แบรนด์

แบรนด์ "ญี่ปุ่น" เล็งโตนอกบ้าน ชูอาหาร "สุขภาพ-ดีไซน์น่ารัก"

ทันข่าวญี่ปุ่น 28 เมษายน 2553

Views : 3986


หาก ไล่เรียงสินค้า "เมดอิน เจแปน" ที่เป็นที่รู้จักของผู้คนทั่วโลก หนีไม่พ้นสินค้าประเภทเทคโนโลยีและรถยนต์ ซึ่งแบรนด์ญี่ปุ่นได้เป็นที่รู้จักและคุ้นเคยมานาน ไม่ว่าจะเป็น โซนี่ โตโยต้า ฮอนด้า

แต่สิ่งนี้กลับไม่ได้เกิดกับแบรนด์สินค้าอาหารของญี่ปุ่นด้วย ทั้งที่ผลิตภัณฑ์อาหารของญี่ปุ่นก็แพร่หลายอยู่ในหลายประเทศ

"นิวยอร์ก ไทมส์" ระบุว่า ผลิตภัณฑ์อาหารของญี่ปุ่นกำลังจะเปลี่ยนให้เป็นที่รู้จักนอกบ้านมากขึ้น เนื่องจากอัตราการเกิดของญี่ปุ่นที่ลดลง ทำให้ตลาดในบ้านหดตัวลงตามไปด้วย จึงต้องก้าวออกไปโต นอกบ้านแทน พร้อมกับโปรโมตแบรนด์ให้ผู้คนทั่วโลกรู้จักมากขึ้น

นักวิเคราะห์มอง ว่า ยอดขายใน ต่างประเทศที่เพิ่มขึ้นจะเป็นสิ่งสำคัญสำหรับบริษัทญี่ปุ่น ซึ่งการจะไปถึงจุดนั้น บริษัทอาหารแดนซามูไรจะต้องผนึกกำลังกัน รวมถึงการร่วมทุน ลดต้นทุนการผลิต และคิดกลยุทธ์สำหรับตลาดใหม่ ๆ

"อา ริฮิโร มุโรยะ" นักเศรษฐศาสตร์อาวุโสของสถาบันวิจัยโนรินชูคิน ระบุว่า ตลาดญี่ปุ่นกำลังหดตัว ประกอบกับภาวะเงินฝืดก็ส่งผลให้ยอดขายลดลง และความรู้สึกถึงวิกฤตยังไม่จางหาย

ดังนั้นแบรนด์อาหารของญี่ปุ่นที่หวังจะโตนอกบ้านจะต้องใช้กลยุทธ์ที่สำคัญ 2 ประการ ประการแรก บริษัทญี่ปุ่นควรให้ความสำคัญกับจุดแข็งที่มีในเรื่องอาหารและเครื่องปรุง ที่ดีต่อสุขภาพ ซึ่งเป็นที่นิยมในต่างประเทศอยู่แล้ว อาทิ เต้าหู้

ประการ ที่ 2 บริษัทอาหารจากญี่ปุ่น ควรเน้นให้สินค้ามีแคแร็กเตอร์สไตล์เอเชียที่น่ารัก อาทิ โคอาลา แพนด้า พร้อมทั้งประยุกต์ใช้เทคโนโลยีเพื่อทำให้อาหารหรือขนมเหล่านั้นออกมาตามแบบ และดึงดูดใจ ผู้บริโภคที่ชอบขนมขบเคี้ยวแสนน่ารัก

บริษัทญี่ปุ่นที่ เร่งโตนอกบ้าน อาทิ "อาซากิ กูลิโกะ" เจ้าของแบรนด์ "ป๊อกกี้" บิสกิตแบบแท่งเคลือบช็อกโกแลต ซึ่งในตลาดยุโรป กูลิโกะร่วมทุนกับ "คราฟท์ ฟู้ดส์" จำหน่ายสินค้าเวอร์ชั่นเดียวกันนี้ในยุโรป แต่มีชื่อต่างไปว่า มิคาโดะ (Mikado)

"มิกิโอะ คูซามะ" หัวหน้าแผนกธุรกิจโลกของกูลิโกะ เผยว่า ยอดขายมิคาโดะ อยู่ที่ 15 พันล้านเยน (159 ล้านดอลลาร์) ต่อปี และยอดขายในยุโรปก็โตปีละ 10%

