โตโยต้าขอบริษัทแม่ญี่ปุ่นชูไทยฐานผลิตเก๋งระดับโลก

โตโยต้าขอบริษัทแม่ญี่ปุ่นชูไทยฐานผลิตเก๋งระดับโลก

ทันข่าวญี่ปุ่น 4 สิงหาคม 2553

Views : 3239

เคียวอิจิ ทานาดะ

“โตโยต้า” เล็งผุดโครงการใหญ่ ยกไทยเป็นศูนย์กลางผลิตเก๋งระดับโลก เช่นเดียวกับปิกอัพ เร่งทำแผนเสนอบริษัทแม่ที่ญี่ปุ่นคาดใช้เวลาสรุปผล 1 ปี เชื่อมั่นมีศักยภาพพร้อม และเตรียมพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ สู่ตลาดอีกหลายรุ่น โดยเฉพาะรถไฮบริด “โตโยต้า พรีอุส” และโครงการอีโคคาร์ ฟุ้งมูลค่าส่งออกปีนี้มีสิทธิ์ทะลุ 1.95 แสนล้านบาท ผงาดเป็นบริษัทส่งออกมูลค่าสูงสุดของไทย พร้อมปรับเพิ่มยอดขายในประเทศเป็น 3 แสนคัน ทำสถิติสูงสุดของโตโยต้าในไทย ด้าน “มาสด้า” เล็งย้ายฐานผลิตเก๋งคอมแพกต์ “มาสด้า3” จากฟิลิปปินส์มาไทย รอเพียงบริษัทแม่ประเทศญี่ปุ่นยืนยัน คาดไม่เกินสิ้นปีนี้ได้ขอสรุป

       เคียวอิจิ ทานาดะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด หรือทีเอ็มที(TMT) เปิด เผยว่า ปัจจุบันประเทศไทยเป็นฐานการผลิตปิกอัพขนาด 1 ตัน สำคัญระดับโลกของโตโยต้า จากการเป็นฐานผลิตเพื่อการส่งออกทั่วโลก แต่ในอนาคตโตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย ต้องการจะขยายบทบาทดังกล่าว ไปยังรถยนต์นั่ง หรือเก๋งด้วยเช่นกัน เพื่อให้ไทยเป็นศูนย์กลางผลิตรถยนต์ระดับโลกอย่างแท้จริง
       
       “ขณะนี้เรากำลังศึกษาแผนยกระดับไทย เป็นฐานการผลิตเก๋งระดับโลก จากปัจจุบันที่ผลิตรองรับตลาดในประเทศ และส่งออกภูมิภาคอาเซียน-ออสเตรเลียเป็นหลัก ซึ่งแผนทั้งหมดทีเอ็มทีจะต้องศึกษาครอบคลุม ทั้งเรื่องโรงงานผลิต การลงทุน และผลิตภัณฑ์ ตลอดจนตลาดส่งออก เพื่อให้บริษัทแม่โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศญี่ปุ่น หรือทีเอ็มซี(TMC) เป็นผู้ตัดสินใจ โดยคาดว่าจะชัดเจนและสรุปได้ภายใน 1 ปีนับจากนี้ไป”
       
       โดยโอกาสที่ประเทศไทยจะเป็นศูนย์กลางผลิตเก๋งระดับโลก มีความเป็นไปได้สูงมาก เพราะไทยมีศักยภาพความพร้อมสูงสุด และปัจจุบันโตโยต้าในประเทศไทย เป็นบริษัทเดียวที่มีกำลังการผลิตเดือนละกว่า 5 หมื่นคัน นับว่าสูงที่สุดในโลก แม้ในสหรัฐอเมริกาจะมีตัวเลขการผลิตสูงกว่า แต่เป็นยอดการผลิตของบริษัทในเครือหลายแห่งรวมกัน
       
       นายทานาดะกล่าวว่า ในส่วนของโรงงานที่จะรองรับโครงการศูนย์กลางผลิตเก๋งระดับโลก ไทยมีพื้นที่ว่างขยายการผลิต หรือสร้างโรงงานเพิ่มได้ ทั้งที่เกตุเวย์(ปัจจุบันผลิตเก๋ง) และโรงงานบ้านโพธิ์(ผลิตปิกอัพและรถอเนกประสงค์พีพีวี) จังหวัดฉะเชิงเทรา ซึ่งสามารถนำมาพิจารณาว่า ตรงไหนมีความเหมาะสมมากที่สุดได้ทั้งคู่

โรงงานโตโยต้าบ้านโพธิ์
       “ประกอบกับทิศทางตลาดเก๋ง ได้รับความนิยมจากผู้บริโภคมากขึ้นเรื่อยๆ ดังจะเห็นได้จากสัดส่วนยอดขายเก๋งและปิกอัพปัจจุบันใกล้เคียงกันมาก ทำให้เชื่อว่าอนาคตตลาดเก๋ง จะมีมากกว่า หรือมีสัดส่วนเกิน 50% แต่ไม่ได้หมายความว่ายอดขายปิกอัพจะลดลง ตลาดปิกอัพยังจะเติบโตต่อไป เพียงแต่สัดส่วนปริมาณจะน้อยกว่าเก๋งเท่านั้น”
       
       จากทิศทางดังกล่าว แน่นอนการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ สู่ตลาด จึงต้องสอดคล้องกับสภาพตลาด โดยปัจจุบันเก๋งที่ผลิตในไทยไม่ว่าจะเป็น โตโยต้า รุ่นโคโรลล่า อัลติส, รุ่นคัมรี่, รุ่นวีออส และยาริส ล้วนได้รับการตอบรับจากผู้บริโภคเป็นอย่างดี และในไทยยังมีศูนย์พัฒนาและวิจัยประจำภูมิภาคในไทย จึงย่อมมีศักยภาพในการพัฒนาและผลิตเก๋งรุ่นใหม่ๆ สู่ตลาดได้
       
