ผิวสวยๆ ของสาวญี่ปุ่นนับเป็นที่อิจฉาของสาวไทยมาทุกยุคทุกสมัย เนื่องจากความขาว สวย ใส
สุขภาพดี เรียบเนียน วันนี้เรามีวิธีการดูแลผิวของสาวญี่ปุ่นมาแนะนำกัน
ลองดูว่าสาวๆ ดินแดนอาทิตย์อุทัยเขาใช้ผลิตภัณฑ์อะไร
และดูแลผิวอย่างไรกันบ้าง
เนื่องจากร่ำเรียนทางด้านจตวิทยา (ศาสตร์เกี่ยวกับผิวหนัง)
มาจากคณะแพทย์ศาสตร์ ที่มหาวิทยาลัยคุมาโมโต้
และด้านสาขาเลเซอร์ศัลยกรรมผิวหนัง ความงาม
ศูนย์วิจัยด้านเลเซอร์ศัลยกรรมโตเกียว ร่วมกับมหาวิทยาลัยเคโอ
ประเทศญี่ปุ่น ทำให้แพทย์หญิง ธวลิดา เวชชณิชย์ หรือ คุณหมอยูมิ
แพทย์ผิวหนัง ศูนย์ผิวหนังและเลเซอร์ศัลยกรรมความงาม
และที่ปรึกษาด้านการตลาด ของโรงพยาบาลพระราม 9
ได้ไปคลุกคลีอยู่กับประเทศญี่ปุ่นอยู่หลายปี
จนเชี่ยวชาญทางด้านการดูแลผิวพรรณความสวยความงามแบบสาวญี่ปุ่นเป็นพิเศษ
เธอจึงเก็บเอาเคล็ดลับและวิธีการดูแลผิวหน้าของสาวๆ
แดนปลาดิบมาฝากสาวไทย โดยเธอบอกว่า “ผิวของสาวญี่ปุ่นกับคนไทยเป็นคนแบบกัน
เขาขาวกว่าเราอยู่แล้ว แต่ที่ผิวเขาดูสุขภาพดี ไม่ใช่เพราะขาว
แต่เพราะการรักษาความสะอาดที่ถูกปลูกฝังมาตลอดชีวิต
รวมถึงขั้นตอนการดูแลผิวหน้า อย่างการทำความสะอาดประจำวัน
เขาก็ให้ความสำคัญมากๆ ใช้เวลาหลายสิบนาทีเป็นอย่างต่ำต่อวัน”
ผลิตภัณฑ์สำคัญที่เธอบอกว่า สาวญี่ปุ่นขาดไม่ได้คือ 1.Eye &
Lip make up removal 2.Cleaning 3.Facial foam 4.Whip wash net 5.Toner /
Aqua lotion 6.Serum / Essence 7.Milky lotion/ Cream/ Emulsion
โดยมีขั้นตอนการทำความสะอาดผิว ดังนี้
1. Cleaning
เช็ดเครื่องสำอางค์บริเวณที่ลบยาก เช่น รอบดวงตา ปาก ออกให้หมด
โดยใช้ Eye & Lip make up removal โดยมีวิธีเช็ด คือ ทาลงบนสำลี
แปะลงบนจุดที่จะเช็ด 5 วินาที แล้วปาดออก
ห้ามถูไปถูมาเด็ดขาดเพราะไม่ใช่วิธีที่ถูกแล้วทำให้เกิดรอยเหี่ยวย่นได้ง่าย
หลังจากนั้นล้างเครื่องสำอางส่วนที่เหลือ ซึ่งถ้าเป็น cleaning oil
บีบใสมือ แล้วนวดทั่วใบหน้า หรือถ้าเป็น ครีมน้ำนม ให้เทใส่สำลีแล้วเช็ด
ตามด้วยการล้างน้ำอุ่นเบาๆ จะทำให้เครื่องสำอางหลุดออกได้ดี
หลังจากนั้นใช้โฟมล้างหน้าทำความสะอาดโดยบีบโฟมใส่มือ
หยดน้ำอุ่นลงบนโฟมเล็กน้อย ใช้ตาข่ายตีโฟม จนเกิดฟอง หนา นุ่ม หลังจากนั้น
นำฟองนิ่มๆมาถูหน้าเบาๆ ประมาณ 3-4 นาที เป็นการนวดหน้าไปในตัว
(สาวญี่ปุ่น นิยมใช้ตาข่ายตีโฟม เพราะไม่ต้องการใช้หน้าสัมผัสกับมือ
ซึ่งมืออาจจะไม่สะอาด หรือว่าลงน้ำหนักแรง ทำให้เกิดรอยเหี่ยวย่นได้
แต่ถ้าใช่ตาข่ายตีจะได้เนื้อโฟมหน้านุ่มเป็นตัวสัมผัสใบหน้าอย่างอ่อนโยนแทน
) ล้างออกแล้วซับหน้าให้แห้ง
2. Hydration
