มีเพลงในใจของคุณบ้างไหมครับที่เวลาเปิดยูทูบทีไร จะอดใจไม่ได้ต้องกดดูเพลงนั้นทุกที ?
ปีที่แล้วผมมีเพลงในใจที่ว่าอยู่เพลงหนึ่งชื่อว่า Aitakute Ima เพลงนี้แปลสั้นๆ ก็คือ...ฉันอยากพบเธอตอนนี้ เพลงนี้เป็นผลงานเพลงของ Misia
นักร้องที่บางคนหมายถึงญี่ปุ่นก็บอกว่าอ่านชื่อเธอว่า ‘มิช่า’
บางคนก็อ่านว่า ‘มิเซีย’ ด้วยมีทฤษฎีที่ว่าด้วยชื่อของเธอ 2 แบบด้วยกัน
คนที่บอกว่า ‘มิช่า’ นั้นเนื่องจากเน้นตัวหน้า
อันมาจากชื่อจริงของเธอที่ชื่อว่า ‘มิซากิ ’ กับ เมสไซอา (Messiah)
ขณะที่อีกสายหนึ่งบอกว่า อ่านว่ามิเซีย เนื่องจาก มาจากคำว่า ‘มิสะ’
บวกกับ ‘เอเชีย’ ก็ว่ากันไปนะครับ...แต่ที่แน่ๆ อย่าไปเอาจริงกับเรื่องนี้
เพราะเวลาฟังคนญี่ปุ่นพูดให้ฟังเรื่องนี้
เสียงมันฟังยากชะมัดซึ่งเป็นธรรมชาติของคนญี่ปุ่นพูดภาษาอังกฤษแหละครับ
จะอ่านว่าอย่างไรก็แล้วแต่ สาววัย 32
คนนี้เป็นของจริงอย่างแท้จริงสำหรับเพลงในแนว Soul และ R&B
เป็นของจริงที่สุดประเภทเขียนเพลงแต่งเองเล่นเอง
และเป็นนักร้องตัวจริงโคตรๆ
เพราะเธอชอบออกทัวร์คอนเสิร์ตและปฏิเสธเด็ดขาดที่จะร้องเพลงแบบลิปซิงก์...
สถิติของเธอในการออกคอนเสิร์ตในญี่ปุ่นสำหรับนักร้องหญิงนั้นเธอเป็นรองแค่
อายูมิ ฮามาซากิ เท่านั้น
Misia ไม่ใช่คนเสียงสูงนัก
แต่เทคนิคในการร้องหลบเสียงจนขึ้นก็นับว่ายอดเยี่ยม
แต่เหนือกว่าเทคนิคคือในเสียงร้องของเธอมันเต็มไปด้วยอารมณ์ความรู้สึก...
มันสุข มันเศร้า มันเหงา มันรัก...คนอย่างนี้นั้นถ้าเป็นคนชอบเสียงเพลง
จะติดหนับกับอารมณ์แบบนี้อย่างง่ายดาย
เวลา
ฟังเพลงใหม่ๆ ของเธอ มันจะเกิดความรู้สึกขึ้นมา 2 ประการหลักๆ ข้อแรกคือ
มันไพเราะเหลือเกิน ข้อที่สองมันมีความหมายว่าอย่างไรในบทเพลงของเธอ
...ผมคิดว่านักร้องที่แท้จริงต้องสะกดคนฟังให้เกิด 2
ความรู้สึกได้อย่างที่ผมบอกนี่แหละครับ
เธอเป็นตัวอย่างของนักร้องประเภทมีพรสวรรค์แต่ก็เน้นในเรื่องพรแสวง
จากครอบครัวที่เป็นนักดนตรี เธอทดลองมันหมดไม่ว่าจะร้องเพลงตามโบสถ์
อยู่ชมรมดนตรีรับหน้าที่เป่าทรัมเป็ต จนกระทั่งไปออดิชันตามค่ายต่างๆ
หลายครั้งที่ตกรอบ แต่เธอไม่เคยทิ้งฝัน
มีแต่เดินหน้าสะสมความสามารถอย่างไม่ย่อท้อ จนสุดท้ายเธอเอาชนะคู่แข่ง 3
พันคนมาอยู่ในค่าย BMG ได้สำเร็จ มีบทสัมภาษณ์ในช่วงเวลานั้นว่า BMG
ต้องการใครสักคนที่ขึ้นมาประกบกับ อูทาดะ ฮิคารุ ของค่าย EMI
ในท่วงทำนองและลีลาใกล้กันคือ R&B
ที่สำคัญเธอคนนั้นต้องเป็นของจริงเสียด้วย
หลังจากนั้นเธอก็ประกาศศักดาด้วยผลงานเพลงที่ยอดขายเกินล้าน 2
ชุดติดกัน กับงานชุด Mother Father Brother Sister (1998) และ Love Is the