เช่น เดียวกับ "ยาคูลท์ ฮอนชา" (Yakult Honsha) เจ้าของแบรนด์นมเปรี้ยวพร้อมดื่ม "ยาคูลท์" รวมถึงแบรนด์โยเกิร์ต Sofyl ขณะนี้มีรายได้จากตลาดต่างประเทศราว 293 พันล้านเยน หรือคิดเป็นสัดส่วน 25.7% โดยเฉพาะในตลาดเอเชียและ ละตินอเมริกา ซึ่งมีสาวยาคูลท์ 38,000 คน พร้อมส่งสินค้าถึงหน้าประตูบ้าน

ด้าน "อายิโนะโมะโต๊ะ" บริษัทอาหารรายใหญ่อีกรายของญี่ปุ่น ซึ่งมีรายได้ราว 1.2 ล้านล้านเยนต่อปี ก็มีสัดส่วนยอดขายในตลาดต่างประเทศเพิ่มขึ้นเป็น 31.8% จาก 22.8% ในช่วง 8 ปีที่ผ่านมา

โดยสินค้าที่เป็นตัวหลัก ได้แก่ ผงชูรส ซึ่งขายทั่วตลาดเอเชีย ละตินอเมริกา และแอฟริกา มียอดขายในตลาดต่างประเทศพุ่งพรวด 80% ในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา ต่างกับยอดขายในตลาดญี่ปุ่นชนิดหน้ามือกับหลังมือ โดยยอดขายในญี่ปุ่นเติบโตปีละเพียงไม่กี่เปอร์เซ็นต์

สำหรับตลาด เพื่อนบ้านในเอเชียที่มีโอกาสมากสำหรับบริษัทอาหารของญี่ปุ่น อาทิ ไทย ซึ่งคุ้นเคยกับวัฒนธรรมอาหารญี่ปุ่นเป็นอย่างดี และจีนที่มีจำนวนพนักงานที่ต้องเดินทางมากขึ้น จึงมีแนวโน้มจะซื้อ อาหารและขนมพร้อมรับประทานมากขึ้น

แม้แบรนด์เมดอินเจแปนจะถูกตั้ง คำถามในเรื่องคุณภาพ หลังจากเกิดกรณีเรียกคืนรถลอตใหญ่ของโตโยต้า รวมถึงปัญหาขายสินค้าหมดอายุที่เคยเกิดกับบริษัทขนมฟูจิยาในปี 2550 ทว่าบริษัทอาหารจากญี่ปุ่นก็มีจุดเด่นเรื่องความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี ทั้งด้านบรรจุภัณฑ์ คุณภาพการพิมพ์ และการปิดผนึกที่ดี เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาด้านความปลอดภัยในอาหาร

อย่างกรณีของ "ล็อตเต้ กรุ๊ป" บริษัทยักษ์ใหญ่ของญี่ปุ่น ผู้ผลิตขนมโคอาลาส์ มาร์ช คุกกี้รูปโคอาลาหลากหลายเวอร์ชั่น ก็ต้องมีเทคโนโลยีเฉพาะที่จะผลิตคุกกี้รูป โคอาลาก่อนที่จะฉีดไส้ช็อกโกแลตเข้าไป ไม่อย่างนั้นคุกกี้ก็จะแตก ส่วนกูลิโกะก็มั่นใจว่าหากบริษัทตะวันตกจะผลิตสินค้าแบบเดียวกับกูลิโกะจะ ต้องมีต้นทุนสูงกว่า

ถึงแม้ญี่ปุ่นจะมีเทคโนโลยีที่ดี แต่ก็ยังมีอุปสรรคในการออกไปสู้กับคู่แข่งนอกบ้าน ซึ่ง "โยชิซูมิ นากาโน" ที่ปรึกษาอาวุโสของฟูไน คอนซัลติ้ง ระบุว่า บริษัทข้ามชาติใหญ่ ๆ อย่างพีแอนด์จี และโคคา-โคลา สามารถดึงดูดพนักงานที่มีทักษะเข้ามาเสริมแกร่งในตลาดท้องถิ่นได้ ต่างกับบริษัทญี่ปุ่นที่เป็นการขยายธุรกิจออกไปนอกบ้าน ทุกอย่างขึ้นอยู่กับสำนักงานใหญ่ พนักงานในท้องถิ่นก็เข้าใจกลยุทธ์ของบริษัทไม่มากนัก ทั้งที่จะต้องพึ่งพนักงานที่เข้าใจเทรนด์และความต้องการของตลาดนั้น ๆ


ที่มา: www.norsorpor.com

自然 [shi-zen]

ความหมาย : ธรรมชาติ