ราวกับศก.ญี่ปุ่นยังเดี้ยงไม่พอ เยนแข็งปั๋งพา‘ส่งออก’ซวนเซ

ราวกับศก.ญี่ปุ่นยังเดี้ยงไม่พอ เยนแข็งปั๋งพา‘ส่งออก’ซวนเซ

ทันข่าวญี่ปุ่น 25 สิงหาคม 2553

Views : 4066


ขณะที่ญี่ปุ่นยังไม่สามารถเอาตัวรอด ออกจากความกดดันที่จะต้องเนรมิตนโยบายเศรษฐกิจจ๊าบๆ ขึ้นมาแก้ไขความทุกข์ยากที่กำลังคุกคามพลังการฟื้นตัวซึ่งยังอยู่ในระยะตั้ง ไข่นั้น ญี่ปุ่นก็ต้องมาเดี้ยงซ้ำซ้อนเมื่อค่าเงินเยนถูกดันให้แข็งกระเด้งขึ้นไป อย่างดุเดือด

       
       วันอังคารที่ผ่านมา (24) ค่าเงินเยนเทียบกับเงินดอลลาร์สหรัฐอเมริกา ได้ทะยานแตะระดับสูงสุดในรอบ 15 ปี คือ 83.58 เยนต่อหนึ่งดอลลาร์ และเมื่อเทียบกับเงินยูโร ก็แพงที่สุดในรอบ 9 ปี ส่งผลให้ดัชนีนิกเกอิดิ่งลงต่ำกว่าแนวต้าน 9,000 พร้อมกับเข้าสู่พื้นที่แห่งตลาดหมีเป็นที่เรียบร้อย ในการนี้ ผู้คนหวั่นกันมากถึงการชะลอตัวทางเศรษฐกิจรอบใหม่
       
       ในการแก้ปัญหาเหล่านี้ นักวิเคราะห์หันไปคาดคั้นจะเอาคำตอบจากทางการว่า มีปัญญาทำอะไรกันบ้างไหม ในอันที่จะคุมสภาพการณ์ค่าเงิน ซึ่งมีเหตุผลเบื้องหลังการทะยานตัวอยู่หลายประการที่ไม่ใช่แค่ปัจจัยเรื่อง เงินดอลลาร์อ่อนตัวกระป้อกระแป้ เพราะปัญหาสำคัญอยู่ที่ว่าภาคส่งออกของญี่ปุ่นถูกกระทบอย่างมากและโดยตรง ในขณะที่ภาคส่งออกนั้น เป็นห้องเครื่องหลักในการขับเคลื่อนการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจของประเทศ
       
       ผลกระทบที่ญี่ปุ่นได้รับ จะร้ายกาจกว่าที่เคยเกิดขึ้นในปี 1995 เมื่อเงินเยนแข็งค่ารุนแรง โดยในช่วงนั้น ญี่ปุ่นตกอยู่ในความบอบช้ำจากวิกฤตการเงินจนทำให้ไม่เหลือพื้นที่ที่จะหั่น ต้นทุนลงไปชดเชยแก่ส่วนต่างกำไรซึ่งเหือดหายไปเกลี้ยงตามค่าเงินที่แข็ง กระฉูด ความเห็นนี้เป็นของฮิโรชิ วาตานาเบ นักเศรษฐศาสตร์แห่งสถาบันวิจัยไดวา
       
       แม้เมื่อปีที่แล้ว ญี่ปุ่นสามารถพ้นออกจากภาวะเศรษฐกิจหดตัวเนิ่นนานหลายปี แต่พลังการฟื้นตัวของญี่ปุ่นยังนับว่าเปราะบางเหลือเกิน ด้วยว่าภัยคุกคามรอบด้านยังจัดจ้านนัก ไม่ว่าจะในมุมของศักยภาพการเติบโตที่ยังไม่คึกคัก ปัญหาเงินฝืดที่ยังไม่ลาจากไปไหนไกล ภาระหนี้ภาครัฐที่ยังสูงลิ่ว สภาพการณ์ของการบริโภคภายในประเทศที่ยังไม่ถึงกับกระเตื้องตัวจริง แล้วในช่วงนี้ก็ต้องเผชิญกับแรงกดดันในภาคส่งออก กับปัญหาค่าเงินแข็งแกร่งน่าชิงชัง
       
       ทั้งหลายทั้งปวงเหล่านี้ ล้วนเป็นความท้าทายสำหรับคณะรัฐบาลของนายกรัฐมนตรีนาโอโตะ คัง ซึ่งตั้งเป้าหมายที่จะหั่นหนี้ภาครัฐ ซึ่งขณะนี้อยู่ในระดับสูงที่สุดในประดาประเทศอุตสาหกรรมด้วยกัน คือเกือบจะ 200% ของจีดีพีทีเดียว
       
