ญี่ปุ่นอึ้งขาดดุลการค้าเดือนตค.ระบุปัจจัยหนึ่งคือ"อุทกภัยไทย"
ทันข่าวญี่ปุ่น
24 พฤศจิกายน 2554
Views : 2618
ญี่ปุ่นประสบกับการขาดดุลการค้าในเดือนตุลาคม โดยที่อุทกภัยใหญ่ในไทยถูกระบุเป็นสาเหตุประการหนึ่งด้วย เนื่องจากทำให้เกิดการขาดแคลนชิ้นส่วนจนการผลิตทางอุตสาหกรรมชะงักงัน
เอเอฟพี/เอเจนซีส์ - ญี่ปุ่นประสบกับการขาดดุลการค้าในเดือนตุลาคม ทั้งนี้ตามข้อมูลของรัฐบาลที่นำออกเผยแพร่เมื่อวันจันทร์(21) โดยที่อุทกภัยใหญ่ในไทยถูกระบุเป็นสาเหตุประการหนึ่งด้วย เนื่องจากทำให้เกิดการขาดแคลนชิ้นส่วนจนการผลิตทางอุตสาหกรรมชะงักงัน สำหรับปัจจัยอื่นๆ ที่ทำให้แดนอาทิตย์อุทัยตกอยู่ในภาวะส่งออกน้อยกว่านำเข้าในเดือนดังกล่าว ยังได้แก่การที่เงินเยนแข็งโป๊กไม่ยอมเลิก, และอุปสงค์ของทั่วโลกกำลังอ่อนตัวลง
ตามตัวเลขข้อมูลของกระทรวงการคลัง ในเดือนตุลาคม ญี่ปุ่นส่งออกลดลง 3.7% มาอยู่ที่ 5.51 ล้านล้านเยน ถือเป็นการตกลงมาครั้งแรกในรอบ 3 เดือน ขณะที่นำเข้าสูงขึ้น 17.9% มาอยู่ที่ 5.79 ล้านล้านเยน นับเป็นการขยับขึ้นเมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดือนเดียวกันของปีก่อนหน้า เป็นเดือนที่ 22 ติดต่อกันแล้ว โดยปัจจัยสำคัญคือราคาของน้ำมันและก๊าซที่สูงขึ้น
ในสภาพเช่นนี้ทำให้เดือนตุลาคม ญี่ปุ่นขาดดุลการค้าเป็นจำนวน 273,800 ล้านเยน (3,600 ล้านดอลลาร์) นับเป็นครั้งแรกในรอบ 2 เดือน และกลับตาลปัตรจากช่วงเดือนเดียวกันของปี 2010 ซึ่งได้เปรียบดุลการค้า 812,600 ล้านเยน อีกทั้งผิดความคาดหมายของพวกนักเศรษฐศาสตร์ ที่สำรวจความคิดเห็นโดยสำนักข่าวดาวโจนส์ นิวส์ไวร์ และหนังสือพิมพ์นิกเกอิ ซึ่งทำนายว่าจะได้เปรียบดุลการค้าเป็นจำนวน 55,600 ล้านเยน
“การส่งออกอ่อนตัวลงเนื่องจากเศรษฐกิจโลกกำลังชะลอตัว ขณะที่การนำเข้ายังคงเพิ่มขึ้นสืบเนื่องจากทรัพยากรธรรมชาติมีราคาสูงขึ้น ญี่ปุ่นกำลังถลำลงสู่ตัวเลขสีแดงในลักษณะที่น่าวิตกทีเดียว” นักเศรษฐศาสตร์แห่งสถาบันวิจัยไดวา นาม ซาโตชิ โอซานาอิ ให้ความเห็น
ญี่ปุ่นนั้นสามารถกลับมาได้เปรียบดุลการค้าได้อีกครั้งในเดือนกันยายน เมื่อการผลิตรถยนต์ฟื้นตัวขึ้นสู่ระดับที่เคยทำได้ก่อนเกิดภัยพิบัติแผ่นดินไหวและคลื่นสึนามิในแดนอาทิตย์อุทัยเดือนมีนาคมปีนี้
แต่แล้วอุทกภัยใหญ่ที่เกิดขึ้นในไทยก็ส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานของพวกบริษัทรถยนต์และบริษัทอิเล็กทรอนิกส์ เนื่องจากโรงงานในเมืองไทยของพวกเขาและของพวกผู้ผลิตชิ้นส่วนต่างๆ ถูกน้ำท่วม จนกระทั่งเกิดการขาดแคลนชิ้นส่วน ทั้งนี้โรงงานต่างๆ ในประเทศไทยคือห่วงโซ่สำคัญห่วงหนึ่งในสายโซ่อุปทานของอุตสาหกรรมการผลิตของโลก
“น้ำท่วม(ในไทย)เป็นเหตุให้เกิดขาดแคลนชิ้นส่วนขึ้นในญี่ปุ่น และลดยอดส่งออกจากญี่ปุ่นไปยังโรงงานต่างๆ ของพวกผู้ผลิตรถยนต์ในประเทศไทย” ค่าย แคปิตอล อีโคโนมิกส์ ระบุเช่นนี้เอาไว้ในรายงานการวิจัยฉบับหนึ่ง ทั้งนี้ยักษ์ใหญ่รถยนต์ญี่ปุ่นอย่างเช่น โตโยต้า และ ฮอนด้า ต่างต้องระงับการประกาศตัวเลขคาดการณ์ผลประกอบการในปีนี้ไปแล้ว เนื่องจากอยู่ระหว่างการประเมินความเสียหายจากอุทกภัยในไทย
ตามตัวเลขการค้าในเดือนตุลาคม เมื่อแยกเป็นรายภูมิภาค ปรากฏว่ายอดส่งออกไปยังเอเชียได้ลดลงมา 6.6% โดยที่การขนส่งไปยังจีน ซึ่งเป็นตลาดใหญ่ที่สุดสำหรับผลิตภัณฑ์ของญี่ปุ่น หล่นลงมา 7.7% ส่วนที่ส่งมายังไทยก็หดตัว 5.1%
ทาเกชิ มินามิ หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์แห่งสถาบันวิจัยโนรินชูกิน ให้ความเห็นว่า ตัวเลขที่ประกาศออกมาคราวนี้เลวร้ายกว่าที่คาดหมายกัน และอาจเป็นสัญญาณแสดงว่าการส่งออกจะทรุดตัวต่อไปอีกหลายๆ เดือน เขายังแสดงความกังวลเป็นพิเศษกับการตกต่ำของการส่งออกไปยังเอเชีย ซึ่งเป็นจุดหมายปลายทางสำคัญที่สุดแห่งหนึ่งสำหรับผลิตภัณฑ์ของญี่ปุ่น
มินามิ บอกว่า การทรุดตัวเช่นนี้เป็นการสะท้อนถึงเศรษฐกิจจีนที่กำลังชะลอตัว, ผลพวงจากน้ำท่วมในไทย, และค่าเงินเยนที่แข็งมาก
ก่อนหน้านี้เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ธนาคารแห่งประเทศญี่ปุ่นก็เคยเตือนว่า การเติบโตทางเศรษฐกิจของญี่ปุ่นกำลังเชื่องช้าลง เนื่องจากความไม่แน่นอนในต่างประเทศ และความปั่นป่วนผันผวนของตลาดการเงิน โดยมีสาเหตุจากวิกฤตยูโรโซน ตลอดจนอุทกภัยในประเทศไทย