ท่านผู้อ่านอาจจะแปลกใจว่าผมไปลอยกระทงอะไรในเมืองโอซากา ของญี่ปุ่นต้องบอกว่าไปลอยกระทงมาจริงๆ ครับเมื่อสัปดาห์ก่อน เพราะที่โอซากา
เมืองที่มีเศรษฐกิจการค้าใหญ่เป็นอันดับ 2 ของญี่ปุ่นรองลงมาจากโตเกียว
เขามีงานเทศกาลเทนจิน หรือเทนจิน มัทซุริ งานเทศกาลที่
ยิ่งใหญ่ 1 ใน 3 ของญี่ปุ่น
ซึ่งมีชาวโอซากาและชาวญี่ปุ่นเดินทางมาร่วมงานกันนับล้านคนในแต่ละปี โดย 3
เทศกาลที่ว่านั่นก็มี เทศกาลกิออน (Gion Masuri) ที่กรุงโตเกียว เทศกาลคันดะ (Kanda Matsuri) ที่กรุงโตเกียว และเทศกาลเทนจิน (Tenjin Matsuri) ที่โอซาก้าแห่งนี้
เทนจิน มัทซุริ หรือ
เทศกาลแห่เทพเจ้าทางบกและทางน้ำของศาลเจ้าเทนมังงุ
จัดขึ้นเป็นประจำทุกปีในช่วงปลายเดือนกรกฎาคม
จัดสืบต่อกันมายาวนานกว่าพันปีมาแล้ว
โดยศาลเจ้าเทนมังงุนั้นเป็นศาลเจ้าที่ชาวโอซากาและชาวญี่ปุ่นให้ความเคารพ
นับถือ เป็นศาลเจ้าเก่าแก่ที่มีอายุยาวนานกว่าพันปี
โด่งดังในเรื่องการการบไหว้ขอพรในการเรียนการสอบ
ดังนั้นในช่วงเทศกาลสอบเข้าโรงเรียน
สอบเข้ามหาวิทยาลัยก็จะมีนักเรียนนักศึกษา
ผู้ปกครองจากทั่วประเทศเดินทางมาบนบานสานกล่าวและขอพรกันจนแน่นศาลเจ้าไปหมด
ท่านเจ้าอาวาสของศาลเจ้ายังเป็นที่เคารพศรัทธาจนมีลูกศิษย์ลูกหาเป็นนัก
ธุรกิจ เป็นประธานบริษัท เจ้าของธุรกิจการค้ามากมาย
และพอถึงเทศกาลเทนจินของทุกปี
บรรดาลูกศิษย์ลูกหาประชาชนชาวโอซากาก็จะมาร่วมงานกันอย่างคับคั่ง
เรียกว่าชาวโอซากาเขาแทบจะปิดเมืองเพื่อจัดงานเทศกาลเทนจินกันเลย
โรงแรมที่พักในเมืองนั้นไม่ต้องพูดถึง ต้องจองกันล่วงหน้าเป็นปีเลยทีเดียว
เกริ่นมาตั้งนาน
แล้วงานลอยกระทงของเราเข้าไปเกี่ยวข้องกับงานเทศกาลเทนจินของโอซากาได้
อย่างไร ก็ต้องย้อนไปเมื่อปี 2550
ซึ่งเป็นปีแห่งการฉลองความสัมพันธ์ทางการทูต ไทย-ญี่ปุ่นครบ 120 ปี
ททท.สำนักงานโอซาก้าได้รับเชิญจากท่านเจ้าอาวาสศาลเจ้าเทนมังงุให้จัดเรือ
ประดับตกแต่งแสงไฟเข้าร่วมขบวนแห่ทางน้ำ ซึ่งทาง
ททท.ก็ทำเรือประดับเป็นรูปกระทงกลีบบัวสวยงามมีชื่อประเทศไทยติดข้างเรือ
เข้าร่วมขบวนแห่
เป็นการเชื่อมโยงประเพณีลอยกระทงซึ่งเป็นประเพณีทางน้ำของไทยเข้าไปเผยแพร่
ร่วมในขบวนแห่เทศกาลเทนจิน ซึ่งสร้างความประทับใจให้กับผู้ชมอย่างมาก
เรือของไทยนับเป็นเรือต่างชาติประเทศเดียวที่เข้าไปร่วมขบวน ปี 2551
ททท.ก็ได้รับเชิญให้จัดเรือเข้าร่วมขบวนแห่อีกครั้งพร้อมทั้งจัดทำทุ่นลอย
ริมฝั่งหน้าโรงแรมอิมพีเรียล
จัดให้มีการแสดงนาฏศิลป์ไทยในชุดต่างๆแสดงให้ผู้มาเที่ยวงานได้ชม
และเพื่อเป็นการเชื่อมความสัมพันธ์อันดีระหว่างกันทาง
ททท.ก็ได้เชิญท่านเจ้าอาวาสพร้อมคณะผู้บริหารศาลเจ้าเดินทางมาสังเกตการณ์
งานลอยกระทงของไทยที่สุโขทัยและอยุธยา
ซึ่งเป็นงานเทศกาลที่เกี่ยวข้องกับสายน้ำใกล้เคียงกัน
สร้างความประทับใจกับคณะของทางเจ้าอาวาสและทางศาลเจ้าเทนมังงุเป็นอย่างยิ่ง
จนมีการแลกเปลี่ยนการเชิญเข้าร่วมงานระหว่างสองเทศกาลในปีต่อๆมา
สำหรับงานเทศกาลเทนจินในปีนี้
ททท.ก็ถือเป็นโอกาสดีที่ได้เข้าร่วมงานเพื่อเป็นการกระตุ้นตลาดนักท่อง
เที่ยวชาวญี่ปุ่นหลังซบเซาจากเหตุการณ์ทางการเมืองในช่วงที่ผ่านมา โดย
นายชุมพล ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา พร้อมด้วย
