J อินเทรนด์ 8 มกราคม 2557
Views : 7703
|
วันนี้ถ้าพูดถึง สาหร่ายมาริโมะ (Marimo) ใครไม่รู้จักก็อาจจะถูกมองว่าเชย เพราะสาหร่ายมาริโมะได้เข้ามาแทรกซึมกลายเป็นของเล่นของกลุ่มวัยรุ่น และคนรุ่นใหม่ เรียกว่าแฟชั่นที่ฮอตฮิตติดลมบนในขณะนี้เลยทีเดียว สำหรับสาหร่ายมาริโมะ (Marimo) หรือชื่อในภาษาอังกฤษคือ มอสบอล (Moss Ball) เป็นพืชตระกูลสาหร่ายมีทรงกลม ซึ่งจะพบได้ในประเทศญี่ปุ่น และบางประเทศในทวีปยุโรป มาริโมะเป็นพืชสาหร่ายตามความเชื่อของคนญี่ปุ่น โดยในทุกๆ เดือนตุลาคมจะมีเทศกาล “อะคังโกะ มาริโมะ มัทซึริ” ประเพณีนี้เป็นสิ่งที่ชาวไอนุ ชนเผ่าพื้นเมืองของฮอกไกโดยึดถือปฏิบัติอย่างมีแบบแผนต่อเนื่องมาเป็นเวลาช้านาน |
||||
การเข้ามาของสาหร่ายมาริโมะเริ่มขึ้นเมื่อไหร่นั้นไม่มีคำตอบแน่นอน แต่ที่ได้รับความนิยมอย่างมากในช่วงไม่เกิน 1 ปีที่ผ่านมา มีผู้นำเข้าหลายราย และหนึ่งในนั้นคือ “ภัทรา อภิรมย์เสนีย์” ใช้ช่องทางการขายผ่านโซเชียลเน็ตเวิร์กเฟซบุ๊ก ใช้ชื่อว่า “Marimo Thailand” |
||||
“ภัทรา” เล่าให้เราฟังว่า จุดเริ่มต้นของเธอที่ก้าวเข้าสู่ช่องทางการขายสาหร่ายมาริโมะ เกิดขึ้นมาจากความชอบส่วนตัว หลังจากได้รู้จักสาหร่ายมาริโมะผ่านการท่องอินเทอร์เน็ต ซึ่งเห็นครั้งแรกในอะควาเรียมแห่งหนึ่งจากสารคดีในต่างประเทศ และก็รู้สึกว่าสาหร่ายชนิดนี้น่าสนใจ จึงได้ทำการศึกษาอย่างจริงจัง โดยได้ติดต่อไปยังผู้จำหน่ายในประเทศญี่ปุ่นเพื่อซื้อมาทดลองเลี้ยงด้วยตัวเอง และพอได้เลี้ยงยิ่งรู้สึกได้ถึงความรัก และความชอบ ซึ่งเมื่อนำไปให้ใครก็ชื่นชอบและอยากได้ไปเลี้ยงบ้าง ประกอบกับในช่วงนั้นกำลังมองหาอาชีพเสริมอยู่ด้วย จึงได้เป็นที่มาของการนำเข้ามาริโมะมาจำหน่ายอย่างจริงจัง |
||||
ในช่วงแรกคนรู้จักสาหร่ายชนิดนี้น้อยมากในเมืองไทย ต้องอาศัยการแนะนำ สร้างการรับรู้ให้แก่กลุ่มคนรุ่นใหม่แรกเริ่มจากการเลี้ยงในตู้ปลาเหมือนกับไม้น้ำทั่วไป และเริ่มเป็นที่รู้จักมากขึ้นในช่วงที่ดาราสาวคนหนึ่ง หันมาเลี้ยงมาริโมะ และได้มีการทำประชาสัมพันธ์ ทำให้มาริโมะได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบัน ภัทราเล่าถึงการดูแลมาริโมะว่า ไม่ได้ยุ่งยากอะไร เพียงแต่มาริโมะเป็นพืชที่สะอาด ดังนั้นจำเป็นต้องเปลี่ยนน้ำ และทำความสะอาด 1-2 สัปดาห์ครั้ง การทำความสะอาดบ้านมาริโมะนั้นจะทำให้มาริโมะมีสุขภาพที่แข็งแรงซึ่งจะสังเกตได้จากสีของมาริโมะว่าจะเขียว และดูสดใสขึ้น นอกจากนี้มาริโมะยังต้องการแสงแดดอ่อนๆ เพื่อช่วยในการสังเคราะห์แสง และสิ่งที่สำคัญที่สุดนอกจาก 2 สิ่งนี้คือ การดูแลเอาใจใส่ของผู้เลี้ยงซึ่งจะทำให้มาริโมะนั้นเจริญเติบโตได้ดียิ่งขึ้น |
||||
มาริโมะจะเจริญเติบโตได้ดีในน้ำที่มีอุณหภูมิ 15-20 องศา แต่สามารถอยู่ได้ในอุณหภูมิปกติไม่เกิน 30 องศาต้องการแสงแดดอ่อนๆ ในการสังเคราะห์แสงเหมือนพืชอื่นๆ ทั่วไป แต่จะมีความพิเศษตรงที่เมื่อสังเคราะห์แสงมาริโมะจะคายฟองอากาศเล็กๆ รอบๆ ตัว และถ้ามากพอมาริโมะจะลอยตัวขึ้นเหนือน้ำ สำหรับคุณลักษณะของมาริโมะ คือ รูปทรง เป็นรูปทรงกลม (ก้อนหิน หัวใจ หรือหัวมัน ค่อนข้างพบได้ยาก) และที่สำคัญที่สุดคือมาริโมะจะต้องไม่แตก หรือมีลักษณะเป็นแผ่นๆ และ กลิ่นออกเขียวๆ ทะเลสาบ ไม่มีกลิ่นเหม็น ขนจะต้องสั้นเนียนไปในทางเดียวกันคล้ายกำมะหยี่ทั้งลูก สัมผัสฟู นุ่ม และแน่น สี มีสีออกเขียว ซึ่งสามารถมีได้ทั้งสีเขียวเข้ม และเขียวอ่อน จะต้องไม่เป็นสีน้ำตาล หรือขาว |
||||
ปัจจุบันมาริโมะกำลังได้รับความนิยมอย่างมากในกลุ่มลูกค้าคนไทย ซึ่งคุณภัทราได้รับอานิสงส์ตรงนี้ เพราะแรกเริ่มเธอคิดแค่ว่าจะหาอาชีพเสริมเพื่อช่วยเหลือครอบครัว แต่วันนี้ รายได้จากการจำหน่ายมาริโมะนั้นสูงกว่ารายได้หลักของเธอไปแล้วหลายเท่าตัว และก็สร้างอาชีพให้แก่ครอบครัวได้มีรายได้อีกทางหนึ่ง |
||||
|
ที่มา: Manager online
ความหมาย : ท่องเที่ยว