ยุ่นยอมคืนตัวกัปตันจีนแล้ว! ผู้เชี่ยวชาญมอสโกชี้ ญี่ปุ่นบิดเบือน

ยุ่นยอมคืนตัวกัปตันจีนแล้ว! ผู้เชี่ยวชาญมอสโกชี้ ญี่ปุ่นบิดเบือน

ทันข่าวญี่ปุ่น 24 กันยายน 2553

Views : 3554

แผนที่แสดงหมู่เกาะเตียวอิ๋วย์ หรือเซนกากู ในภาษาญี่ปุ่น ซึ่งตามหลักฐานแล้ว ดินแดนนี้เป็นของจีนมาตลอดตั้งแต่สมัยราชวงศ์หมิงและชิง จนกระทั่ง ค.ศ.1895 ญี่ปุ่นรุกรานและชนะสงครามจีน-ญี่ปุ่น จึงมีการลงนามใน สนธิสัญญาชิโมโนเซกิ (Shimonoseki) เอาไต้หวันกับหมู่เกาะเตียวอิ๋วย์ไปอยู่ในครอบครอง ต่อมา ญี่ปุ่นแพ้สงครามโลกครั้งที่สอง จีนได้หมู่เกาะนี้กลับคืนมาอีกครั้งตามสนธิสัญญาปอร์ตสดัม (Potsdam Declaration) ค.ศ.1945 แต่ครั้นใน ค.ศ.1972 เมื่อสหรัฐฯ คืนเกาะโอกินาวาให้ญี่ปุ่น กลับถือรวมเอาหมู่เกาะเตียวอิ๋วย์เข้าไปด้วย จึงเป็นสิ่งที่ชาวจีนทั่วโลกประท้วงสองชาติมหาอำนาจนี้ตลอดมา

สื่อต่างประเทศรายงานวันศุกร์ที่ 24 ก.ย. ว่า ญี่ปุ่นยอม ปล่อยกัปตันเรือชาวจีน ซึ่งถูกจับใกล้กับหมู่เกาะพิพาทในทะเลจีนตะวันออกเมื่อวันที่ 8 กันยายน ที่ผ่านมา ด้านผู้เชี่ยวชาญมอสโกชี้ ญี่ปุ่นบิดเบือนข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์
       
       สื่อต่างประเทศรายงานวันศุกร์ที่ 24 ก.ย. ว่า คณะอัยการของญี่ปุ่นซึ่งยืนกรานก่อนหน้านี้ว่า ต้องดำเนินคดีกับกัปตันเรือผู้นี้ตามกฎหมายญี่ปุ่น ทั้งในข้อหาขัดขวางการปฏิบัติงานของเจ้าพนักงาน และจงใจนำเรือประมงพุ่งปะทะกับเรือตรวจการณ์ของญี่ปุ่น 2 ลำ โดยวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ศาลญี่ปุ่นได้ขยายเวลาควบคุมตัวเขาไปอีก 10 วัน จนกลายเป็นความขัดแย้งที่มีผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่าง 2 มหาอำนาจแห่งเอเชีย ด้วยเหตุที่จีนอ้างว่า ญี่ปุ่นไม่สามารถใช้กฎหมายภายในประเทศญี่ปุ่นในน่านน้ำใกล้หมู่เกาะพิพาท นั้น
       
       ในที่สุด โทรุ ซูซูกิ รองหัวหน้าอัยการเขตนาฮา ได้ออกมากล่าวในวันที่ 24 ก.ย.ว่า หลังจากพิจารณาถึงผลกระทบที่ตามมาต่อประชาชนชาวญี่ปุ่น และความสัมพันธ์ระหว่างญี่ปุ่นกับจีนแล้ว ดูจะไม่คุ้มที่จะกักตัวและสอบสวนกัปตันเรือผู้นี้อีกต่อไป
       
       โดยซูซูกิ ระบุว่า ในการสอบสวน จาน จีหรง กัปตันเรือ วัย 41 ปี ผู้นี้ พบว่าการกระทำความผิดของเขา ไม่เข้าข่ายคดีอาชญากร จึงอยู่ในดุลพินิจที่จะปล่อยตัวไป และเขาจะถูกส่งตัวกลับจีนในทันที หลังเสร็จสิ้นกระบวนการขั้นตอนส่งตัวกลับของญี่ปุ่น
       
