ทันข่าวญี่ปุ่น 25 เมษายน 2553
Views : 3878
อุปสรรค
ทางการค้าในปัจจุบันไม่ได้อยู่ที่การกีดกันด้วยภาษีเพียงอย่างเดียว
แต่ยังรวมถึงมาตรการด้านมาตรฐานสินค้าที่เป็นตัวกำหนดอีกประการหนึ่ง
ดังนั้นการทดสอบสินค้าให้ได้มาตรฐานของคู่ค้าจึงเป็นเรื่องสำคัญยิ่ง
กระทรวงอุตสาหกรรมจึงได้ผนึกความร่วมมือกับประเทศญี่ปุ่น
โดยทำโครงการยกระดับการตรวจสอบมาตรฐานสินค้าก่อนส่งไปยังประเทศคู่ค้าทั่ว
โลก รวมทั้งอำนวยความสะดวกแก่ผู้ประกอบการ และช่วยลดต้นทุนการผลิต
ตลอดจนเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้สูงขึ้นด้วย
นายอาทิตย์
วุฒิคะโร อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม
กล่าวถึงการยกระดับการตรวจสอบมาตรฐานสินค้าอุตสาหกรรมก่อนส่งออกไปยังประเทศ
คู่ค้าว่า ปัจจุบันสินค้าอุตสาหกรรมถือเป็นหัวใจหลักของระบบเศรษฐกิจ
ที่สามารถนำเงินตราเข้าประเทศปีละหลายแสนล้านบาท
ครอบคลุมจีดีพีของประเทศกว่าร้อยละ 70
จึงเป็นเรื่องสำคัญยิ่งที่จะต้องมีการปรับตัวอย่างรวดเร็ว
เพื่อรองรับความเปลี่ยนแปลงที่กำลังเกิดขึ้น
"กระทรวงจึงได้จัดทำ
โครงการเพื่อสนับสนุนปัจจัยด้านการผลิตด้านการทดสอบผลิตภัณฑ์
โดยจัดตั้งศูนย์เครือข่ายบริการทดสอบ วิเคราะห์ วิจัยด้านอุตสาหกรรมขึ้น 9
ศูนย์
ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางเชื่อมโยงการให้บริการทดสอบของสถาบันอิสระต่าง ๆ
ซึ่งจะอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ประกอบการเพื่อใช้บริการทดสอบหลาย ๆ
อย่างได้พร้อมกัน
นอกจากนี้ศูนย์เครือข่ายฯยังสนับสนุนการพัฒนาวิธีการทดสอบใหม่ ๆ
โดยการประยุกต์ใช้อุปกรณ์เตรียมชิ้นงาน เครื่องมือทดสอบของหน่วยงานต่าง ๆ
ร่วมกัน
ซึ่งจะช่วยผู้ประกอบการทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติที่เข้ามาลงทุนให้สามารถใช้
บริการทดสอบได้อย่างรวดเร็วและราคาประหยัด"
ทั้งนี้กรมได้ร่วมกับ
สถาบัน Kobelco Research Institute, Inc. (KRI) ประเทศญี่ปุ่น
ซึ่งเป็นองค์กรที่มีความเชี่ยวชาญด้านการทดสอบ วิจัย
เป็นที่ยอมรับในระดับสากล ซึ่ง KRI
จะช่วยให้คำแนะนำเกี่ยวกับวิธีการทดสอบประเภทใหม่ ๆ
ที่ควรพัฒนาให้เกิดขึ้นในประเทศไทย
พร้อมทั้งช่วยพัฒนาบุคลากรของศูนย์เครือข่ายฯให้สามารถวิเคราะห์และให้คำ
แนะนำเกี่ยวกับผลการทดสอบ
ตลอดจนการออกแบบเลือกใช้วิธีการทดสอบที่จำเป็นสำหรับการแก้ปัญหาได้
ซึ่งการพัฒนาศูนย์ทดสอบ
มาตรฐานสินค้าอุตสาหกรรมในครั้งนี้จะช่วยให้ผู้ประกอบการไทยสามารถทดสอบ
สินค้าอุตสาหกรรมให้ได้มาตรฐานตรงตามข้อกำหนดของประเทศคู่ค้าทั่วโลก
และจะเป็นอีกช่องทางหนึ่งที่ช่วยลดต้นทุนการผลิต
โดยศูนย์ทดสอบ
ทั้งหมดที่มี ณ ขณะนี้ประกอบด้วยสถาบันยานยนต์
สถาบันไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ สถาบันเหล็กและเหล็กกล้าแห่งประเทศไทย
สถาบันอาหาร สถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ สถาบันไทย-เยอรมัน
สถาบันเพิ่มผลผลิตแห่งชาติ สถาบันรับรองมาตรฐานไอเอสโอ
และสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม
โดยศูนย์เครือข่ายฯนี้ตั้งอยู่ที่สำนักพัฒนาอุตสาหกรรมสนับสนุน ซ.ตรีมิตร
ถ.พระรามที่ 4 กล้วยน้ำไท ซึ่งในอนาคตคาดว่าจะขยายไปยังหน่วยงานอื่น ๆ
ให้มากขึ้น รวมทั้งในส่วนของภาคเอกชน
เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกแก่ผู้ประกอบการไทย
และสามารถเปิดรับบริการทดสอบสินค้าที่มาจากต่างประเทศ
หากมีการร้องขอให้ช่วยทดสอบ
สำหรับลักษณะการให้บริการของศูนย์
เครือข่ายประกอบด้วยการตรวจสอบคุณสมบัติของผลิตภัณฑ์ตามมาตรฐาน
นอกจากนี้ยังให้บริการในลักษณะการแก้ปัญหา (Solution) ด้วย
ซึ่งนอกจากการทดสอบในห้องปฏิบัติการแล้ว
ทีมงานของศูนย์เครือข่ายฯอาจเข้าไปศึกษารายละเอียดของปัญหาจริงที่สถาน
ประกอบการเพื่อหาแนวทางปรับปรุงทั้งด้านผลิตภัณฑ์และกระบวนการผลิต เช่น
การตรวจสอบวัตถุดิบและกระบวนการผลิต
โดยในช่วงแรกนี้จะเน้นการให้บริการในด้านชิ้นส่วนยานยนต์
ด้านเคมีและสิ่งแวดล้อม ซึ่งในอนาคตศูนย์เครือข่ายฯจะขยายการติดต่อ
แลกเปลี่ยน
ถ่ายทอดความรู้ด้านการทดสอบและวิจัยกับหน่วยงานต่างประเทศเพิ่มขึ้น
เวที
การแข่งขันที่ยิ่งเปิดกว้าง ประเทศคู่ค้าสำคัญ ๆ
จากทั่วโลกย่อมมีสิทธิที่จะเลือกสิ่งที่ดีที่สุด หากยังย่ำอยู่กับที่
ไม่ปรับตัว ย่อมเสียโอกาสในการแข่งขันอย่างน่าเสียดาย
ดังนั้นการยกระดับศูนย์ทดสอบที่มีประสิทธิภาพย่อมถือเป็นจุดเริ่มต้นสำหรับ
ภาคอุตสาหกรรมไทยที่จะยืนหยัดอยู่ได้ท่ามกลางการแข่งขันของภาคอุตสาหกรรมที่
สูงขึ้น
นอกจากนี้การผนึกกำลังอย่างเหนียวแน่นกับประเทศญี่ปุ่น
ไม่ใช่เป็นเพียงสัญลักษณ์ของความสัมพันธ์ที่มีมาอย่างยาวนานเท่านั้น
แต่ยังหมายรวมถึงสัญญาณที่บ่งบอกถึงการก้าวไปพร้อม ๆ กัน
เพื่อพัฒนาขีดความสามารถของประเทศ และความร่วมมือที่แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นสืบไป
ที่มา: www.norsorpor.com
ความหมาย : ป่วย,ไม่สบาย