วงการหนังญี่ปุ่นเศร้า ผกก.“วากามัตสึ โคจิ” เสียชีวิตเพราะอุบัติเหตุ
บันเทิงญี่ปุ่น
19 ตุลาคม 2555
Views : 5556
ผู้กำกับรุ่นใหญ่ “วากามัตสึ โคจิ” ที่กลับมาโด่งดังได้รับความสนใจในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา แม้เขาจะมีวัยเข้าสู่ช่วง 70 ปีแล้ว ด้วยการคว้ารางวัลในสถาบันต่างๆ อย่างต่อเนื่อง ได้เสียชีวิตลงอย่างกะทันหัน เมื่อวันที่ 17 ต.ค.ที่ผ่านมา หลังได้รับอุบัติเหตุโดนรถแท็กซีชน
ข่าวจากประเทศญี่ปุ่นยืนยันว่า วากามัตสึ โคจิ ได้เสียชีวิตลงเมื่อวันที่ 17 ต.ค.ด้วยวัย 76 ปี หลังจากเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาล เพราะถูกรถแท็กซีชนจนได้รับบาดเจ็บสาหัสมาตั้งแต่วันศุกร์ที่แล้ว นับว่า เป็นความสูญเสียอย่างยิ่งของอุตสาหกรรมภาพยนตร์แห่งแดนอาทิตย์อุทัย กับการจากไปของยอดผู้กำกับ ผู้เริ่มต้นอาชีพในฐานะคนทำหนังคลื่นลูกใหม่เมื่อยุค 60s มีผลงานภาพยนตร์นับร้อยเรื่อง และยังกลับมาโด่งดังอีกครั้งในช่วงท้ายของชีวิต กับงานที่มีเนื้อหาหนักหน่วง เล่าเรื่องราวที่ว่าด้วยประวัติศาสตร์ และการเมืองของประเทศญี่ปุ่น
วากามัตสึ โคจิ เกิดที่ วาคุยะ มิยางิ เมื่อวันที่ 1 เม.ย.1936 เริ่มต้นชีวิตวัยหนุ่มด้วยการเป็นคนงานก่อสร้าง จนต่อมาได้งานในวงการภาพยนตร์กับบริษัท Nikkatsu จนกลายเป็นผู้กำกับเมื่อเขามีอายุได้ 27 ปี เท่านั้น เพียงแค่ระหว่างปี 1963-1965 วากามัตสึ มีโอกาสได้กำกับภาพยนตร์ถึง 20 เรื่อง ให้กับ Nikkatsu จนกระทั่งในปี 1964 ที่ผลงานแนวพิงค์ฟิล์ม (หนังโป๊ซอฟต์คอร์) เรื่อง Daydream ของ เท็ตสึจิ ทาเคชิ ประสบความสำเร็จเป็นที่ฮือฮาในวงการ วากามัตสึ จึงเริ่มให้ความสนใจกับภาพยนตร์ในแขนงนี้ และกลายเป็นผู้กำกับพิงค์ฟิล์มที่สำคัญอีกคนแห่งยุคนั้น ผลงานของ วากามัตสึ กลายเป็นหนังที่มีความรุนแรงทั้งเนื้อหาและภาพ ไม่ว่าจะเป็น Violated Angels (1967) ที่ดัดแปลงจากเรื่องราวจริงที่เคยเกิดขึ้นในสหรัฐฯ กับเหตุสังหารโหดนางพยาบาลถึง 8 คน, Dark Story of a Japanese Rapist (1969) ว่าด้วยเหตุฆาตกรรมฆ่าต่อเนื่องที่เป็นคดีดังในญี่ปุ่นเมื่อหลังสงครามโลกครั้งที่ 2, Go, Go Second Time Virgin (1969) ดัดแปลงมาจากคดีการฆ่า ชารอน เทต ภรรยาของ โรมัน โปลันสกีและสองสามีภรรยา เลโน กับ โรสแมรี ลาเบียงกา โดย ครอบครัวแมนสัน
The Embryo Hunts In Secret
