จีน-ญี่ปุ่นโวยแคนาดา

จีน-ญี่ปุ่นโวยแคนาดา "ลาออก" พิธีสารเกียวโตกระทบแก้โลกร้อน

ทันข่าวญี่ปุ่น 14 ธันวาคม 2554

Views : 3105

ปีเตอร์ เคนท์ รัฐมนตรีสิ่งแวดล้อมแคนาดาในที่ประชุมสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ ณ เมืองเดอร์บัน ประเทศแอฟริกาใต้


 เอเอฟพี - แคนาดาเมื่อวันจันทร์(12) กลายเป็นประเทศแรกที่ประกาศถอนตัวอย่างเป็นทางการจาก “พิธีสารเกียวโต” โดยกล่าวอ้างว่าข้อตกลงที่กำหนดให้ประเทศพัฒนาแล้วตัดลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกฉบับนี้ กำลังกลายเป็นตัวขัดขวางการเข้าจัดการกับปัญหาการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศอย่างมีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตาม ทางด้านจีนและญี่ปุ่นออกมาตอบโต้วันอังคาร(13)ว่า ความเคลื่อนไหวเช่นนี้ของออตตาวาเป็นการคัดค้านความพยายามของนานาชาติที่จะต่อสู้แก้ปัญหาโลกร้อน
       
       การตัดสินใจของแคนาดาคราวนี้ เห็นกันว่าแท้ที่จริงแล้วคือการสะท้อนความเป็นจริงที่แดนใบเมเปิลกำลังปล่อยก๊าซคาร์บอนมากขึ้นเรื่อยๆ การลาออกมาจึงจะทำให้ไม่ต้องจ่ายเงินค่าปรับจำนวนกว่า 4 แสนล้านบาท แต่ขณะเดียวกันก็เท่ากับการสบประมาทสัญญาที่เป็นหลักหมายแสดงถึงความพยายามของโลกที่จะรับมือกับปัญหามลพิษ
       
       ทั้งนี้ พิธีสารเกียวโต ซึ่งได้รับการรับรองในปี 1997 เป็นข้อตกลงระดับโลกเพียงฉบับเดียวที่กำหนดเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนทั่วโลก แต่มุ่งใช้บังคับเฉพาะกับประเทศร่ำรวย ทว่าไม่ครอบคลุมถึงสหรัฐฯ ที่ปฏิเสธให้สัตยาบันรับรอง
       
       “เราขอใช้สิทธิตามกฎหมายของแคนาดาในการถอนตัวอย่างเป็นทางการจากพิธีสารเกียวโต” ปีเตอร์ เคนต์ รัฐมนตรีสิ่งแวดล้อมกล่าว หลังกลับจากการประชุมมาราธอนเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศในแอฟริกาใต้ ซึ่งประเทศผู้เจรจาร่วมๆ 200 ประเทศตกลงกันได้สำเร็จเกี่ยวกับแผนโรดแมปไปสู่การทำสัญญาฉบับใหม่ที่จะครอบคลุมการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั้งของประเทศพัฒนาแล้วและประเทศเศรษฐกิจตลาดเกิดใหม่
       
       เคนต์ระบุว่า พิธีสารเกียวโตไม่ใช่หนทางในการแก้ปัญหาภูมิอากาศเปลี่ยนแปลงทั่วโลก แต่กลับเป็นอุปสรรคมากกว่า ขณะที่ข้อตกลงใหม่ที่จะบังคับใช้ประเทศผู้ปล่อยก๊าซเรือนกระจกรายใหญ่ๆ ทั้งหมด จะเปิดทางให้แคนาดาสามารถสร้างงาน และการเติบโตทางเศรษฐกิจได้ จึงถือเป็นวิธีการที่ก้าวไปข้างหน้า
       
       อย่างไรก็ตาม จีน ผู้ปล่อยก๊าซคาร์บอนรายใหญ่สุดของโลก ออกมาวิจารณ์แคนาดาทันควัน โดยโฆษกกระทรวงต่างประเทศ หลิว เหว่ยหมิน ระบุเมื่อวันอังคาร (13) ว่าการตัดสินใจของออตตาวาเป็นการ “ขัดขวางความพยายามของชุมชนนานาชาติ” และ “น่าเสียใจ”
       
       “เราหวังว่า แคนาดาจะยอมรับความรับผิดชอบและหน้าที่ของตนเอง เคารพพันธะสัญญาของประเทศ และมีส่วนร่วมอย่างจริงจังในการร่วมมือระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้องเพื่อแก้ปัญหาการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิโลก”
       
       ปักกิ่งยืนกรานมาตลอดว่า ในฐานะประเทศกำลังพัฒนา ตนจึงสมควรได้รับการผ่อนปรนจากพันธะตามกฎหมายในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
       
       ขณะเดียวกัน รัฐมนตรีสิ่งแวดล้อมญี่ปุ่น โกชิ โฮโซโนะ บอกกับผู้สื่อข่าวที่กรุงโตเกียวว่า การถอนตัวเช่นนี้ของแคนาดาเป็นเรื่อง “น่าผิดหวัง” เพราะแต่ละประเทศล้วนต้องใช้ความพยายามอย่างแยกกันไม่ออกในการต่อสู้กับการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ
       
       แคนาดาได้ตกลงรับพันธะตามพิธีสารเกียวโต ที่จะลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนจากระดับปี 1990 ลงมาให้ได้ 6.0% ภายในปี 2012 แต่ในความเป็นจริงแคนาดากลับปล่อยก๊าซ ซึ่งเป็นต้นเหตุทำลายระบบภูมิอากาศของเปลือกโลก เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
       
       รัฐบาลอนุรักษนิยมของนายกรัฐมนตรีสตีเฟน ฮาร์เปอร์ ได้เผยมาตรการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของตัวเองในปีที่ผ่านมา เช่นเดียวกับสหรัฐฯ โดยชี้ว่า ไม่สามารถบรรลุเป้าหมายของพิธีสารเกียวโตตามที่มีการตกลงกันในสมัยรัฐบาลชุดก่อนหน้าได้
       
       การถอนตัวจากข้อตกลงแก้ไขปัญหาโลกร้อนฉบับนี้จะทำให้แคนาดาไม่ต้องจ่ายเงินค่าปรับมูลค่าร่วม 14,000 ล้านดอลลาร์แคนาดา หรือราว 423,000 ล้านบาท สำหรับการที่ไม่สามารถบรรลุเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซได้
       
       นอกจากนี้ เคนต์ยังอ้างว่าพิธีสารเกียวโตส่งผลเสียอย่างสำคัญต่อเศรษฐกิจแคนาดา ซึ่งสามารถหลบเลี่ยงได้ด้วยการถอนตัวจากพิธีสาร พร้อมกันนั้นเขาก็แก้ต่างว่า แคนาดาปล่อยก๊าซเรือนกระจกไม่ถึง 2% ของทั่วโลกด้วยซ้ำ
       
       ในทางกลับกัน สำหรับผู้สนับสนุนพิธีสารเกียวโต การถอนตัวของออตตาวาคาดว่า จะส่งผลลบเชิงสัญลักษณ์และสร้างความเสียหายใหญ่หลวงต่อกระบวนการแก้ไขปัญหาการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิโลกของสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ที่อ่อนแอเป็นทุนเดิมอยู่แล้วจากการที่ประเทศภาคีแตกแยกกันเป็นฝักฝ่าย
       
       ทั้งนี้ ในวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (11) ที่ประชุมสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ ณ เมืองเดอร์บัน ประเทศแอฟริกาใต้ สามารถตกลงกันได้สำเร็จเกี่ยวกับแผนโรดแมป ซึ่งจะนำไปสู่ข้อตกลงฉบับแรกที่หากได้รับการรับรองตามที่กำหนดไว้ในปี 2015 จะบังคับให้ชาติผู้สร้างมลพิษรายใหญ่ทั้งหมดลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกนับจากปี 2020

ที่มา: Manager-online

警察 [kei-sa-tsu]

ความหมาย : ตำรวจ