Message (2000) ชุดหลังนี่เป็นงานที่ผมซื้อมากกว่า 2 แผ่น
เพราะฟังแล้วก็ถูกคนยืมๆ ไปแล้วก็ไม่คืน
อีกแผ่นหนึ่งฟังในรถมากเสียจนมันกระตุก ก็เลยต้องซื้อมาเพิ่มไว้
ย้อนกลับมาที่เพลง Aitakute Ima
ซึ่งกลายเป็นเพลงที่อดไม่ได้จะต้องฟังทุกครั้งที่ไปเจอที่ไหนก็ตาม
ส่วนหนึ่งก็เพราะเพลงนี้ถูกใช้อย่างทรงพลังมากในการประกอบหนังชุดทางทีวีที่
ปีที่แล้วกวาดรางวัลยอดเยี่ยมไปเรียบวุธ (ละครยอดเยี่ยม ดารานำชาย
ดาราประกอบหญิง ดาราประกอบชาย เขียนบทยอดเยี่ยม กำกับยอดเยี่ยม
เพลงประกอบยอดเยี่ยม) หนังมีชื่อสั้นๆ ว่า Jin
เรื่องราวของหมอที่เคยผ่าสมองจนแฟนตัวเองกลายเป็นเจ้าหญิงนิทรา
นั่นทำให้เขาไม่กล้ารักษาเคสยากๆ อีกต่อไป แต่วันดีคืนดีหมอที่ใครๆ
มองว่าขี้ขลาดนั้น มีเหตุให้ต้องเดินทางผ่านกาลเวลาไปในปลายสมัยเอโดะ
ไปรักษาคนไข้ในสภาพที่ไม่มีเครื่องไม้เครื่องมืออะไร
ที่นั่นเองที่ทำให้เขาเข้าใจความเป็นหมอใหม่อีกครั้ง...แต่เรื่องมันไม่ใช่
แค่การพัฒนาจิตใจและตัวตนของหมอมินาคาตะ จิน
แต่มันยังเป็นการพัฒนาวงการแพทย์ของญี่ปุ่นไปชนิดที่คุณนึกไม่ถึงทีเดียว
เรื่องที่มีหมอและการรักษาคนไข้เป็นแกนนี้
กลับเลือกเพลงที่มีความหมายถึงการถวิลหาจาก Misia เป็นแกนหลัง
ผมเองตอนแรกก็นึกอยู่ว่ามันจะเข้ากันได้อย่างไร
ปรากฏว่ามันกลมกล่อมอย่างยิ่ง
...เพราะใครก็ตามที่คุณอยากพบเขาตอนนี้ เดี๋ยวนี้ในเวลานี้
มันต้องเป็นคนสำคัญสำหรับคุณอย่างที่สุดซึ่งในเรื่องนี้
หมอที่สามารถรักษาคนไข้แบบรู้จริงทุ่มเทจริง
ก็กลายเป็นที่ต้องการหาของทุกคน
ลูกสาวซามูไรก็อยากจะเจอหมอและช่วยเขาพร้อมกับเปลี่ยนฐานะของตัวเองให้เป็น
มากกว่าลูกสาวซามูไร...สุดยอดเกอิชาที่มีความรักและต้องการให้หมอคนเดียว
เท่านั้นที่รักษาเธอ
ไปจนกระทั่งอาจารย์หมอผู้นำสำนักการแพทย์สมัยใหม่ก็ต้องการให้จินอยู่เพื่อ
เป็นหลักในการพัฒนาการแพทย์ ฯลฯ
ไปๆ มาๆ ทุกคนในเรื่องกลายเป็นคนที่สำคัญสุดของทุกคนเสมอ
พูดถึงเรื่องนี้ขึ้นมา เพราะ Jin จะถูกนำมาฉายทางช่อง TPBS หรือ
ไทยทีวีในวันพุธ-พฤหัส เวลา 20.20 ในชื่อ ‘จิน หมอทะลุศตวรรษ’ เริ่ม 19
สิงหาคมนะครับ ผมเชียร์ให้ดูเรื่องนี้กัน
มันไม่ใช่หนังที่มีเนื้อหาอันสุดแสนจะรันทดหดหู่อะไร
ตรงกันข้ามใครที่กำลังรู้สึกห่อเหี่ยว ผมขอเชียร์ให้ติดตามดูเรื่องนี้ให้ดี
แล้วคุณจะหัวเราะ คุณจะน้ำตาซึม คุณจะพลุ่งพล่าน และคุณจะอยากให้มีคนในสังคมรอบข้างคุณเป็นแบบในเรื่องหมอจิน
และสุดท้ายคุณจะอยากฟังเพลง Aitakute Ima ( I Want to See You Now) ทุกครั้งเหมือนอย่างที่ผมเป็นครับ
โดย ต่อพงษ์