ส่วน The Embryo Hunts In Secret (1966) หนังเรื่องแรกที่เขาอำนวยการสร้างด้วยตัวเอง ก็เล่าเรื่องที่ว่าด้วยชายซึ่งลักพาตัวหญิงสาวไปทรมาน ก่อนที่เธอจะหลบหนีออกมาได้และแก้แค้นเขาจนตาย นอกจากเนื้อหาอันรุนแรงแล้ว หนังก็ยังมีเทคนิคที่น่าสนใจมากมาย ทั้ง เทคนิคการหยุดภาพเคลื่อนไหว, ใช้ภาพแฟลชแบ็ก และกล้องแฮนด์เฮลด์ ด้วยการถ่ายทำหนังในสถานที่จำกัด กับห้องเพียงสองห้อง และโถงทางเดิน จนทำให้หนังมีบรรยากาศอันน่าขนลุก และสมจริงสมจัง ถึงจะสร้างชื่อด้วยงานที่ประกอบไปด้วยทั้งความรุนแรง และเรื่องทางเพศ แต่เมื่อเข้าสู่วัยชรา วากามัตสึ กลับหันไปสนใจในเรื่องราวทางการเมืองของประเทศญี่ปุ่น และทำให้ชื่อของเขาได้รับความสนใจจากวงการหนังระดับโลก แน่นอนว่ายังเป็นงานที่เต็มไปด้วยความรุนแรงเช่นเดิม ในปี 2008 วากามัตสึ สร้างความสั่นสะเทือนให้กับวงการด้วย United Red Army หนังความยาวมากกว่า 3 ชั่วโมง ที่อ้างอิงจากเหตุการณ์จริง ผสมกับรูปแบบของสารคดี เล่าเรื่องอันน่าอดสู และความย่อยยับของกลุ่มหัวรุนแรงซ้ายจัดในญี่ปุ่นเมื่อปี 1972 เป็นหนังที่ วากามัตสึ จัดจำหน่าย และออกทุนสร้างเองถึง 200 ล้านเยน ห้ามนักแสดงทุกคนแต่งหน้าแต่งตาเข้าฉาก นอกจากนั้น ยังห้ามบรรดาเอเยนต์และผู้จัดการส่วนตัวของนักแสดงเข้ามายุ่งย่ามในกองถ่าย สุดท้ายหนังก็ประสบความสำเร็จอย่างงดงาม ได้รับคำชมมากมาย และยังทำให้เขากลับมาเป็นที่สนใจของวงการภาพยนตร์ระดับนานาชาติอีกครั้ง หลังจากนั้น ชื่อของ วากามัตสึ ก็กลายเป็นดาวเด่นแห่งวงการหนังญี่ปุ่นโดยทันที ในหนังเรื่องต่อมาCaterpillar (2010) มีเนื้อหาวิพากษ์วิจารณ์แนวคิดชาตินิยมขวาจัด ที่มีส่วนนำญี่ปุ่นเข้าสู่สงครามโลก และสงครามจีน-ญี่ปุ่นครั้งที่สอง กับตัวละครเอก จ่าคุโรซาวา ทหารชาวญี่ปุ่นที่เดินทางกลับประเทศพร้อมกับความบอบช้ำและร่างกายพิกลพิการ หูหนวก, ตาบอด, ใบหน้าโดนไฟไหม้ไปครึ่งหนึ่ง และความทรงจำอันอัปยศที่เคยข่มขืน และทรมานชาวจีน แต่แล้วเมื่อเดินทางถึงมาตุภูมิ คุโรซาว่า ที่ได้รับเหรียญกล้าหาญถึง 3 เหรียญ กลับแทบไม่เหลืออะไรในชีวิต นอกจากร่างกายที่ชำรุด และความต้องการทางเพศ ซึ่งภรรยาของเขาก็ยินยอมที่จะมอบความสุขทางเพศให้กับสามี เพราะคิดว่านี่คือหน้าที่ซึ่งเธอสมควรทำ
11.25 Jiketsu No Hi, Mishima Yukio To Wakamonotachi
ด้วยวัย 75 ปี วากามัตสึ โคจิ ยังคงมีผลงานอย่างต่อเนื่อง เป็นหนังที่มีเนื้อหาหนักหน่วงจริงจัง ก่อนจะเสียชีวิตไม่นานผลงานเรื่องล่าสุดของเขา 11.25 Jiketsu No Hi, Mishima Yukio To Wakamonotachi ที่เล่าเรื่องของ ยูกิโอะ มิชิม่า ผู้อื้อฉาวเพิ่งจะมีโอกาสไปฉายโชว์ที่เทศกาลหนังเมืองคานส์ และยังคงได้รับความสนใจเหมือนเดิม แต่หลังจากนั้นไม่กี่เดือน ผู้กำกับผู้ยิ่งใหญ่รายนี้กลับต้องมาจากไปอย่างกะทันหันและน่าเศร้า นักวิจารณ์ชาวตะวันตกรายหนึ่ง ได้กล่าวเอาไว้ว่า คงไม่มีผู้กำกับชาวญี่ปุ่นคนใดอีกแล้ว ที่จะถูกมองข้ามโดยวงการภาพยนตร์โลก แม้มีผลงานที่ยอดเยี่ยมในระดับตำนาน และแสดงออกถึงความเก่งกาจเท่ากับ วากามัตสึ โคจิ มันจึงเป็นเรื่องเศร้าอยู่ไม่น้อย ที่สุดท้ายแล้วความตายอาจเป็นสิ่งที่ทำให้งานของเขาได้รับความสนใจขึ้นมาบ้าง