เด็กๆ หรือวัยรุ่นเห่อของนอก หรือของแปลกไม่ใช่เรื่องใหญ่ เพราะมันเป็นเช่นนั้นมาทุกสมัย แต่ผู้ปกครองและคุณครูในยุคนี้ได้เปรียบมากกว่าคนรุ่นก่อน เพราะมีข้อมูลให้ค้นหาและอุปกรณ์วิทยาศาสตร์ราคาถูกให้เลือกใช้อย่างเหลือเฟือ จึงควรใช้ช่วงเวลาที่เด็กกำลังคลั่งไคล้ นี้ สร้างเป็นบทเรียนเล็กๆ ทั้งด้านวิทยาศาสตร์ หรือการค้นหาข้อมูลจากเว็บไซด์ต่างประเทศเปิดโอกาสให้เกิดความรู้ใหม่ๆ หรือค้นหาความสนใจเฉพาะทางให้กับเด็กๆ ได้ (buymarimo.com)
|
สาหร่ายมาริโมะก้อนกลมน่ารักจากญี่ปุ่นกำลังอินเทรนด์แพคขายกันแทบไม่ทัน อันที่จริงสาหร่ายก้อนกลมแบบนี้ ไม่ได้มีแค่ที่ญี่ปุ่น แต่มีคู่แฝดสัญชาติไทยชื่อ “สาหร่ายไก” ซึ่งเติบโตในแม่น้ำใสสะอาด ต่างกันแค่ถิ่นที่อยู่ซึ่งมีผลทำให้รูปร่างไม่เหมือนกัน มาริโมะสาหร่ายก้อนกลม "กิ๊ก" ถือเป็นของเล่นชีวภาพแบบคลาสสิคที่ไม่เคยตกยุค เพราะไม่ใช่พึ่งฮิตในช่วงนี้ แต่เคยเป็นที่สนใจของวัยรุ่นไปจนถึงกลุ่มคนรักต้นไม้น้ำและปลาตู้สวยงามในประเทศไทยมานานกว่า 10 ปีแล้ว แต่ด้วยรูปร่างกลมกลิ้งน่ารัก แค่พ่อค้าแม่ค้าสมองใสจับใส่ในแพคเกตสวยๆ โรยกรวยทรายสีสด ใครเห็นก็อดใจซื้อไม่ได้ แม้ก้อนหนึ่งจะมีราคาหลายร้อยบาทก็ยอมควักจ่าย แล้วสาหร่ายชนิดนี้ต่างจากตะไคร่น้ำในอ่างปลาของเราตรงไหน? มาริโมะ มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Aegagropila linnaei โดยพบได้เกือบทั่วโลก เริ่มมีการรายงานการค้นพบตั้งแต่ปี พ.ศ 2360 โดยนักวิทยาศาสตร์ชื่อ Anton E. Sauter ซึ่งพบสาหร่ายนี้เป็นครั้งแรกในทะเลสาบ Zeller ประเทศออสเตรีย ส่วนแหล่งน้ำอื่นๆ ที่พบได้มาก คือ ทะเลสาบ Mývatn ประเทศไอซ์แลนด์ ในญี่ปุ่นพบที่ทะเลสาบ Akan โดยมีชื่อพื้นเมืองเรียกต่างกันไปตามแหล่งที่พบ ชื่อ “มาริโมะ” ตั้งโดยนักพฤษศาสตร์ชาวญี่ปุ่น ทัตซึฮิโก๊ะ คาวากามิ (Tatsuhiko Kawakami) แปลว่า “สาหร่ายลูกบอล” จึงเป็นเพียงหนึ่งในชื่อท้องถิ่นที่เรียกในญี่ปุ่นเท่านั้น แต่ด้วยความน่าสนใจหลายอย่าง ทั้งลักษณะที่แปลก ความจำเพาะของถิ่นที่อยู่ อัตราการเติบโตเชื่องช้า และความเชื่อเรื่องโชคลางของคนท้องถิ่นในฮอกไกโด