บันเทิงญี่ปุ่น 18 มีนาคม 2556
Views : 5637
|
เรียกได้ว่ากระแสเกาหลีในบ้านเราไม่ว่าจะเป็นทั้งซีรีส์หรือเพลงสามารถเข้ามาตีตลาดไทยในช่วง 5-6 ปีนี้ไปได้ จนทำกระแสญี่ปุ่นที่เคยฮิตติดลมบนต้องค่อยๆถูกกลืนจนห่างหายจากทีวีบ้านเราไป ล่าสุดมีการปลุกกระแสเจแปนฟีเวอร์ให้กลับมาลุกโชนอีกครั้ง โดยครั้งนี้มีการแถลงข่าวเปิดตัว "เจ ซีรีส์ เฟสติวัล"อย่างยิ่งใหญ่ ซึ่งงานนี้ได้หนุ่ม "จุนโนะ"จากบอยแบนด์ดัง"คัตตุน"ควงมากับ "มิโฮ คันโนะ"นักแสดงสาวชื่อดังมาร่วมเปิดงานครั้งนี้ด้วย การจับมือครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งประวัติศาสตร์วงการโทรทัศน์ของประเทศไทยและประเทศญี่ปุ่นในนาม International Drama Festival Executive Committee ได้มีการเตรียมนำซีรีส์ญี่ปุ่นมากมายของสถานีโทรทัศน์ยอดนิยมทั้ง NHK, NTV, TBS, Fuji TV, TV Asahi และ TV Tokyo ภายใต้การสนับสนุนของระทรวงมหาดไทยและการสื่อสารประเทศญี่ปุ่น จ่อคิวออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ชั้นนำของประเทศไทย ทั้งฟรีทีวีและดาวเทียม สมาชิงานครั้งนี้ได้มีการพาซูเปอร์สตาร์ชื่อดังของแดนปลาดิบทั้ง จุนโนะสุเกะ ทางุจิ หรือ จุนโนะ สมาชิกบอยแบนด์วง คัตตุน และนักแสดงสาวมากฝีมือ มิโฮ คันโนะ มาร่วมให้สัมภาษณ์พูดคุยถึงการทำงานในวงการบันเทิงญี่ปุ่นด้วย นอกจากนั้นยังมีการแสดงจากศิลปินชื่อดังทั้ง ปิโกะ (PIKO) และ โตเกียว เกิร์ลส์ สไตล์ ( Tokyo Girl's Style ) มาร่วมร้องเต้นเล่นคอนเสิร์ตให้สาวกเจแปนได้สนุกสุดเหวี่ยงกันด้วย โดยงานนี้เหล่าบรรดาแฟนบอยของสาวๆ โตเกียว เกิร์ลส์ สไตล์ ต่างพากันลุกขึ้นเต้นตามสาวๆไปอย่างพร้อมเพรียง สร้างความสนุกสนานให้กับผู้ร่วมงานเป็นอย่างมาก นอกจากนั้นยังมีเก่ง ธชย ประทุมวรรณ มาร่วมสร้างสีสันในฐานะศิลปินจากฝั่งไทยเช่นกัน ในช่วงเปิดตัว 2 ซุปตาร์ดังทั้ง มิโฮ คันโนะ และ จุนโนะ จากคัตตุน ทั้งคู่ได้ให้สัมภาษณ์บนเวทีอย่างเป็นกันเองต่อหน้าแฟนคลับหลายร้อยคนถึงการมาเมืองไทย ซึ่งทั้งคู่ยอมรับว่ามาเมืองไทยหลายครั้งแล้ว จุนโนะ : "มาครั้งที่ 3 แล้วครับ" มิโฮ : "มากับครอบครัวหลายครั้งแล้วค่ะ นับไม่ถูกเลยว่ากี่ครั้ง" การมาเมืองไทยหลายครั้งทำให้ทังคู่ประทับใจเมืองไทย ซึ่งฝ่ายจุนโนะแตกต่างจากศิลปินรายอื่นที่ชื่นชอบอาหารไทยชนิดต่างๆ แต่เจ้าตัวกลับตอบอย่างภูมิใจว่าเขาชื่นชอบ"ผักชี" มิโฮ :"ที่นี่อาหารอร่อย นวดดีมาก แล้วฉันก็เคยไปเที่ยวภูเก็ตมาแล้วด้วย" จุนโนะ : "10 ปีที่แล้วผมเคยมามิวสิคเฟสติวัลที่พัทยา ตอนนั้นผมยังเด็กอยู่เลยแต่ตอนนี้โตแล้ว และผมชอบกินผักชีมากครับ" ในส่วนของซีรีส์ที่เตรียมจะนำเข้ามาฉายในประเทศไทย ทางด้านจุนโนะ ร่วมแสดงใน Legal High ซีรีส์แนวคอมเมดีแฝงข้อคิดทางกฏหมาย ผสมผสานความรักสุดอลวนในแวดวงทนายซึ่งเขารับบทเป็นชายหนุ่มลึกลับผู้ที่เข้ามาพัวพันในคดีสำคัญ เจ้าตัวกล่าวถึงบทบาทของตนเองว่า "ในซีรีส์ที่เห็นนะครับผมรับบทเป็นสปายสายลับ มีการแต่งตัวคอสเพล เปลี่ยนลุคหลากหลาย และเป็นบทที่ต้องมีแต่ฉากกิน ได้กินแต่อาหารอร่อยๆเยอะมากเลยครับ" ทางด้านสาวมิโฮ คันโนะ พาซีรีส์พีเรียดอิงประวัติศาสตร์อย่าง Ooku หรือ The Inner Place ผลงานชิ้นเยี่ยมของเธอมาให้ได้ชมกัน ซึ่งเธอจะพาทุกคนย้อนไปสัมผัสประวัติศาสตร์ของประเทศญี่ปุ่นในยุคโชกุน โทะกุงาวะ ซึ่งเป็นเรื่องราวเข้มข้นที่มีทั้งความโกรธแค้น ริษยา และคราบน้ำตา รวมถึงการกลั่นแกล้งกันในสังคมนางสนมชั้นสูง โดยในเรื่องนี้มิโฮ จะต้องสวมชุดกิโมโนสวยๆอยู่ตลอดเวลา เมื่อถูกถามว่าเธอใส่กิโมโนบ่อยหรือไม่ เจ้าตัวรีบตอบทันที "ช่วงนี้ที่ญี่ปุ่นไม่ใส่กันค่ะ ในหน้าร้อนก็จะมีการใส่ชุดยูคาตะบ้าง" ใน่ส่วนของบรรยากาศการถ่ายทำละครของทีมงานญี่ปุ่น ทั้งคู่ระบุว่าเป็นบรรยากาศแบบสบายๆ จุนโนะ : "สำหรับผม เป็นละครแนวคอมเมดีบรรยากาศการถ่ายทำเลยสบายๆ สนุกสนานครับ" มิโฮ : "ละครโอโอคุได้แสดงร่วมกับรุ่นพี่เยอะมากแต่ก็เป็นบรรยากาศที่เป็นกันเองนะคะ สบายๆ เพราะว่ารุ่นพี่แต่ละท่านใจดีมากค่ะ" ทางด้านพิธีกรของงานอย่างสาวโอปอล ปาณิสรา พิมพ์ปรุ ได้เรียกเสียงหัวเราะด้วยการกล่าวถึงกับข้าวกองถ่ายคือสิ่งที่นักแสดงไทยรอคอยทุกครั้งที่มีการถ่ายทำ จึงเกิดคำถามว่าทางฝั่งกองถ่ายญี่ปุ่นเวลาออกกองกินอะไรกันบ้าง จุนโนะ : "มีอาหารญี่ปุ่นอย่างหนึ่งครับที่เขาเรียกว่า ซุปกระดูกหมู กินกับข้าวสวยร้อนๆอร่อยลืม" ขณะที่หนุ่มจุนโนะ กำลังตอบถึงอาหารอย่างออกรสออกชาด ทำเอาสาวมิโฮ คันโนะ ที่นั่งอยู่ข้างๆขำไม่หยุด ทำให้เธอถามกลับว่าที่กองถ่ายไทย มีข้าวอุ่นๆให้กินไหม ซึ่งคำตอบจาก 2 พิธีกรเรียกเสียงหัวเราะได้อย่างมาก โอปอล : "มีค่ะ แต่ไม่อุ่น ทุกอย่างเผ็ดๆ" โบ ธนากร ชินกุล "ที่นี่ข้าวเช้าเป็นข้าวเที่ยง และข้าวเที่ยงเป็นข้าวเย็นครับ" จุนโนะ : "จริงๆถ้าไปตามสตูดิโอต่างๆ ก็มีโรงอาหารทั่วไปให้กินกันครับ แต่ว่าถ้าเป็นรายการที่มีคนดูมากๆเนี่ยบางทีก็มียากินิขุหรือเนื้อย่างให้ได้กินด้วย" นอกจากนั้นทั้งคู่ยังเผยถึงวิธีการดูแลสุขภาพที่ทำให้ตนเองดูดีเวลาอยู่หน้ากล้องแม้ว่าจะงานรุมเยอะก็ตาม จุนโนะ "เคล็ดลับมีอยู่ 2 ข้อครับ ก่อนจะไปถึงกองถ่ายผมจะไม่นอน เพราะหลังตื่นตาจะโรย ตื่นแล้วตื่นเลยครับ เพราะผมเป็นคนตาเล็กอยู่แล้วด้วยครับ และเวลาว่างก็จะท่องบทจะได้ไม่เป็นการรบกวนคนอื่น" มิโฮ : "ได้รับการแนะนำมาจากโปรดิวเซอรฺอีกที คือการฝึกโยคะ เป็นการฝึกการบาลานซ์ในตัวด้วย" เมื่อถูกถามว่าหากถูกผู้ใหญ่ในวงการโทรทัศน์ของไทยทาบทามให้มาเล่นละครไทย สนใจจะรับเล่นหรือไม่ ทั้งคู่ถึงขั้นรีบเปลี่ยนชื่อเป็นภาษาไทยทันที จุนโนะ : "ถ้ามีคนมาติดต่อยินดีเลยครับ สนใจทันที ผมดีใจมากที่ได้เล่นละครในที่ที่มีผักชีเยอะๆ แล้วก็ขอเปลี่ยนชื่อเลยขอใช้ชื่อไทยว่า 'ผักชี จุนโนะสุเกะ' ครับ" มิโฮ : "งั้นฉันขอเป็น 'ผัดไทย' นะคะ" โดยก่อนจะกล่าวลาแฟนๆ ทั้งคู่ได้บอกถึงเสน่ห์ของละครญี่ปุ่นในความรู้สึกของพวกเขา ทั้งคู่กล่าวว่าเป็นการส่งผ่านและเรียนรู้วัฒนธรรมของประเทศ และยินดีที่ได้มีโอกามาฉายที่เมืองไทย จุนโนะ : "ละครอยู่คู่กับผมมาตั้งแต่เกิดเป็นสิ่งที่ผมสัมผัสมาตลอด เป็นสิ่งที่ผมอยากทำ เรียกได้ว่าเป็นส่วนหนึ่งในตัวผมเลยก็ว่าได้ เพราะฉะนั้นการที่นำซีรีส์ของญี่ปุ่นมาฉายในครั้งนี้ ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่าคนไทยจะได้รับรู้วัฒนธรรมญี่ปุ่นผ่านทางซีรีส์ต่างๆครับ" มิโฮ : "สำหรับฉันละครเป็นสิ่งที่เหนื่อยและลำบากมากนะคะแต่ก็เป็นสิ่งที่มีคุณค่ามาก การที่ซีรีส์ได้มีโอกาสมาฉายและทำให้ฉันได้รับโอกาสมาอยู่ที่นี่ตรงนี้รู้สึกดีใจอย่างบอกไม่ถูกเลยค่ะ ขอบคุณมากๆนะคะ และฉันจะพยายามให้มากยิ่งๆขึ้นในการทำงานที่ญี่ปุ่นค่ะ" หลังจากนั้นได้มีการแสดงของทางฝั่งประเทศญี่ปุ่นที่ส่ง ปิโกะ ศิลปินเจ-ร็อกวงชายล้วนที่มีความพิเศษตรงที่นักร้องนำเป็นนักร้องสองเสียง เพราะมีเรนจ์เสียงที่กว้างมากทำให้เขาสามารถร้องเพลงได้ทั้งเสียงผู้หญิงและเสียงผู้ชาย โดยขึ้นแสดงในเพลง ยูเมะฮานะ และ โคโตโนะฮะ จากนั้นคั่นด้วยศิลปินทางฝั่งไทยที่ส่งเก่ง