เติมน้ำให้เซลล์ผิวใบหน้า ด้วย Toner / Aqua lotion
โดยการเทใส่มือแล้วตบเบาๆ ทั่วหน้า หรือถ้ามีเวลาหน่อย ก็สามารถทำ Toner
mask ใช้เองได้ โดยนำ Toner ที่แช่เย็น มาเทใสลงทิชชูหรือ กระดาษคอลลาเจน
ที่ตัดตามรูปหน้า แล้ว แปะลงบนใบหน้าทิ้งไว้ 3 นาที
จะเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิวหน้าได้มาก
หลังจากนั้นใช้ Serum /Essence
ซึ่งจะมีสารอาหารผิวในปริมาณที่เข้มข้นสูง
จึงเป็นการแก้ไขปัญหาผิวที่มีอยู่เฉพาะจุดได้ดี เช่น ปัญหา ฝ้า กระ
ริ้วรอย รูขุมขน ทาบริเวณที่มีปัญหา ทิ้งไว้ ประมาณ 2 นาที รอให้ซึม
แล้วจึงทาครีมบำรุงตัวต่อไป
สำหรับผู้ที่มีปัญหามากกว่าหนึ่งอย่าง ควรแบ่งทาดังนี้ เช่น
มีปัญหาฝ้า และริ้วรอย
ในตอนเช้าควรทาซีรัมสำหรับแก้ปัญหาริ้วรอยพร้อมกันแดด
และในช่วงกลางคืนค่อยทาซีรัมแก้ปัญหาฝ้า พร้อมบำรุงผิว
เพราะการทาที่เยอะเกินไปทำให้หน้าเหนอะมัน เป็นสาเหตุทำให้เกิดสิว
นอกจากนี้ค่าความสามารถในการดูดซึมสารอาหารของผิวมีจำนวนจำกัด
การทาที่มากเกินไปใช่จะทำให้ได้ประโยชน์เยอะขึ้น
แต่จะทำให้สิ้นเปลืองมากกว่า
3. Moisture
ใช้ Milky lotion/ Cream/ Emulsion เพื่อน้ำมันให้ผิวหน้า
หลังจากล้างหน้าแล้วใบหน้าเราจะสูญเสียน้ำมันตามธรรมชาติออกไปด้วย
ทำให้หน้าแห้ง จึงต้องใช้ครีมพวกนี้เติมกลับไป
แต่สำหรับคนที่หน้ามันอยู่แล้ว หรือคนที่เป็นสิวง่าย
ควรทาครีมบำรุงเหล่านี้แต่น้อยไม่งั้นจะเพิ่มความมันจนเกินไป
หลังจากนั่นใช้ eye cream บำรุงผิวรอบดวงตา ลดรอยดำและเหี่ยวย่น
เป็น 3 ขั้นตอนง่ายๆ ที่ไม่ควรมองข้ามและทำให้ติดเป็นนิสัย
นอกจากนี้สาวญี่ปุ่นยังให้ความสำคัญในเรื่องการป้องกันแดด ใช้ Sunblock
รวมไปถึงการดูแลอาหาร โดยรับประทานพวกเบอร์รี่ที่จะช่วยเรื่องผิวได้มาก
เพราะมีวิตามิน เอ ซี อี เป็นสารอาหารที่บำรุงผิว
นี่เป็นเคล็ดลับความสวยของสาวญี่ปุ่น
ที่คุณหมอยูมิถ่ายทอดให้เราฟัง ถ้าใครอยากมีผิวดี เนียน สวย
บ้างก็ทดลองทำดูกัน ส่วนถ้าใครมีปัญหาตรงไหนเป็นพิเศษ
สามารถปรึกษาคุณหมอได้โดยตรง
เพราะนอกจากเธอจะทำงานเป็นแพทย์ผู้เชี่ยวชาญในโรงพยาบาลแล้ว
คุณหมอยังเป็นที่ปรึกษาด้านผิวหนัง และ เป็น columnist ให้กับ website และ
magazine ต่างๆ อย่างใน www.doctorskinhouse.com
ที่คุณหมอจะไปตอบปัญหาด้านความงาม ผิวพรรณ โรคผิวหน้างต่างๆ และ
เป็นที่ปรึกษาทางด้านการเลือกซื้อ
เลือกใช้เครื่องสำอางค์ให้ถูกวิธีตามหลักการแพทย์
ให้กับทุกคำถามที่ส่งเข้าไป เพื่อให้สาวๆ ไทยมีผิวสวย สุขภาพดีและมั่นใจ
ไม่น้อยหน้าชาติไหนๆ ในโลก :: Text by FLASH
ที่มา: Manager Online
ความหมาย : ปวดหัว