คนงานในโรงงานไฮเทคแห่งหนึ่งในเมืองเซิ่นเจิ้น, มณฑลกว่างตง (กวางตุ้ง)
แม้คว้าตำแหน่งชาติเศรษฐกิจขนาดใหญ่อันดับ 2 ในโลกจากญี่ปุ่นมา
ได้ แต่เจ้าหน้าที่จีนประสานเสียงยืนยันว่า
จีนยังเป็นแค่ชาติกำลังพัฒนาเท่านั้นท่ามกลางแรงกดดันจากนานาชาติให้จีน
เพิ่มความรับผิดชอบในโลกมากขึ้น
หลังจากเปิดประเทศมานาน 30 ปี เศรษฐกิจของจีนก็โตพุ่งพรวด
กลายเป็นชาติผู้ส่งออก, ตลาดผู้ซื้อรถยนต์
และผู้ผลิตเหล็กกล้าอันดับหนึ่งของโลก
และเบียดญี่ปุ่นตกจากตำแหน่งชาติเศรษฐกิจใหญ่อันดับ 2
ของโลกซึ่งครองอยู่นาน 40 ปี มาได้อย่างเป็นทางการ
โดยมูลค่าจีดีพีไตรมาส2ของญี่ปุ่นมีจำนวน 1.288 ล้านล้านดอลลาร์
ซึ่งต่ำกว่าของจีนจำนวน 1.336 ล้านล้านดอลลาร์
อันเป็นการตอกย้ำการผงาดกำลังอำนาจทั้งด้านการเมืองและเศรษฐกิจ
ขณะที่นักวิเคราะห์บางรายยังทำนายว่า เศรษฐกิจจีนอาจแซงสหรัฐฯ
ขึ้นเป็นนัมเบอร์วันของโลกในอีกไม่กี่ทศวรรษ
อย่างไร
ก็ตาม นายเหยา เจี้ยน โฆษกกระทรวงพาณิชย์จีนระบุว่า
จีนยังล้าหลังชาติคู่แข่งอีกหลายชาติในแง่จีดีพีต่อหัวประชากร ซึ่งอยู่ที่
3,800 ดอลลาร์ หรืออันดับที่ 105 ในโลก นอกจากนั้น ประชากร 150
ล้านคนจากทั้งหมด1,300
ล้านคนของจีนมีการครองชีพต่ำกว่าเส้นความยากจนตามเกณฑ์ของสหประชาชาติ
ดังนั้น
จีนยังจำเป็นต้องปรับปรุงการเติบโตของเศรษฐกิจในเชิงคุณภาพทั้งด้านคุณภาพ
ชีวิตประชากร, วิชาการความรู้, เทคโนโลยี และการรักษาสิ่งแวดล้อม
จึงยังอีกนานกว่าจีนจะกลายเป็นชาติระดับโลก
ส่วนศาสตราจารย์หยาง อี้ว์ แห่ง Beijing Foreign Studies
University ชี้ว่าปัญหาความยากจน และช่องว่างคนรวย-คนจน ที่ขยายกว้าง
ยังเป็นอุปสรรคขัดขวางจีน
ด้าน
ประชาคมโลกกำลังผลักดันให้จีน
ซึ่งกำลังแผ่อิทธิพลด้านเศรษฐกิจและการทูตไปไกลถึงทวีปแอฟริกาและอเมริกาใต้
มีบทบาทมากขึ้นในการแก้ไขปัญหาของโลก เช่น ปัญหาโลกร้อน
และการไร้สมดุลด้านการค้า
แต่กระทรวงการต่างประเทศของจีนระบุว่า
ตำแหน่งของจีนอยู่ตรงปลายสุดของสายโซ่อุตสาหกรรมของโลก
และความรับผิดชอบในโลกที่จีนต้องแบกรับควรตัดสินจากความสามารถจริง ๆ ของจีน
สอดคล้องกับบทบรรณาธิการของไชน่าเดลี
ซึ่งเป็นหนังสือพิมพ์ภาคภาษาอังกฤษของทางการจีนที่ระบุว่า
เศรษฐกิจจีนยังมีโอกาสเติบโตและมีส่วนทำให้เศรษฐกิจโลกฟื้นตัวอีกมาก
แต่ใครที่คาดหวังให้จีนแบกรับหน้าที่ความรับผิดชอบในโลกมากขึ้น
เพราะขนาดของเศรษฐกิจจีนนั้น
ก็ควรพิจารณาให้ถ่องแท้ถึงปัญหาในการพัฒนาที่จีนยังคงเผชิญมหาศาล
เพียง
แค่ 3 ทศวรรษ เศรษฐกิจจีนสามารถแซงหน้าอังกฤษ,ฝรั่งเศส และเยอรมนี
และเอาชนะชาติกำลังพัฒนาอื่น ๆ ในการมีปากเสียงมากขึ้นในธนาคารโลก
และกองทุนการเงินระหว่างประเทศ
แต่ในบทวิเคราะห์ของหนังสือพิมพ์พีเพิ่ลเดลีของทางการจีนแย้งว่า
ความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจจีนยังคงอยู่ในระดับชาติกำลังพัฒนา ดังนั้น
การเป็นเศรษฐกิจขนาดใหญ่อันดับ 2
ของโลกจึงไม่เหมือนกับการเป็นมหาอำนาจทางเศรษฐกิจใหญ่อันดับ 2 แต่อย่างใด
ที่มา: Manager Online
ความหมาย : เป็นห่วง