ทำให้กลายเป็นสาหร่ายล้ำค่าจนต้องจัดงานเฉลิมฉลองให้กับเจ้าสาหร่ายชนิดนี้ทุกปี สิ่งที่ทำให้สาหร่ายมาริโมะต่างจากสาหร่ายหรือตะไคร่น้ำที่เราเห็นกันทั่วไป มีปัจจัยสำคัญ 2 ข้อ คือ ลักษณะการแตกกิ่งก้านตามธรรมชาติ และลักษณะที่อยู่อาศัยใต้ทะเลสาบ ปัจจัยแรกคือการแตกกิ่งก้านของสาหร่าย Aegagropila linnaei มีลักษณะสั้นป้อม และแตกออกรอบๆ ข้อ ซึ่งแตกต่างจากสาหร่ายชนิดอื่นๆ ที่มักมีกิ่งก้านยาวและแตกต่อๆ กันออกไปเป็นเส้นยาวสยาย เมื่อผสานกับปัจจัยที่สอง คือแหล่งอาศัยใต้ทะเลสาบที่มีกระแสน้ำหมุนวนจากอิทธิพลของลม ก็ทำให้พวกมันเติบโตแตกกิ่งก้านไปพร้อมกับการหมุนกลิ้งตลอดเวลา การเติบโตอีกแบบหนึ่งที่ทำให้เกิดสาหร่ายกลมๆ ได้ ก็คือการแตกหักของหน่อที่จมลงไปเติบโตใต้ตม ก็ทำให้สาหร่ายเติบโตเป็นก้อนกลมอัดแน่นเพราะแตกแขนงออกมาทุกทิศทางเท่าๆ กัน ได้เช่นกัน หากใครสงสัยว่าถ้าสภาพใต้ทะเลสาบเปลี่ยนแปลงไป ไม่มีกระแสน้ำกล่อมกลิ้งพวกมัน หรือถ้านำสาหร่าย Aegagropila linnaei มาเลี้ยงในน้ำนิ่งแล้วไม่เขย่าให้มันเติบโตได้ทุกทิศทางอย่างอิสระจะทำให้มันเปลี่ยนรูปร่างไปไหม? คำตอบก็ คือ มาริโมะจะไม่เป็นก้อนกลมแต่จะกลายเป็นตะไคร่น้ำทรงแบนๆ เบี้ยวๆ เหมือนตะไคร่น้ำที่เราพบตามบ่อปลา หรืออ่างบัวทั่วๆ ไป เพราะในธรรมชาติหากหน่อแขนงน้อยๆ ของสาหร่าย Aegagropila linnaei บังเอิญหักไปติดตามก้อนหิน หรือหน้าดิน สาหร่ายกลุ่มใหม่ก็จะไม่มีโอกาสเติบโตมาน่ารักกลมกิ๊กอย่างเพื่อนๆ |
||||
แล้วในบ้านเราพบสาหร่ายที่มีลักษณะคล้ายๆ แบบนี้บ้างไหม? หรือมีสาหร่ายไทยชนิดไหนโตมาเป็นก้อนกลมๆ บ้างหรือเปล่า? จากข้อมูลที่นายปรี๊ดสอบถามผู้เชื่ยวชาญก็ได้คำตอบว่า สาหร่ายที่มีลักษณะเป็นเส้นสายสีเขียวคล้ายมาริโมะ ในประเทศไทยมักเรียกรวมๆ ว่า “สาหร่ายไก” ซึ่งหมายถึงสาหร่ายชนิดที่มีเส้นสายยาวๆ ที่ไหลพลิ้วอยู่ใต้น้ำไหล ใช้ทำอาหารได้ โดยส่วนมากเป็นสาหร่ายสกุล Cladophora และ Rhizoclonium ส่วนเจ้า Aegagropila linnaei นั้นก็พบได้บ้างเช่นกัน แต่มีจำนวนน้อย
|
ที่มา: Manager Online
ความหมาย : เครื่องเคียง