ทันข่าวญี่ปุ่น 26 เมษายน 2553
Views : 3645
นางสาวอัจฉรินทร์ พัฒนพันธ์ชัย ที่ปรึกษาด้านการลงทุน
สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือบีโอไอ
เปิดเผยถึงการลงทุนทางตรงจากต่างประเทศ หรือ FDI (Foreign Direct
Investment) ในช่วงไตรมาสแรกปี 2553 (มกราคม-มีนาคม 2553) โดยระบุว่า
นักลงทุนต่างชาติยังคงแสดงความสนใจเข้ามาลงทุนในประเทศไทยเป็นอย่างดี
โดยมีโครงการลงทุนจากต่างประเทศยื่นขอรับส่งเสริมจำนวน 184 โครงการ
เพิ่มขึ้นร้อยละ 30.5 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันในปี 2552 ซึ่งมีจำนวน 141
โครงการ ส่วนมูลค่าเงินลงทุนของโครงการจากต่างประเทศก็ขยายตัวถึงร้อยละ
137 โดยในไตรมาสแรกปีนี้ มีมูลค่าเงินลงทุนรวม 44,399 ล้านบาท
ในขณะที่ช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้ามีมูลค่า 18,737 ล้านบาท
สะท้อนให้เห็นถึงการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก
และนำมาซึ่งการวางแผนลงทุนเพิ่มในระยะข้างหน้า
ทั้งนี้ โครงการลงทุนจากต่างประเทศที่ยื่นขอส่งเสริม
มีทั้งการลงทุนในโครงการใหม่ 94 โครงการ
และขยายการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติที่ลงทุนในไทยอยู่แล้ว 90 โครงการ
ส่วนมูลค่าเงินลงทุนนั้นมาจากโครงการขยายกิจการประมาณ 24,688 ล้านบาท
มากกว่าโครงการลงทุนใหม่ที่มีประมาณ 19,710 ล้านบาท ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า
ทั้งนักลงทุนต่างชาติรายเดิมที่เคยลงทุนในไทยแล้ว
และนักลงทุนต่างชาติรายใหม่ที่ยังไม่เคยลงทุนในไทย
ยังคงเชื่อมั่นในศักยภาพการเป็นแหล่งน่าลงทุนของประเทศไทย
ส่วนประเภทกิจการที่นักลงทุนต่างชาติยื่นขอส่งเสริมและมีปริมาณเงิน
ลงทุนสูงสุด คือ กิจการผลิตผลิตภัณฑ์โลหะเครื่องจักรและอุปกรณ์ขนส่ง จำนวน
44 โครงการ มูลค่าเงินลงทุนรวมประมาณ 14,416 ล้านบาท รองลงมา คือ
กิจการบริการและสาธารณูปโภค 42 โครงการ มูลค่าเงินลงทุนรวมประมาณ 10,344
ล้านบาท
อนึ่ง
ญี่ปุ่นยังคงเป็นนักลงทุนที่ยื่นขอรับส่งเสริมการลงทุนมากที่สุด
มีจำนวนโครงการที่ขอรับส่งเสริม 66 โครงการ มูลค่าเงินลงทุนรวม 21,565
ล้านบาท ซึ่งขยายตัวถึงร้อยละ 145
เมื่อเทียบกับมูลค่าเงินลงทุนของญี่ปุ่นในช่วงเดียวกันปี 2552
ซึ่งมีมูลค่าประมาณ 8,785 ล้านบาท
โดยโครงการขนาดใหญ่จากญี่ปุ่นที่ขอรับส่งเสริมการลงทุน ได้แก่
กิจการผลิตชิ้นส่วนฮาร์ดดิสก์ ไดรฟ์ และกิจการผลิตชิ้นส่วนยานยนต์
รองลงมาคือ การลงทุนจากจีน มีโครงการที่ยื่นขอส่งเสริมรวม 8
โครงการ ปริมาณเงินลงทุน 6,441 ล้านบาท เพิ่มขึ้นกว่า 6 พันล้านบาท
เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้า
เพราะมีโครงการขนาดใหญ่ผลิตพลังงานไฟฟ้า
อันดับสามคือ สิงคโปร์ จำนวน 21 โครงการ มูลค่าเงินลงทุน 6,147
ล้านบาท โดยมีโครงการลงทุนขนาดใหญ่ในกิจการผลิตสิ่งปรุงแต่งจากอาหาร
และโครงการร่วมทุนระหว่างไทยสิงคโปร์ ในการผลิตเคมีภัณฑ์
ที่มา: www.norsorpor.com
ความหมาย : ควาย,กระบือ