ทันข่าวญี่ปุ่น 28 กรกฎาคม 2553
Views : 3225
นายพงษ์ภาณุ เศวตรุนทร์
"เอสเอ็มอีแบงก์" จับมือ "JFC SME Unit"
นัดจับคู่ธุรกิจระหว่างผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทย-ญี่ปุ่น กว่า 150
บริษัทในกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ อิเล็กทรอนิกส์ และอาหาร
เพื่อช่วยขยายโอกาสการค้าและสร้างเครือข่ายธุรกิจระหว่างกัน
คาดเกินวงเงินสะพัดกว่า 300 ล้านบาท
นายพงษ์ภาณุ เศวตรุนทร์ ประธานกรรมการ
ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (เอสเอ็มอีแบงก์)
กล่าวภายหลังเปิดกิจกรรมจับคู่ธุรกิจกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์
กลุ่มอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ และกลุ่มอุตสาหกรรมอาหาร
ซึ่งจัดขึ้นโดยเอสเอ็มอีแบงก์ กับ JFC SME Unit (Japan Finance
Corporation ) ว่า จากที่ธนาคารได้ร่วมลงนามบันทึกความร่วมมือ (MOU)
ในระดับพหุภาคีในกลุ่มประเทศสมาชิกความร่วมมือทางเศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก
(Asia-Pacific Economic Cooperation : APEC) กับ JFC SME Unit
ซึ่งมีหน้าที่เป็นสถาบันการเงินที่ให้การสนับสนุน SMEs ในประเทศญี่ปุ่น
โดยสองหน่วยงานร่วมกันจัดกิจกรรมจับคู่ธุรกิจ (Business Matching)
ผลักดันให้ธุรกิจ SMEs ของทั้งสองประเทศเชื่อมโยงติดต่อการค้าระหว่างกัน
โดยผู้ประกอบการที่เข้าร่วมจะเป็นบริษัทจดทะเบียนที่ผู้ผลิตสินค้าบริโภค
ชั้นนำในประเทศญี่ปุ่น
และยังเป็นผู้ส่งออกและนำเข้าสินค้าระหว่างประเทศในทวีปเอเชีย
สำหรับกิจกรรมครั้งนี้ นับเป็นครั้งที่ 5 แล้ว หลังจาก 4
ครั้งที่ผ่านมาประสบความสำเร็จด้วยดี
เกิดวงเงินในการจับคู่ธุรกิจระหว่างกันกว่า 200 ล้านบาท สำหรับครั้งที่ 5
นี้มีผู้ประกอบการญี่ปุ่นและไทยเข้าร่วมชาติละ 75 บริษัท รวมเป็น 150
บริษัท แบ่งเป็นกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์-อิเล็กทรอนิกส์ จำนวน 105 บริษัท
และกลุ่มอุตสาหกรรมอาหาร จำนวน 45 บริษัท
ซึ่งทั้งหมดเป็นอุตสาหกรรมที่ไทยมีศักยภาพ
สินค้าที่มีคุณภาพได้มาตรฐานการส่งออก
ในขณะที่ผู้ประกอบการญี่ปุ่นมีความต้องการหาคู่ธุรกิจในอุตสาหกรรมเหล่านี้
นายพงษ์ภาณุ กล่าวอีกว่า
การจัดงานในครั้งนี้เป็นการเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยได้เชื่อมโยงตลาดใน
การดำเนินธุรกิจระหว่างไทยและญี่ปุ่น
เพื่อแสดงศักยภาพของผู้ประกอบการไทยในตลาดสากล
และยังสะท้อนให้เห็นความร่วมมืออันดีระหว่างเอสเอ็มอีแบงก์ และ JFC SME
Unit ประเทศญี่ปุ่น ภายใต้กิจกรรมจับคู่ธุรกิจ
ตั้งเป้าว่าจะเกิดมูลค่าธุรกิจร่วมกันกว่า 200-300 ล้านบาท
สำหรับเหตุระเบิดหน้าห้างบิ๊กซี ราชดำรินั้น นายพงษ์ภาณุ ระบุว่า
ยังไม่ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนญี่ปุ่นมากนัก อย่างไรก็ตาม
จากภาพรวมความวุ่นวายทางการเมืองของประเทศไทยที่ผ่านมา โดยเฉพาะในรอบ 2
ปีหลัง
ส่งผลกระทบให้ประเทศไทยสูญเสียความน่าสนใจในการลงทุนจากต่างชาติไปมาก
จากเคยเป็นแถวหน้าในเอเชีย ปัจจุบัน หล่นเป็นรองจีน
และใกล้เคียงกับเวียดนาม
ที่มา: Manager Online
ความหมาย : นักเรียน