       “ไม่ เพียงเท่านี้โตโยต้ายังให้ความสำคัญ กับรถพลังงานทางเลือกไปพร้อมๆ กัน ไม่ว่าจะเป็นรถพลังงานเชื้อเพลิงธรรมชาติ หรือซีเอ็นจี(CNG) น้ำมันไบโอดีเซล รวมถึงน้ำมันแก๊สโซฮอล์ E85 โดยเฉพาะรถยนต์ไฮบริด ซึ่งในไทยโตโยต้าได้ผลิตและทำตลาดรุ่นคัมรี่ไปแล้ว และเรากำลังวางแผนจะผลิต โตโยต้า พรีอุส รถยนต์ไฮบริดโมเดลใหม่ในไทย เพื่อรองรับตลาดในประเทศและส่งออกอาเซียน โดยทุกอย่างจะชัดเจนภายในช่วงระยะเวลา 1 ปีจากนี้ และอีก 2-3 ปี โตโยต้ายังมีโครงการผลิตอีโคคาร์ในไทยตามที่ได้ประกาศไปแล้ว” นายทานาดะกล่าวและว่า
       
       สำหรับการส่งออกรถยนต์โตโยต้าจากประเทศไทย มีการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง โดยปีนี้คาดว่าจะส่งออกทั้งหมด 330,000 แสนคัน โดยแบ่งเป็นปิกอัพ 270,000 คัน สำหรับส่งออกไปทั่วโลก 109 ประเทศ และเก๋งอีก 60,000 คัน ในภูมิภาคอาเซียน และออสเตรเลีย
       
       “หากเป็นไปตามเป้าหมาย รวมการส่งออกรถยนต์สำเร็จรูป และชิ้นส่วนของโตโยต้าจากไทย มีมูลค่ามากกว่า 1.95 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมาที่ทำได้ 1.56 แสนล้านบาท ซึ่งน่าจะผลักดันทำให้โตโยต้าเป็นบริษัทส่งออกมากที่สุดในประเทศไทย จากปัจจุบันที่บริษัทคอมพิวเตอร์ทำได้มากที่สุด”

โตโยต้า พรีอุส
       นายทานาดะกล่าวว่า ส่วนตลาดรถยนต์ในประเทศปีนี้ จากการที่ยอดขายรวมครึ่งแรกของปีขยายตัวกว่า 50% ประกอบกับทิศทางเศรษฐกิจและการเมืองเมืองไทยอยู่ในเกณฑ์ที่ดี ราคาน้ำมันมีเสถียรภาพ และราคาสินค้าทางการเกษตรปรับตัวดี จึงทำให้จากเดิมคาดตลาดรถยนต์ถึงสิ้นปีนี้อยู่ที่ 650,000 คัน โตโยต้าได้ปรับเพิ่มเป็นประมาณ 750,000 คัน หรือเทียบกับปีที่แล้วเพิ่มขึ้น 37% ซึ่งเป็นสถิติยอดขายสูงที่สุดเป็นประวัติการณ์ของตลาดรถไทย
       
       “โตโยต้าเองได้ปรับเพิ่มเป้าหมายการขายเช่นกัน จากเดิมเมื่อต้นปีตั้งไว้ 250,000 คัน เพิ่มเป็น 300,000 คัน ซึ่งถือเป็นสถิติการขายที่ดีที่สุดของโตโยต้าในประเทศไทย โดยที่ผ่านมาเคยทำได้สูงสุดเพียงกว่า 290,000 คันเท่านั้น และเมื่อรวมกับตัวเลขออกทั้งหมด ทำให้โตโยต้าในประเทศไทยมียอดขายกว่า 600,000 แสนคัน เป็นการบรรลุเป้าหมายตั้งแต่ปีแรก ในการเข้ามาบริหารงานทีเอ็มทีของผม จากเดิมจะต้องทำให้ได้ภายใน 3 ปี” นายทานาดะกล่าว
       
       ทั้งนี้ การขยายตัวอย่างมากของตลาดรถไทย ส่งผลให้กำลังการผลิตทุกโรงงานแทบจะไม่เพียงพอรองรับ จึงต้องเพิ่มเวลาทำงานเป็น 2 กะ และเพิ่มการทำงานล่วงเวลา หรือโอที(OT) อีกโรงงานละ 5 ชั่วโมง แต่ความต้องการของตลาดที่มีมากกว่า โตโยต้าจึงต้องลดเวลาผลิตต่อคันลง โดยในเดือนกันยายนที่จะถึงนี้ มีแผนลดเวลารถยนต์ออกจากสายการผลิตโรงงานเกตุเวย์จากปัจจุบัน 1.4 นาที เป็น 1.25 นาที โรงงานบ้านโพธิ์ลดลงมาเป็น 1.8 นาที และโรงงานสำโรง จังหวัดสมุทรปราการ ลดเวลาลงเป็น 51 วินาที ซึ่งถือว่าเป็นโรงงานที่มีประสิทธิภาพการผลิตที่ดีที่สุดในโลกของโตโยต้า จึงแสดงให้เห็นศักยภาพของโตโยต้าในประเทศไทย ที่จะเป็นฐานการผลิตระดับโลกทั้งปิกอัพและเก๋ง

ที่มา: Manager Online

かばん [ka-ban]

ความหมาย : กระเป๋า