คนญี่ปุ่นชอบแก้ผ้าอาบนํ้าด้วยกันจริงหรือ เขาไม่อายกันบ้างหรือไง .... หลายๆคนที่ไปญี่ปุ่นคงเคยเจอประสบการณ์อย่างนั้นกันบ้างแล้วไม่มากก็น้อย ถ้าใครเช่าห้องพักถูกๆแบบไม่มีห้องนํ้าในห้อง... คงได้เจอทุกวัน



ภายในเซ็นโต
ที่อาบนํ้ารวมสาธารณะภาษาญี่ปุ่นเรียกว่า
เซ็นโต(銭湯) ถ้าบอกว่าสาธารณะบางคนอาจจะคิดว่าใช้ฟรีเหมือนห้องนํ้าสาธารณะ
แต่...เซ็นโตไม่ฟรี ต้องเสียเงินเข้า ราคาก็ประมาณไอติม 2-3 แท่ง
แล้วอย่างที่ทุกคนทราบญี่ปุ่นเป็นประเทศเกาะ บ้านก็เล็ก ที่ดินก็น้อย
สมัยก่อนถ้าจะสร้างบ้านที่มีห้องอาบนํ้า อ่างอาบนํ้านี่เป็นเรื่องยาก
เพราะค่าใช้จ่ายสูง
อีกอย่างเนื่องจากญี่ปุ่นเป็นประเทศหนาวเวลาอาบนํ้าคนญี่ปุ่นชอบแช่ในอ่าง
นํ้าร้อนหรือที่เราเรียกกันว่า โอฟุโระ
(お風呂)ก่อนจะเขัาก็ต้องก่อไฟต้มนํ้ากันให้วุ่น
ด้วยเหตุผลทํานองนี้ ก็เลยมีธุรกิจขายบริการที่อาบนํ้าเกิดขึ้นมา
สําหรับคนที่ไม่มีอ่างอาบนํ้าในบ้านตนเอง หรือ คนที่ขี้เกียจก่อฟืน
และเพื่อที่จะให้คนเข้าได้ครั้งละมากๆ โอฟุโระในเซ็นโตจึงออกแบบให้มีขนาดใหญ่
การอาบนํ้ารวมจึงเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ของคนญี่ปุ่นในสมัยนั้น
ในภาษาญี่ปุ่น มีคําๆนึง
เรียกว่า ฮาดาขะ โนะ สึคิอัย 裸の付き合い(はだかのつきあい)
ฮาดาขะ(裸) แปลว่า เปลือย
สึคิอัย(付き合い) แปลว่า การคบกัน
แปลตรงตัวก็คือ การได้พูดคุยกัน พบปะกัน ในสภาพที่เปลือย
หรือพูดสั้นๆว่า แก้ผ้าคุยกัน ก็ทํานองว่า คนมากกว่าสองคนมาคุยกันแบบเปิดอก
ไม่มีอะไรต้องปิดบังกัน พูดกันได้ทุกเรื่อง อยู่ในที่ทํางานไม่ได้คุยกันอย่างเปิดอกซักที
มีอะไรเก็บเอาไว้ ก็มาแก้ผ้าเปิดอกพูดซะ ไม่ต้องกล้ว ไม่ต้องอายที่จะพูด
ขนาดแก้ผ้ายังไม่อาย ...และสถานที่หนึ่งที่สร้างโอกาสแบบนี้ขึ้นมาก็คือ
เซ็นโต ก็เป็นวัฒนธรรมที่ไม่เลว
คนที่ไม่เคยมีประสบการณ์ลองอ่านนี่ดู แล้วอาจจะอยากลองเข้าซักครั้งก็เป็นได้
วิธีการอาบนํ้าในเซ็นโต
ขอแนะนําอย่างนึงว่าถึงแม้ว่าจะหนาว หน้าหนาวก็ควรเข้าทุกวันเพราะการได้แช่นํ้าร้อนๆหน้าหนาว เวลาออกมาจะอุ่นและสดชื่นมาก หน้าร้อนแน่นอน ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นคนที่ไม่มีห้องอาบนํ้าในห้องควรเข้าทุกวัน เพราะเซ็นโตส่วนมากจะไม่เปิดตอนเช้า
เซ็นโตทุกที่จะมีทางเข้าออกสองทาง
แบ่งเป็นฝั่งชายและหญิง กําแพงที่กั้นก็ไม่ใช่กําแพงทึบถึงเพดาน ถ้าอยากจะปีนข้ามไปอีกฝั่งหนึ่งก็ไม่ใช่เรื่องยากเย็นอะไร....
ถ้าไม่กลัวถูกจับ
ไม่ว่าใคร อะไรที่ไม่เคยทํามาก่อน ครั้งแรกจะเป็นครั้งที่ต้องการความกล้าหาญมากที่สุด
แต่พอมีครั้งที่ สอง แล้วก็สาม ความกล้าก็จะเปลี่ยนเป็นความหน้าด้าน
ยิ่งถ้าไปกันหลายๆคนกับเพื่อนฝูง ก็จะกลายเป็น ความสนุก และ ความอยากรู้
อยากเห็น? แทน ..... อันนี้ไม่ลองไม่รู้
ที่มา: http://www.hokutoda.com
ความหมาย : เป็นห่วง