ในช่วงโด่งดังสุดขีด Pink Lady กลายเป็นดาวเด่นประจำหน้าจอโทรทัศน์
มีเพลงขึ้นอันดับมากมาย และยังมีงานแสดงภาพยนตร์
นอกจากนั้นดูโอแดนปลาดิบคู่นี้ยังสามารถไปเปิดตัวในตลาดเพลงสหรัฐฯ
ได้สำเร็จในช่วงปลายยุค 70s อีกด้วย
เมื่อปี 1979 สองสาว Pink Lady ได้ขึ้นแสดงคอนเสิร์ตที่ลาสเวกัส
กลายเป็นจุดเริ่มต้นที่ต้นสังกัดมองเห็นถึงโอกาสในการเปิดตัวสู่ตลาดต่าง
ประเทศ
โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อความนิยมในประเทศญี่ปุ่นของพวกเธอเริ่มตกลงตามลำดับ
ช่วงเวลาดังกล่าว เนโมโตะ และมาซึดะ ได้ปรากฎตัวในรายการทีวียอดฮิตแดนมะกันอยู่หลายรายการ ขณะที่ผลงานเพลงซิงเกิล Kiss in the Dark ของพวกเธอ ก็ได้รับความนิยมจนสามารถขึ้นไปติดถึงอันดับที่ 37 ของ Billboard Hot 100 ได้อีกด้วย นับเป็นความสำเร็จของศิลปินชาวญี่ปุ่น กับการติดชาร์ต Billboard เป็นครั้งแรกในรอบ 16 ปี หลังจากที่ เคียว ซากาโมโต้ เคยพาเพลง เพลง Sukiyaki ขึ้นอันดับ 1 ได้เมื่อปี 1963 เลยทีเดียว
แม้จะเปิดตัวกับตลาดเพลงสหรัฐฯได้ดีพอสมควร
แต่การทำงานในต่างประเทศ กลายเป็นความกดดันต่อสองสาวแบบที่ไม่มีใครคาดคิด
โดยเฉพาะเมื่อ Krofft Entertainmentบริษัทบันเทิงชื่อดังได้ตัดสินใจให้สองสาวแดนปลาดิบ
ร่วมจัดรายการประเภทวาไรตี้โชว์ ซึ่งมีทั้งการแสดงตลก และร้องเพลง
ร่วมกับดาวตลก เจฟฟ์ อัลต์แมน ภายใต้ชื่อ Pink Lady and Jeff ทางสถานีโทรทัศน์ NBC
การทำงานในรายการ Pink Lady and Jeff
ถือเป็นความยากลำบากอย่างมากสำหรับสองสาวชาวญี่ปุ่น
ด้วยขณะนั้นทักษะทางภาษาอังกฤษของพวกเธอยังมีอยู่อย่างจำกัด
และต้องอาศัยการท่องจำบทพูดภาษาอังกฤษ แบบที่แทบไม่เข้าใจในเนื้อหาเลย
ขณะเดียวกันการถูกบังคับให้ร้องเพลงภาษาอังกฤษที่พวกเธอไม่ถนัดอย่าง Yesterday และ Knock on Wood ก็สร้างความหนักใจให้กับทั้งคู่มาก
สุดท้าย Pink Lady and Jeff ออกอากาศได้เพียง 6 ตอนก็ถูก NBC
ยกเลิก
จนถึงเดี๋ยวนี้ก็ยังถูกจดจำว่าเป็นรายการประเภทวาไรตี้โชว์ที่ยอดแย่ที่สุด
รายการหนึ่ง เท่าที่วงการโทรทัศน์แดนมะกันเคยมีมา ฝ่าย Pink Lady
ก็ไม่เคยหวนกลับไปพยายามดิ้นรนกับตลาดบันเทิงในสหรัฐฯ อีกเลย
ขณะที่แนวเพลงดิสโก้ในประเทศญี่ปุ่นก็เสื่อมความนิยมลงไปเรื่อย ๆ
ทั้งสองจึงตัดสินใจยุติบทบาทในฐานะดูโอขวัญใจวัยรุ่นไปตั้งแต่ปี 1981
และหันมาออกผลงานเดี่ยวแทน
และนอกจากอัลบั้มรวมเพลงแล้ว Pink Lady จะออกอัลบั้มภาพถ่าย
ซึ่งรวมรวบภาพแห่งความทรงจำ
โดยเฉพาะในสมัยที่ทั้งคู่เป็นขวัญใจวัยรุ่นในประเทศญี่ป่น
โดยมีกำหนดวางแผงในวันที่ 3 ก.ย. นี้ภายใต้ชื่อว่า Heibon Premium We are Pink Lady