       พีเพิลเดลี่รายงานบทสัมภาษณ์ บรรดาผู้เชี่ยวชาญและนักวิเคราะห์ประวัติศาสตร์การเมืองระหว่างประเทศชาว รัสเซีย ต่างให้ความเห็นเป็นเสียงเดียวกันว่า ข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์ ที่ไม่อาจบิดเบือนได้ก็คือ หมู่เกาะเตียวอี๋ว์เป็นอาณาเขตของจีนมาตั้งแต่สมัยโบราณแล้ว และการอ้างสิทธิของญี่ปุ่นรังแต่จะทำลายภาพลักษณ์ประเทศญี่ปุ่นเอง
       
       อเล็กซานเดอร์ แกรมชิคินส์ รักษาการผู้อำนวยการสถาบันการทหารแห่งมอสโค กล่าวกับสำนักข่าวซินหวา ว่า จีนค้นพบหมู่เกาะนี้มานานแล้วในอดีต ตั้งแต่สมัยราชวงศ์หมิง (ค.ศ.1368-1644) จนปลายศตวรรษที่ 19 ก็ไม่ปรากฎหลักฐานว่า ชาติไหนมาขัดแย้งอ้างสิทธิเหนือเกาะนี้
       
       จนกระทั่ง ค.ศ.1895 ญี่ปุ่นรุกรานและชนะสงครามจีน-ญี่ปุ่น จึงมีการลงนามใน สนธิสัญญาชิโมโนเซกิ (Shimonoseki) เอาไต้หวันกับหมู่เกาะเตียวอิ๋วย์ไปอยู่ในครอบครอง
       
       ต่อมา ญี่ปุ่นแพ้สงครามโลกครั้งที่สอง จีนได้หมู่เกาะนี้กลับคืนมาอีกครั้ง ตามสนธิสัญญาปอร์ตสดัม (Potsdam Declaration) ค.ศ.1945 โดยญี่ปุ่นก็รู้ว่า หมู่เกาะนี้เป็นส่วนหนึ่งของไต้หวันมาตลอด
       
       แกรมชิกินส์ กล่าวเสริมว่า หลังจากที่สหรัฐฯ ยึดเกาะโอกินาวาในปี 1945 และได้ครอบครองตามสนธิสัญญาซานฟรานซิสโก (San Francisco Peace Treaty 1951) โอกินาวาก็แปรสภาพเป็นฐานทัพอเมริกันในสงครามเกาหลี กับสงครามเวียดนาม ในยุคสงครามเย็น แต่ครั้นใน ค.ศ.1972 เมื่อสหรัฐฯ คืนเกาะโอกินาวา กลับถือรวมเอาหมู่เกาะเตียวอิ๋วย์เป็นส่วนหนึ่งของเกาะโอกินาวา แทนที่จะเป็นของไต้หวันอย่างมีเงื่อนงำ และสร้างความแคลงใจให้จีน
       
       ยูริ ชูโดดีฟ แห่งภาควิชาตะวันออกศึกษา สถาบันมอสโก ก็กล่าวเช่นเดียวกัน และเสริมว่าถ้าติดตามความเป็นมาทางกฎหมายระหว่างประเทศ จะได้ความจริงว่า หมู่เกาะนี้ ได้กลับคืนไปอยู่ภายใต้กฎหมายของจีนแล้ว หลังสงครามโลกครั้งที่สอง
       
       อเล็กซานเดอร์ เฟโดรอฟสกี้ ผู้อำนวยการ ภาคเอเชีย-แปซิฟิก จากสถาบันเศรษฐกิจและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ (Moscow's World Economy & International Relations Institute) กล่าวกับ ซินหวา ว่า การแสดงตนอ้างสิทธิเหนือหมู่เกาะเตี๋ยวอี๋ว์ของญี่ปุ่น รังแต่จะทำลายภาพลักษณ์และสร้างความเสียหายต่อประเทศตนเอง อีกทั้งกระทบความไว้วางใจที่มีต่อกัน
       
       ขณะที่ ราล์ฟ เอ็มเมอร์ส รองศาสตราจารย์ของวิทยาลัย S. Rajaratnam School of International Studies ในสิงคโปร์ กล่าวว่า การปล่อยตัวกัปตันเรือถือเป็นการดำเนินการที่เหมาะสมของญี่ปุ่น ทั้งในจังหวะเวลาและเงื่อนไขต่างๆ

ที่มา: ASTVผู้จัดการออนไลน์

雑誌 [zas-shi]

ความหมาย : นิตยสาร