       หลายฝ่ายเรียกร้องให้เพิ่มมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ เพื่อแก้ไขปัญหาตลาดงานไม่ขยายตัว ตลอดจนปัญหาเงินฝืดที่นิ่งสนิท ไม่มีความเปลี่ยนแปลงในทางบวกเอาเลย เพราะผู้บริโภคก็จะรอต่อไปเรื่อยๆ ด้วยเชื่อว่าราคาจะต้องดิ่งลงอีก ขณะที่การจับจ่ายเพื่อการลงทุนในภาคเอกชนก็ถูกเลื่อนรอไม่รู้จบ
       
       “สิ่งที่รัฐบาลญี่ปุ่นสามารถทำได้นั้น จำกัดมาก เพราะเงื่อนไขในด้านการคลังของรัฐบาลอยู่ในภาวะตึงเต็มที” โคอิชิ ฮาจิ นักวิเคราะห์อาวุโสของสถาบันวิจัย เอ็นแอลไอ กล่าวและบอกด้วยว่า
       
       “กลัวกันจริงๆ เลยว่าเศรษฐกิจญี่ปุ่นจะเข้าสู่ภาวะชะงักงันอีก หรืออาจกระทั่งดิ่งกลับสู่ก้นเหวรอบใหม่”
       
       **ตรวจแถวปัจจัยพาเยนแข็งค่า**
       
       แม้ภาพรวมของเศรษฐกิจญี่ปุ่นนั้นดูว่าเปลี้ย แต่เมื่อเทียบกับภาวะเศรษฐกิจของสหรัฐฯ และยุโรปแล้ว เงินเยนกลับดูแย่น้อยกว่า และจึงเป็นที่หมายปองในฐานะแหล่งเพื่อการฝากผีฝากไข้ในยามที่นักลงทุนเผชิญ อยู่แต่กับความไร้เสถียรภาพทางการเงิน จนไม่รู้จะหันหน้าไปพึ่งใคร
       
       นอกจากนั้น การที่ญี่ปุ่นได้เปรียบดุลการชำระเงินมากๆ ก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยพาเงินเยนแข็งค่า ขณะที่ภาวะเงินฝืดก็เช่นกันที่เป็นปัจจัยให้เงินเยนดีดแข็ง ในการนี้ นักวิเคราะห์ชี้ว่า
       
       “พวกกองทุนจะยังไม่ถอนออกจากญี่ปุ่นง่ายๆ เพราะในยามที่ระดับราคาหดตัวนั้น การถือเงินสดนับเป็นยุทธศาสตร์ที่ปลอดภัยที่สุด นักลงทุนจึงเลือกที่จะถือเงินเยนไว้เพื่อความปลอดภัย” กล่าวโดย ซาโตรุ โอกาซาวาระ นักยุทธศาสตร์แห่งค่ายเครดิต สวิส
       
       ในเวลาเดียวกัน ดอกเบี้ยต่ำในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ทำให้เงินเยนอ่อนตัวยาวนาน ผ่านกลไกตลาดที่เรียกว่า carry trade โดยนักลงทุนกู้เงินเยนไปถูกๆ แล้วไปลงทุนและเก็งกำไรในเงินสกุลที่มีผลตอบแทนสูงกว่า แต่มาวันนี้ ดอกเบี้ยในประเทศอื่นๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในสหรัฐฯ ล้วนแต่ปรับต้วลงมา การเล่น carry trade จึงลดลงไปมาก พร้อมกับส่งผลให้เงินเยนดีดกลับขึ้นมา
       
       ทั้งนี้ นักวิเคราะห์ฟันธงไว้แล้วว่า ถ้าทางการญี่ปุ่นหมดมุกที่จะแก้ปัญหาเงินเยนแข็งได้หวาดไหว พลังการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจของแดนปลาดิบจะต้องหมดรอบอย่างรวดเร็วและพังพาบไป พร้อมกับสุขภาพของภาคส่งออก เพราะทุกๆ 1 เยนที่แข็งขึ้นนั้น ได้ขจัดรายได้ที่ควรเข้าประเทศให้หายวับไปเป็นหลายหมื่นล้านเยนทีเดียว และสัญญาณเรื่องนี้ได้ปรากฏแล้วในอัตราขยายตัวทางเศรษฐกิจของญี่ปุ่นใน ไตรมาส 2/2010 ซึ่งชะลอลงในอัตรา 0.4% ต่อปี จากที่เคยโตได้ 4.4% เมื่อหนึ่งไตรมาสก่อนหน้า

ที่มา: ASTVผู้จัดการออนไลน์

冷蔵庫 [rei-zou-ko]

ความหมาย : ตู้เย็น