เลขารมว.ต่างประเทศ ระบุนานาชาติจะไม่ร่วมตรวจสอบเหตุการณ์10เม.ย. แจงสื่อเทศไม่ใช่สงครามกลางเมือง ผู้ว่าฯกทม.เผยจัดทำบุญคนตายแยกคอกวัว25เม.ย.
กรณีกลุ่มเสื้อแดงแนว ร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ(นปช.) ได้พยามยื่นหนังสือร้องเรียนต่อองค์การสหประชาชาติ(ยูเอ็น) เพื่อให้เข้ามาตรวจสอบเหตุการณ์ความรุนแรงเมื่อวันที่ 10 เม.ย.ที่ผ่านมา นั้น
วันเดียวกันนี้(22 เม.ย.) นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และโฆษกฝ่ายการเมือง กล่าวถึงกรณี ส.ส.พรรคเพื่อไทย และแกนนำเสื้อแดง เข้ายื่นหนังสือต่อสำนักงานสหประชาชาติ(ยูเอ็น) เพื่อขอให้ช่วยตรวจสอบเหตุการณ์ความรุนแรงที่ขึ้นในวันที่ 10 เม.ย.ที่ผ่านมา
โดยเขาระบุว่า เหตุการณ์ดังกล่าวไม่ใช่สงครามกลางเมือง หรือเหตุการณ์ที่รัฐบาลมุ่งปราบปรามผู้ชุมนุมเสื้อแดงแต่ความรุนแรงที่เกิดขึ้นเป็นการปะทะกันระหว่างรัฐบาลกับกลุ่มติดอาวุธในรูป ผู้ก่อการร้ายที่แฝงตัวมาในกลุ่มผู้ชุมนุม ทำให้รัฐมีความจำเป็นต้องใช้กฎหมายแยกผู้กระทำผิดออกจากผู้ชุมนุม จึงไม่มีความจำเป็นให้ประเทศที่สาม และองค์การระหว่างประเทศเข้ามาตรวจสอบ
"ปรกติการที่ยูเอ็นจะเข้ามาช่วยเหลือ ประเทศใดประเทศหนึ่ง ต้องเป็นกรณีรัฐบาลประเทศนั้นๆ ขอความร่วมมือยูเอ็นให้เข้ามาเพื่อปราบปรามผู้ก่อการร้าย หรือมีเหตุการณ์ที่ชี้ชัดรัฐบาลละเมิดสิทธิมนุษยชน และมีการปกปิดข้อมูล จึงต้องมีการตรวจสอบ แต่กรณีนี้ตรงข้ามกันทั้งหมด"
นายชวนนท์ กล่าวอีกว่า ส่วนเหตุการณ์ในวันที่ 10 เม.ย.ที่ผ่านมา ทางกระทรวงการต่างประเทศได้ชี้แจงสถานการณ์เมืองและการชุมนุมของกลุ่มเสื้อแดงให้ กับต่างชาติ และสื่อต่างประเทศได้รับทราบอย่างต่อเนื่อง ซึ่งทุกประเทศตอบรับเป็นอย่างดี ทุกฝ่ายเข้าใจข้อเท็จจริง และเห็นใจรัฐบาลที่ต้องทำงานภายใต้ภาวะกดดัน นอกจากนี้ ต่างชาติยังชื่นชมรัฐบาลที่ใช้ความอดทนอดกลั้นในการแก้ไขปัญหา อย่างไรก็ตาม เราพร้อมจะให้เข้ามาตรวจสอบข้อเท็จจริง โดยยืนยันความจริงใจ และไม่มีการปกปิดหลักฐานใดๆ ทั้งสิ้น
ด้านนางสาววิมล คิดชอบ อธิบดีกรมสารนิเทศ กระทรวงการต่างประเทศ กล่าวว่า กระทรวงการต่างประเทศได้จัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการติดตามสถานการณ์การชุมนุม กลุ่มคนเสื้อแดงซึ่งได้ประสานให้ข้อมูลกับสถานเอกอัครราชทูต และกงสุญใหญ่ไทยในต่างประเทศ เพื่อได้รับทราบข้อเท็จจริงของสถานการณ์การเมืองในไทยตลอดเวลา อีกทั้งยังได้แปลเอกสารเป็นภาษาอังกฤษ ในหัวข้อ Political situation และแนวทางชี้แจงในแต่ละประเด็นอย่างละเอียด โดยได้ส่งไปยังสถานเอกอัครราชทูตต่างประเทศในไทย และสื่อต่างประเทศในไทย รวมทั้งยังขึ้นในเว็ปไซด์ www.mfa.go.th นอกจากนี้ ศูนย์ปฏิบัติการฯ ยังทำงานร่วมกับ ศอฉ. เพื่อได้รับทราบท่าทีของต่างชาติอีกด้วย
ตำรวจญี่ปุ่น-จนท.ทูต พบผบช.น.ถามคดีนักข่าวรอยเตอร์ตาย
เมื่อเวลา 10.00 น. วันเดียวกัน พ.ต.อ.จุน มารุยาม่า ตำรวจญี่ปุ่น พร้อมเจ้าหน้าที่สถานทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย เดินทางเข้าพบ พล.ต.ท.สัณฐาน ชยนนท์ ผบช.น.และพล.ต.ต.อำนวย นิ่มมะโน รอง ผบช.น.พร้อมกับ พล.ต.ต.วิชัย สังปะไพ ผบก.น.1 ซึ่งรับผิดชอบงานสอบสวนคดีเหตุการณ์ความรุนแรงเมื่อวันที่ 10 เม.ย.ที่ผ่านมา เพื่อสอบถามความคืบหน้ากรณีนายฮิโร มูราโมโต้ นักข่าวสำนักข่าวรอยเตอร์ชาวญี่ปุ่น อายุ 43 ปี ทีเสียชีวิตจากเหตุการณ์ปะทะกันเมื่อคืนวันที่ 10 เม.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งยังไม่มีความคืบหน้ามากนัก
กทม.ทำบุญอุทิศส่วนกุศลเหตุนองเลือดคอกวัว25 เม.ย.
ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร(กทม.) เปิดเผยภายหลังเป็นประธานประชุมหัวหน้าหน่วยงาน กทม. วันนี้ ว่า ในวันที่ 25 เม.ย.นี้ กทม.จะจัดพิธีทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้แด่ผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ปะทะกัน ระหว่างเจ้าหน้าที่ทหารกับผู้ชุมนุมกลุ่มคนเสื้อแดงบริเวณสี่แยกคอกวัว โดยพิธีจะจัดขึ้นบนทางเท้าที่บริเวณสี่แยกคอกวัว พิธีจะเริ่มขึ้นตั้งแต่ 07.00 น. โดยพระราชาคณะ 9 รูป เจริญพระพุทธมนต์ และพิธีทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ จำนวน 199 รูป นอกจากนี้จะมีพิธีสวดบังสุกุลอุทิศส่วนกุศลแด่ผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์นอง เลือดครั้งนั้น
ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ กล่าวว่า พิธีดังกล่าวนี้จะจัดขึ้นในนาม กทม. โดยมีตนเป็นเจ้าภาพ พร้อมกันนี้ได้มอบหมายให้สำนักวัฒนธรรม กีฬา และการท่องเที่ยว ประสานไปยังหน่วยงานราชการ กองทัพ พี่น้องประชาชน รวมถึงญาติผู้เสียชีวิตทุกคน ไม่ว่าจะเป็นสีอะไรทั้งญาติผู้ชุมนุม หรือญาติของเจ้าหน้าที่ทหารที่เสียชีวิตในเหตุการณ์ ทั้งนี้ตามประเพณีของไทยจะต้องมีการทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้แก่ผู้เสียชีวิต และยังเป็นการฟื้นฟูสภาพจิตใจของประชาชนที่อาศัยอยู่ในย่านสี่แยกคอกวัว ด้วย ผู้ว่าฯกทม. กล่าวว่า ส่วนจะมีความรุนแรงเกิดขึ้นหรือไม่นั้น ตนเห็นว่าคนไทยทุกคนคงเห็นว่าในขณะที่มีสงคราม ถ้ามีคนตายยังมีการทำความตกลงกันว่าทุกฝ่ายสามารถเข้าไปเก็บศพกันได้เลย แต่เราไม่ได้อยู่ในต่างชาติ เป็นคนไทยด้วยกันทั้งสิ้น และแค่การทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้คนตายก็ไม่ได้เชียวหรือ
ผู้สื่อข่าวถามว่า จะเชิญนายกฯ มาร่วมงานด้วยหรือไม่ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ กล่าวว่า กทม.เชิญทุกฝ่ายอยู่แล้ว ถ้าท่านนายกฯ จะมาร่วมก็ได้
เมื่อถามว่า กทม.เตรียมความพร้อมต่อการก่อวินาศกรรมในพื้นที่กทม.อย่างไรบ้าง ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ กล่าวว่า กทม.เตรียมพร้อมตั้งแต่เดือน ก.พ. ทั้งรถดับเพลิง รถพยาบาล และกำลังเจ้าหน้าที่เทศกิจ โดยส่วนใหญ่ดูแลพื้นที่ในพื้นที่สถานที่ราชการ แต่ในพื้นที่เอกชนกำลังเจ้าหน้าที่คงไม่สามารถดูแลได้ทั่วถึง เช่น ในกรณีการยิงระเบิดอาร์พีจีคลังน้ำมันเครือ ปตท. จ.ปทุมธานี คงต้องเป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ตนเป็นห่วงในขณะนี้ คือการเก็บกวาดขยะในพื้นที่การชุมนุมบริเวณสี่แยกราชประสงค์ โดยวันนี้มีปริมาณขยะมากถึง 30 ตัน แต่พื้นที่การชุมนุมเป็นพื้นที่คับแคบยากต่อการเข้าไปทำความสะอาด เนื่องจากมีประชาชนนอนหลับพักผ่อนตามท้องถนน และทางเท้า ตนจึงได้มอบหมายให้นายพรเทพ เตชะไพบูลย์ รองผู้ว่าฯกทม. ประสานงานเพื่อเข้าไปทำความสะอาดให้มากขึ้น
ส่วนการดำเนินการเอาผิดกับกลุ่มผู้ ชุมนุมที่ทำลายทรัพย์สินทางราชการนั้น กทม.กำลังรวบรวมเรื่อง แต่ตอนนี้ขอให้ความสำคัญกับเรื่องใหญ่ก่อนคือ การทำอย่างไรให้เกิดความสงบสุข และทุกฝ่ายหลีกเลี่ยงเงื่อนไขที่จะทำให้เกิดความรุนแรง
ที่มา: www.norsorpor.com
ความหมาย : ปลาหมึก