ธชย ประทุมวรรณ จาก The Voice มาร้องเพลง What's My Name เพลงคัฟเวอร์ของรีฮันนาที่ใช้ในการประกวดรอบบลายด์ออดิชันของรายการ และเพลง Ain't No Sunshine ของ บิล วิทเธอร์ ที่เขานำมาคัฟเวอร์ใหม่ในสไตล์แบบฉบับของเขาเองเช่นกัน ก่อนจะส่งท้ายด้วยเพลง ทศกัณฑ์มานะ ซิงเกิลแรกของตนเอง ปิดท้ายด้วยโชว์จากสาวๆเกิร์ลกรุ๊ปญี่ปุ่น โตเกียว เกิร์ลส์ สไตล์ ที่มาแสดงในเพลง ฟุตาริคิริ และ โอนาจิคิโมจิ ที่สอนท่าเต้นให้ทุกๆคนเต้นตาม ซึ่งแฟนคลับของสาวๆที่เป็นผู้ชายร่วมให้กำลังใจลุกขึ้นเต้นไปกับพวกเธออย่างสนุกสนานเลยทีเดียว นอกจากการให้สัมภาษณ์บนเวทีแล้ว ศิลปินญี่ปุ่นทุกคนยังเปิดโอกาสให้สัมภาษณ์กับสื่ออีกครั้ง เริ่มด้วยปิโกะ ที่กำลังมาแรงในขณะนี้ โดยได้เผยถึงการมาเมืองไทยและความประทับใจที่มีต่อปะเทศไทย "พวกเราไปมาหลายที่เลยครับอย่างเช่นพัทยา เราก็เคยไปมาแล้ว และก็ได้ไปวัดด้วย เมืองไทยเป็นเมืองที่น่าอยู่มากครับ" ปิโกะ กำลังมีผลงานใหม่ซึ่งเขาได้ฝากให้ทุกคนช่วยกันสนับสนุนเขาด้วย "ในส่วนของผลงานล่าสุดของพวกเรามีชื่อว่า ฮิโตะโคอิครับ เป็นผลงานที่พวกเราได้ร่วมกับโวคอลลอยด์ที่ชื่อฮัตสึเนะ มิคุ ด้วยครับ" ก่อนหน้านี้ทางปิโกะ ได้มีโอกาสร่วมงานกับวงเจ-ร็อกรุ่นพี่ระดับตำนานอย่าง ลาร์คอองเซียล พวกเขาได้กล่าวถึงความรู้สึกที่ได้ร่วมงานกับรุ่นพี่ที่เป็นมืออาชีพว่า "เพลง Emiiro Refrain เป็นเพลงที่แสดงถึงความรู้สึกของคนอย่างเช่นถ้าเป็นสีฟ้า ก็แสดงถึงความเศร้า ถ้าความดีใจ สนุกสนานก็ใช้เป็นสีส้มหรือสีเขียวในการแสดง" ในโลกดิจิตอลที่ทำให้ศิลปินมีการติดต่อสื่อสารกับแฟนๆได้ง่ายยิ่งขึ้น พวกเขาได้เผยว่าช่องทางติดต่อแฟนๆของพวกเขาคือทวิตเตอร์ "สำหรับโซเชียลเน็ตเวิร์คก็มีทวิตเตอร์ครับ เล่นกันบ่อยมาก มีแฟนๆชาวไทยส่งภาษาญี่ปุ่นมาให้ด้วยเราก็ตอบภาษาญี่ปุ่นกลับไปเช่นกัน ก็รู้สึกดีใจมากครับ" ปฏิกิริยาอะไรของแฟนๆที่ทำให้รู้สึกมีความสุขมากที่สุด? "ตอนที่พวกเราแสดงคอนเสิร์ต และแฟนๆมีส่วนร่วมสนุกไปด้วยกัน มันทำให้เรามีความสุขมากและรู้สึกว่าอยากจะพยายามต่อไปให้มากยิ่งๆขึ้นและทำให้มันสนุกขึ้นไปอีกเรื่อยๆครับ ยิ่งแฟนๆไปฟังซีดีของเราแล้วมาร้องตามยิ่งทำให้รู้สึกมีความสุขมากครับ" Tokyo Girl's Style เป็นการมาเมืองไทยครั้งหรือเปล่า? ทุกคน : "ใช่ค่ะ มาครั้งแรกเลยค่ะ" มิยู : "ครั้งนี้เป็นครั้งแรก ก่อนหน้านี้คิดว่าไม่น่าจะมีคนรู้จักพวกเราแต่ก็มีคนรู้จักเราเยอะมากได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่น ดีใจมากเลยค่ะ อยากจะกลับมาที่นี่อีกค่ะ" ช่วยแนะนำแนวเพลงของวง? เมอิ : "เพลงของพวกเราออกแนวน่ารักๆ ใสๆ เป็นเพลงที่ทุกคนสามารถเต้นไปด้วยกันได้อย่างสนุกสนานค่ะ" เอกลักษณ์เฉพาะตัวและความสามารถพิเศษมีอะไรบ้าง? อายาโนะ : "เล่นเปียโนค่ะ" มิยู : "พูดคำว่า'ปา'ได้เร็วมากค่ะ" ( ทำเอาเพื่อนๆทั้งวงหัวเราะ ก่อนที่สาวมิยูจะสาธิตการพูด'ปา'ให้สื่อมวลชนดู ฮิโตมิ : "ทำอาหารค่ะ" ยูริ : "ว่ายน้ำ เรียนมาตั้งแต่เด็กๆแล้วค่ะ" เมอิ : "การเต้นค่ะ" มีการแบ่งเวลาเรียนและเวลาทำงานอย่างไร? ฮิโตมิ : "การเรียน การทำงานสำหรับฉันไม่เป็นปัญหาเลยค่ะ เพราะว่าฉันอายุน้อยสุดก็จะให้พี่ๆในวงช่วยสอนค่ะ" กินอาหารไทยอะไรไปแล้วบ้าง และชอบอาหารอะไร? ฮิโตมิ : "ต้มยำกุ้ง" มิยู : "ยังไม่ได้กินเลยค่ะ แต่มีของที่อยากกินคือสุกี้ไทยค่ะ" มิโฮ คันโนะ มาเมืองไทยครั้งแรกหรือเปล่า ถ้าเคยมาแล้วมาทำอะไรบ้าง? มิโฮ : "ไม่ใช่ครั้งแรกค่ะ มาหลายครั้งแล้ว มาเที่ยวกับครอบครัว ที่ที่ชอบไปมากเลยคือ ถนนข้าวสารค่ะ เวลาที่ไปไหนโซนเอเชียก็จะแวะมาลงที่กรุงเทพฯเพื่อไปเที่ยวข้าวสาร แล้วที่สำคัญชอบแกงกะหรี่ไทยมากๆเลยค่ะ" มิโฮ คันโนะ เป็นนักแสดงที่ได้รับรางวัลมาแล้วมากมาย มีเทคนิคอย่างไรที่ทำให้เป็นนักแสดงที่ประสบความสำเร็จขนาดนี้? มิโฮ : "เคล็ดลับจริงๆแล้วไม่มีอะไรมากเลย คือเวลาทำอะไรหรือเวลาทำการแสดงคือทำให้มันเต็มที่เท่านั้นเอง" บทบาทการแสดงแบบไหนที่อยากแสดง? มิโฮ : "จริงๆมีประสบการณ์การทำงานค่อนข้างเยอะแล้ว ตอนนี้ก็อายุ 36 แล้วนะคะ งานที่อยากทำมากที่สุดตอนนี้คืออยากลองพากษ์การ์ตูน อย่างพวกอนิเมะอะไรแบบนี้ดูค่ะ" มีวิธีการดูแลตนเองอย่างไร มิโฮ : "งานด้านนี้เป็นงานที่หนักมากนะคะ ก็มีบ้างค่ะเวลาที่ไม่ได้กินไม่ได้นอน แต่เมื่อต้องทำงานก็ต้องทำอย่างเต็มที่ ถ้ามีเวลาพักก็จะไปเที่ยวเพื่อนผ่อนคลายค่ะ" ฝากผลงานละครเรื่องโอโอคุให้แฟนๆไทยหน่อย มิโฮ : "จริงๆแล้วเรื่องนี้มีการถ่ายทำไว้ตั้งแต่เมื่อสิบปที่แล้ว แล้วนะคะ แต่ครั้งนี้ได้มีโอกาสมาฉายที่เมืองไทยก็รู้สึกดีใจมากๆเลย ขอบคุณมากค่ะ"
|
ที่มา: Manager-online
ความหมาย : สุนัข