ประวัติ ชาเขียว

ประวัติ ชาเขียว

ข้อมูลญี่ปุ่น 18 กรกฎาคม 2553

Views : 7510

ความจริงแล้วชาเขียวมีถิ่นกำเนิดจากประเทศจีน นำเข้าไปญี่ปุ่นโดย เมียวอัน อิไซ พระสงฆ์ผู้นำปรัชญาของพุทธศาสนานิกายเซนมาสู่ประเทศ ก่อนจะกลายเป็นเครื่องดื่มยอดนิยมบนเกาะญี่ปุ่นบางครั้งก็ถูกเรียกว่า ชาญี่ปุ่น (นิฮอนชะ)

บางคนอาจจะสงสัยว่าชาเขียวนั้นเหมือนหรือแตกต่างกับชาดำเช่นชาอังกฤษ อย่าง เอิร์ลเกรย์ อิงลิชเบรกฟาสต์ ฯลฯ ไหม คำตอบคือทั้งเขียวและดำต่างมาจากต้นไม้พันธุ์เดียวกัน เพียงแต่ต่างกรรมวิธีการผลิต ชาเขียวมาจากใบชาที่นำไปทำอบให้แห้งแต่ไม่หมัก เพราะผ่านการผลิตไม่หลายขั้นตอนจึงทำให้ชาเขียวได้รสชาติที่เบากว่าชาดำ ทั้งยังรักษาคุณประโยชน์ต่างๆ ที่มีอยู่ในใบชาไว้ได้มากกว่า
ชาเขียว ของญี่ปุ่นยังพิเศษกว่าด้วยการปลูกในร่ม ซึ่งทำให้ได้รสชาติที่มีเอกลักษณ์ เวลาพูดถึงชาเขียวญี่ปุ่นเรามักจะคุ้นเคยกับคำว่า เซนชะ ซึ่งเป็นใบชาเขียวที่ได้รับความนิยมแพร่หลายและเป็นที่รู้จักทั่วไป เซนชะ คือ ชาเขียวที่ปลูกกลางแจ้ง และนำไปนวดก่อน มีรสฝาดผสมหวานเล็กน้อย เซนชะที่มีคุณภาพด้อยลงมาและถูกกว่าเรียกว่า บันชะ


ในญี่ปุ่นยังมีชาคุณภาพดีและแพงกว่าเซนชะ นั่นก็คือ เกียวกุโระ ชื่อนี้หมายถึง หยกน้ำค้าง เพราะชาชนิดนี้มีสีเขียวอ่อนๆ เป็นใบชาที่ดีที่สุด เพาะปลูกในวิธีพิเศษ ด้วยการประคบประหงมให้เติบโตในร่มเงา ไม่ให้เจอกับแสงแดดโดยตรง จึงทำให้รสชาติของชาชนิดนี้หวานแตกต่างออกไป


ส่วน คาบูเซชะ ก็เป็นใบชาที่ได้จากการปลูกในร่มเหมือนกัน เพียงแต่ระยะเวลาในการประคบประหงมดูแล อาจจะไม่ยาวนานเท่ากับเกียวกุโระ

นอกจากใบชาแล้วชาเขียวยังมีประเภทชาผงที่เรียกว่า มัทชะซึ่งได้จากต้นชาที่ปลูกแบบวิธีพิเศษเหมือนกับเกียวกุโระ ก่อนนำมาอบแห้งและบดเป็นผง มีรสนุ่มนวลและหวาน สำหรับมัทชะนี้มักจะใช้ในพิธีฉลอง รวมไปถึงใช้ทำเป็นรสชาติของไอศกรีมหรือขนมหวานอื่นๆ ขณะที่ เกนไมชะ คือ ชาซึ่งได้จากการผสมระหว่างใบชากับข้าว บางครั้งก็ผสมผงมัทชะลงไปด้วยเพื่อให้ได้สีสวย

การชงชาเขียวไม่ว่าจะจากถุงชาหรือใช้ใบชาควรจะชงในน้ำซึ่งไม่ร้อนจัดมาก เท่ากับชงชาประเภทอื่นๆ ก่อนชงควรอุ่นกาและถ้วยชาด้วยน้ำร้อน ใส่ใบชาลงไปในกาเปล่า เทน้ำร้อนรดราดใบชา ปิดฝาทิ้งไว้

ถ้าเป็นเซนชะใช้น้ำอุณหภูมิประมาณ 70 องศาเซลเซียสทิ้งไว้ประมาณ 1 นาที เกียวกุโระใช้น้ำอุณหภูมิประมาณ 45 องศาเซลเซียส ทิ้งไว้สัก 2 นาที ส่วนพวกเกนไมชะใช้น้ำเดือดจัด แต่ทิ้งไว้แค่ 1220 วินาทีก็พอ สำหรับมัทชะนั้นใช้ผงชา 1 ช้อนชาใส่ลงในถ้วยชาขนาดใหญ่ และเติมน้ำอุณหภูมิประมาณ 70 องศาเซลเซียสลงไป 1/4 ถ้วย (หนึ่งส่วนสี่ถ้วย) แล้วคนด้วยช้อนที่ทำจากไม้ไผ่
ชาวญี่ปุ่นจะดื่มชาใน ถ้วยที่ไม่มีหู เวลาดื่มก็จะถือถ้วยไว้ในมือข้างหนึ่งและใช้อีกข้างจับประคองก้นถ้วย ปกติคนญี่ปุ่นจะดื่มชาเขียวร้อนโดยไม่เติมน้ำตาลหรือครีม

 

คนญี่ปุ่นดื่มชาเป็นกิจวัตร จากการศึกษาหลายสถาบันพบว่าชาเขียวทำให้คนญี่ปุ่นมีอายุยืน เพราะชาเขียวมีสารต้านอนุมูลอิสระทำให้แก่ช้า รวมทั้งป้องกันท้องเสีย เพราะว่ารสขมในชาจะไปฆ่าแบคทีเรียสาเหตุอาการท้องเสีย ลดความเสี่ยงการเป็นโรคมะเร็ง ทำให้ไม่มีกลิ่นปาก มีฟลูโอรีนที่ทำให้ฟันแข็งแรง ลดคอเลสเตอรอล ลดความดัน ลดน้ำตาลในเลือด ฯลฯ


แต่ ... คุณประโยชน์ทั้งหมดทั้งมวลที่ว่า “อาจจะ” หาไม่ได้จากชาเขียวสำเร็จรูปบรรจุขวด ซึ่งมีชาเขียวผสมอยู่น้อย และเต็มไปด้วยน้ำตาล ที่คนไทยเห่อดื่มกันอยู่พักใหญ่นั่นล่ะ

ที่มา: http://www.posttoday.com

可愛い [KAWAII]

ความหมาย : น่ารัก