นายยุทธพล อังกินันทน์ เลขานุการรัฐมนตรีฯ ได้นำทีมผู้บริหาร ททท.ซึ่งมี
นางสาวเพ็ญสุดา ไพรอร่าม รองผู้ว่าการด้านสินค้าและธุรกิจท่องเที่ยว และ
นายสรรเสริญ เงารังสี รองผู้ว่าการด้านตลาดเอเชีย และแปซิฟิกใต้ เดินทางไปร่วมงาน โดยทาง ททท.สำนักงานโอซากา ซึ่งมี
นายจรัล อ้นมีเป็นผู้อำนวยการ ได้จัดทุ่นลอยริมแม่น้ำโอกาวาลักษณะเป็นเวทีลอยน้ำ
ตกแต่งเป็นรูปกระทงกลีบบัวอย่างสวยงาม
เพื่อใช้เป็นเวทีแสดงนาฏศิลป์ไทยให้ชาวโอซากาได้ชมกัน
พร้อมทั้งนำคณะนาฏศิลป์จากเมืองไทยไปทำการแสดง
และยังมีการจัดงานลอยกระทงไนต์ขึ้นที่โรงแรมอิมพีเรียล
มีการเชิญท่านเจ้าอาวาสศาลเจ้าเทนมังงุ ผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวกว่า
200 บริษัท และสื่อมวลชนญี่ปุ่นเข้าร่วมงาน โดยในงานมีการสาธิตการทำกระทง
การแสดงโขนยกรบ การแสดงนาฏศิลป์สี่ภาค
การแสดงประวัติความเป็นมาของประเพณีลอยกระทง การแสดงเดี่ยวระนาดของขุนอิน
ซึ่งสร้างความประทับใจให้กับผู้ร่วมงานเป็นอย่างมาก
และปิดท้ายรายการด้วยการลงไปร่วมลอยกระทงที่ริมแม่น้ำโอกาวาบริเวณทุ่นลอย
ของประเทศไทย สร้างความประทับใจให้กับแขกผู้มาร่วมงานเป็นอย่างยิ่ง
การเดินทางมาร่วมงานส่งเสริมเทศกาลลอยกระทงในเทศกาลเทนจินที่โอซากา
ครั้งนี้ นายชุมพล ศิลปอาชา ยังได้นำทีมผู้บริหาร ททท.
พบปะกับผู้บริหารระดับสูงของบริษัทนำเที่ยว
ผู้บริหารสายการบินของญี่ปุ่นในเมืองโอซากา
และผู้ประกอบการท่องเที่ยวเมืองนาโกยา
เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวและสร้างความมั่นใจในการขายทัวร์มาประเทศไทย
ซึ่งภาคเอกชนของญี่ปุ่นต่างให้ความเห็นเป็นไปในแนวทางเดียวกันว่า
ประเทศไทยนับเป็นจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวที่ชาวญี่ปุ่นและบริษัททัวร์
ญี่ปุ่นให้ความสนใจระดับแนวหน้ามาโดยตลอด
แต่ก็มักจะมาสะดุดด้วยเรื่องเหตุการณ์ความไม่สงบทางการเมือง ซึ่งในปลายปี
2552 ต่อต้นปี 2553 สถานการณ์เริ่มดีขึ้นจนเกือบกลับเข้าสู่ภาวะปรกติ
หลายบริษัทมียอดขายประเทศไทยเพิ่มสูงขึ้นมากจนกระทั่งเข้าสู่เดือนเมษายน
2553 ก็ต้องหยุดชะงักอีกครั้ง ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าเสียดายมาก
แม้นขณะนี้เหตุการณ์จะกลับเข้าสู่ภาวะปรกติ
และเริ่มมีนักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่นโดยเฉพาะนักท่องเที่ยวแบบเอฟไอที
หรือนักท่องเที่ยวที่เดินทางเองโดยไม่ผ่านบริษัทนำเที่ยวจะเริ่มฟื้นตัวขึ้น
อย่างรวดเร็ว
เพราะนักท่องเที่ยวในกลุ่มนี้มักจะเข้าถึงข้อมูลด้วยตนเองและกล้าตัดสินใจใน
การเดินทาง
แต่กลุ่มนักท่องเที่ยวแบบกรุ๊ปทัวร์ก็ยังคงต้องใช้เวลาในการฟื้นตัว
ซึ่งอาจจะต้องใช้เวลาถึง 6 เดือน ซึ่งนายชุมพล ศิลปะอาชา
ก็ได้มอบนโยบายให้
ททท.สนับสนุนการโฆษณากับบริษัทนำเที่ยวญี่ปุ่นที่สามารถจะทำการเพิ่มยอดนัก
ท่องเที่ยวจากเป้าหมายที่ทางบริษัทวางไว้อีก 1 เท่าตัวเพื่อเป็นแรงจูงใจ
โดยให้มาเจรจาทำข้อตกลงร่วมกัน
ถ้าบริษัทไหนทำได้ตามเป้าหมายก็จะได้รับการสนับสนุน
ซึ่งนั่นจะเป็นวิธีสร้างแรงจูงใจและกระตุ้นตลาดให้ฟื้นคืนกลับมาได้รวดเร็ว
ขึ้น โดย
ททท.มีเป้าหมายจะผลักดันนักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่นให้เดินทางมาท่องเที่ยว
ประมาณ 1 ล้านคนในปีนี้
โดย : วินิจ รังผึ้ง