษัท มาสด้า เซลส์ ประเทศไทย กับ ฟอร์ด ประเทศไทย จะเหลือเพียงอย่างเดียวที่ใช้ร่วมกันคือ ฝ่าย IT และเซิร์ฟเวอร์คอมพิวเตอร์”
       
       ในส่วนที่ไม่ใช่ทางเทคนิค คือการเพิ่มความสัมพันธ์กับบรรดาผู้แทนจำหน่ายของมาสด้าทั่วประเทศ ไล่ตั้งแต่การประชุมกับชมรมผู้แทนจำหน่ายทุกเดือน เพื่อกำหนดเป้าหมาย พร้อมรับฟังความคิดเห็นร่วมกัน รวมถึงการลงพื้นที่เยี่ยมดีลเลอร์เดือนละ 2 ครั้ง ครั้งหนึ่งไปอาจจะไปถึง 2-3 โชว์รูม
       
       “เรากับดีลเลอร์เปิดอกคุยกันมากขึ้น ส่วนตัวผมเองลงพื้นที่บ่อยและพยายามให้คลอบคลุมดีลเลอร์ทั่วประเทศ เพื่อรับทราบปัญหาและความต้องการของลูกค้าในเวลาเดียวกัน อย่างไรก็ตามจากการที่เราขายรถเยอะขึ้น จำเป็นต้องเข้มงวดเรื่องวินัยของดีลเลอร์ควบคู่กันไป โดยเฉพาะนโยบายมาสด้าราคาเดียว (One Price Policy) คือตกลงกันว่าทุกดีลเลอร์จะใช้เงินสนับสนุนตามที่กำหนด ป้องกันการตัดราคากันเอง” โชอิชิ ยูกิ กล่าว

       สำหรับการแข่งขันในตลาดรถยนต์ปลายปี โชอิชิ ยูกิ ยังแสดงความเห็นว่า ด้วยปัจจัยบวกจากสภาพเศรษฐกิจ ราคาสินค้าเกษตรดี ทำให้จนถึงเดือนกันยายนนี้ ยอดขายตลาดปิกอัพยังโตกว่า 40% ในส่วนมาสด้ามุ่งมั่นขาย บีที-50 พร้อมชูความสปอร์ต และช่วงล่างอันเลื่องชื่อ โดยตั้งแต่เดือนตุลาคมเป็นต้นไปจะเริ่มใช้เงินโฆษณา รวมถึงแคมเปญกระตุ้นยอดขายมากขึ้น
       
       ด้านตลาดรถยนต์นั่ง โดยเฉพาะกลุ่มซับ-คอมแพกต์ ที่ยอดขายเติบโตต่อเนื่องมาตั้งแต่ต้นปี แต่พอถึงช่วงไตรมาส 3 ซึ่งเป็นช่วงโลว์ซีซั่นกลับซบเซาลงไป แต่เชื่อว่าไตรมาสสุดท้ายที่มีงาน “มอเตอร์เอ็กซ์โป 2010” จะทำให้สถานการณ์ตลาดกลับมาคึกคักได้
       
       “สงครามราคาเริ่มกลับมาอีก ครั้ง หลายค่ายอัดแคมเปญหนักทั้งรถเก๋ง และปิกอัพ ส่วนมาสด้าจะเน้นส่งเสริมการขายที่ มาสด้า2 และ ปิกอัพ บีที-50 เป็นหลัก ส่วนมาสด้า 3 อาจจะทำตลาดลดลงไปเนื่องจากตอนนี้มียอดค้างส่งมอบพอสมควร”
       
       สำหรับมาสด้า2 เพิ่งออกแคมเปญพิเศษ "เฟิร์สเดทกับเป้...เท่ที่ญี่ปุ่น" โดยจะพาลูกค้าผู้โชคดีที่ออกรถมาสด้า2 ภายในวันที่ 23 กันยายน - 31 ตุลาคม ไปเที่ยวแบบเอ็กคลูซีพกับ “เป้ อารักษ์ อมรศุภศิริ” ที่ประเทศญี่ปุ่น เป็นเวลา5 วัน
       
       ซึ่งหลังจากหมดกิจกรรมนี้ มาสด้าเตรียมบุกต่อทันทีด้วยแคมเปญมอเตอร์เอ็กซ์โป รวมถึงการเปิดตัวรุ่นพิเศษของ มาสด้า2 และ ปิกอัพ บีที-50 เอาใจคนชอบความสปอร์ตแบบไม่ซ้ำใคร
       
       นั่นเป็นแผนงานคร่าวๆในปีนี้ของค่าย “ซูม-ซูม” ส่วนทิศทางการทำธุรกิจในอนาคตยังมีทีเด็ดรอไว้อีกเพียบ เมื่อมีรายงานข่าวว่ามาสด้า เซลส์ ประเทศไทย ได้เสนอแผนไปยังบริษัทแม่ มาสด้า มอเตอร์ คอปอเรชั่น ประเทศญี่ปุ่น เพื่อขอโปรดักต์ใหม่ๆมาเสริมทัพ โดยเล็งไปที่รถยนต์นั่งขนาดกลาง “มาสด้า6” และคอมแพกต์เอสยูวี “มาสด้า ซีเอ็ก-7” ซึ่งจากการฟังคำตอบของ “โชอิชิ ยูกิ” ดูจะไปในทิศทางที่สอดคล้องกัน

