ทันข่าวญี่ปุ่น 27 สิงหาคม 2553
Views : 3006
ดัชนีราคาผู้บริโภคของญี่ปุ่นร่วง
ลงอีกในเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา
ขณะที่อัตราการว่างงานมีการปรับตัวลดลงเป็นครั้งแรกในรอบ 6 เดือน
ส่งผลให้ภาพรวมการฟื้นตัวอันออดๆ แอดๆ
ของเศรษฐกิจซามูไรมีแนวโน้มทั้งในแง่บวก และลบคละเคล้ากันไป
ทั้งนี้ตามข้อมูลของรัฐบาลที่นำออกเผยแพร่วันนี้ (27)
ดัชนีราคาผู้บริโภค (Core Consumer Price Index / CPI)
ของแดนปลาดิบในเดือนที่ผ่านมารูดลง 1.1
เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว
เป็นการปรับตัวลดลงเดือนที่ 17 ติดต่อกันเข้าให้แล้ว
ซึ่งชี้ว่าญี่ปุ่นยังคงอยู่ในวังวนของภาวะเงินฝืดต่อไป
ทั้งนี้ ทิศทางของดัชนีซีพีไอ
ซึ่งไม่ได้รวมรายการสินค้าประเภทที่มีความผันผวนสูงอย่างอาหารสดเข้าไว้ด้วย
นั้น ยังคงเป็นไปตามการคาดคะเนของโพลสำรวจความคิดเห็นนักเศรษฐศาสตร์
ซึ่งจัดทำโดยดาวโจนส์ นิวไวร์ส
ทว่า
ข้อมูลดัชนีราคาดังกล่าวได้สร้างความเคลือบแคลงเพิ่มขึ้นเกี่ยวกับการฟื้น
ตัวของเศรษฐกิจญี่ปุ่น
ซึ่งตอนนี้อยู่ภายใต้แรงกดดันเป็นพิเศษจากค่าเงินเยนที่แข็ง
และความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก
ฮิเดกิ มัตซูมูระ นักเศรษฐศาสตร์แห่งสถาบันวิจัยญี่ปุ่น กล่าวว่า
“เงินเยนที่แข็งค่าจะเริ่มสร้างผลกระทบในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้านี้”
ข้อมูลดังกล่าวทำลายความหวังของรัฐบาลที่มุ่งหมายจะนำพาญี่ปุ่นหลุด
พ้นจากภาวะเงินฝืดให้ได้ภายในปีงบประมาณนี้ (1 เม.ย.2010 - 31 มี.ค.2011)
ขณะที่เจ้าหน้าที่ระดับสูงในแดนอาทิตย์อุทัยสร้างความกดดันเพิ่มขึ้นให้
ธนาคารกลาง (บีโอเจ)
ระดมมาตรการในการประคับประคองเศรษฐกิจซึ่งเวลานี้ถูกกระหน่ำโดยเงินเยนที่
แข็งค่าอีก
แม้ว่าแบงก์ชาติญี่ปุ่นจะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับต่ำสุดเป็น
ประวัติการณ์ที่ 0.1 เปอร์เซ็นต์มาเป็นเวลานานแล้ว แต่เหล่านักวิเคราะห์
มองว่า บีโอเจยังมีหนทางที่พอจะกระทำได้บ้าง
“ผมหวังว่าบีโอเจจะทำให้ถึงที่สุด” โมโตฮิสะ อิเกดะ
รองรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังกล่าวเมื่อวานนี้ (26)
“การหลุดออกจากภาวะเงินฝืดยังคงเป็นเป้าหมายสำคัญที่สุดสำหรับเรา
และผมก็รู้สึกวิตกกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ของค่าเงินเยนในเวลานี้”
เงินเยนซึ่งทะยานขึ้นแตะระดับแข็งค่าสุดในรอบ 15 ปีในสัปดาห์นี้
กระทบต่อผู้ส่งออกเป็นอย่างมากในด้านของผลกำไรที่หดหายลง
และทำให้ต้นทุนราคาสินค้าของพวกเขาสูงขึ้นในเชิงเปรียบเทียบด้วย
โดยตัวเลขการส่งออกในเดือนกรกฎาคมซึ่งประกาศออกมาเมื่อวันพุธ (25)
ปรากฏว่า ชะลอตัวลงเป็นเดือนที่ 5 ติดต่อกัน
ขณะที่ข้อมูลด้านการใช้จ่ายภาคครัวเรือนในเดือนเดียวกันนี้เพิ่มขึ้น
1.1 เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา ทว่าก็ลดลงมาเล็กน้อยที่ 0.4
เปอร์เซ็นต์จากเดือนมิถุนายน
โดยรัฐบาลมองว่าอุปสงค์ภายในประเทศยังคงอยู่ในสภาพที่ไม่แข็งแกร่ง
อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางความมืดมนก็ยังพอมองเห็นแสงอยู่รำไรบ้าง
เมื่อตัวเลขอัตราการว่างงานล่าสุดเมื่อเดือนกรกฎาคมปรากฏว่าลดลงมา 0.1
เปอร์เซ็นต์จากเดือนก่อนหน้านี้เหลือ 5.2 เปอร์เซ็นต์
ซึ่งเป็นการปรับตัวลงครั้งแรกในรอบ 6 เดือนเลยทีเดียว
ที่มา: Manager Online
ความหมาย : หิว