มาสด้า 6
       

       “มีความเป็นไปได้ที่จะขึ้นไลน์ผลิตรถยนต์นั่งขนาดกลาง และเอสยูวีใหม่ ซึ่งเรานำเสนอแผนอันรวมถึงรายละเอียดเกี่ยวกับสถานการณ์ตลาด ปริมาณการผลิต และคู่แข่ง ไปให้ มาสด้า มอเตอร์ ประเทศญี่ปุ่นพิจารณาหมดแล้ว รอเพียงการศึกษาและการตัดสินใจเท่านั้น ส่วนผลสุดท้ายจะเป็นอย่างไร คงไม่สามารถให้คำตอบได้”
       
       ชัดเจนจากปาก “โชอิชิ ยูกิ” ที่ยอมรับถึงการศึกษาโปรเจกต์นี้ร่วมกับ “มาสด้า มอเตอร์” แต่จากบริบทในปัจจุบัน ถ้ามาสด้าในไทยได้ไฟเขียวให้ประกอบรถรุ่นใดรุ่นหนึ่ง หรือถ้าถูกหวยได้ถึงสองรุ่นจริงๆ ก็คงต้องใช้เวลาอย่างน้อย 2 ปีนับจากนี้ ซึ่งถึงเวลานั้น “มาสด้า6” และ “ซีเอ็กซ์-7” จะเข้าสู่ปลายอายุโมเดล และน่าจะมีการเปลี่ยนโฉมใหม่แล้ว

มาสด้า ซีเอ็กซ์-7
       ดังนั้นการมาของ “มาสด้า6” และ “ซีเอ็กซ์-7” ในประเทศไทย จะไม่ใช่รูปลักษณ์หรือรุ่นที่ทำตลาดปัจจุบันแน่นอน และต้องจับตาดูว่าความสปอร์ต พร้อมรูปลักษณ์ที่โฉบเฉี่ยวทันสมัย จะมาด้วยชื่ออะไร ขณะเดียวกันจะแย่งส่วนแบ่งตลาดจาก“โตโยต้า คัมรี่” “ฮอนด้า แอคคอร์ด” ตลอดจน “ฮอนด้า ซีอาร์-วี” ได้ขนาดไหน
       
       ...นั่นเป็นโปรเจกต์อนาคตที่ต้องลุ้นกันต่อไป ส่วนที่ไม่ต้องลุ้นและมาแน่ๆตามคำเรียกร้องคือ สองโมเดลคู่บุญอย่าง “มาสด้า3” และ ปิกอัพ “บีที-50” โฉมใหม่ ที่เตรียมเปิดตัวต้นปีหน้า และช่วงปลายปีตามลำดับ
       
       สำหรับ“มาสด้า 3 โฉมใหม่” จะย้ายฐานการผลิตจากฟิลิปปินส์ มายังประเทศไทย โดยใช้โรงงานออโต้ อัลลายแอนซ์ (เอเอที)จังหวัดระยอง ซึ่งกำลังเคลียร์ไลน์ให้พร้อมผลิตตั้งแต่ปลายปีนี้ ส่วนตัวรถจะพร้อมทำตลาดจริงไม่เกินไตรมาสแรกของปี 2554
       
       สำหรับโมเดลเชนจ์ของ “มาสด้า 3” หรือ “เอ็กเซลล่า”ในญี่ปุ่น เริ่มทำตลาดที่บ้านเกิด รวมถึงยุโรป และอเมริกา มาเกือบ 2 ปีแล้ว กับหน้าตาสปอร์ตปราดเปรียว บนสองตัวถังซีดาน และแฮตซ์แบ็ก 5 ประตู ส่วนเครื่องยนต์มีทั้งเบนซินขนาด 1.6 ลิตร 2.0 ลิตร และ 2.5 ลิตรสำหรับตลาดอเมริกา ขณะที่ดีเซลมีบล็อก 1.6 ลิตรและ 2.2 ลิตร ซึ่งการทำตลาดบ้านเราคงหนีไม่พ้นสองทางเลือกแรก
       
       ด้านปิกอัพ “มาสด้า บีที-50 โฉมใหม่” เพิ่งเผยภาพวาดออกมายั่วน้ำลาย จากเว็บไซต์อย่างเป็นทางการ ส่วนรถคันจริงเตรียมเผยโฉมครั้งแรกในโลกที่งาน “ออสเตรเลีย มอเตอร์โชว์” นครซิดนีย์ ระหว่าง15-24 ตุลาคมนี้ ก่อนที่โรงงานเอเอที ระยอง จะเริ่มขึ้นไลน์ผลิตช่วงกลางปี 2554 และเริ่มทำตลาดจริงปลายปีเดียวกัน
       
       ส่วนรายละเอียดทางวิศวกรรมยังไม่มีการเปิดเผยออกมา แต่มีรายงานว่า “บีที-50 โฉมใหม่”ที่ทำตลาดในไทย จะหันมาใช้เครื่องยนต์ดีเซลคอมมอนเรล 2.2 ลิตร เทอร์โบ 156 แรงม้า แรงบิดระดับ380 นิวตัน-เมตร (เท่ากับตัว 3.0 ลิตร ในปัจจุบัน)

มาสด้า3 โฉมใหม่
       ...จากแผนพัฒนา บริการหลังการขาย เพื่อปูทางสู่ความสำเร็จในอนาคต ขณะเดียวกันด้วยพิมพ์เขียวรถใหม่ที่จ่อคิวเปิดตัว คงจะทำให้แฟนๆมาสด้าใจชื้นกันบ้าง ส่วนจะรอไหวหรือเปล่าต้องตัดสินใจกันเอาเอง!

ที่มา: ASTVผู้จัดการออนไลน์

協力する [kyouryokusuru]

ความหมาย : ร่วมมือ,สามัคคี