การเรียนการสอนในสถาบันการศึกษาทุกระดับในประเทศญี่ปุ่น ใช้ภาษาญี่ปุ่นเป็นสื่อในการสอน แม้ว่าจะมีสถาบันการศึกษาบางแห่งหรือบางหลักสูตรสอนโดยใช้ภาษาอังกฤษ แต่ก็เป็นส่วนน้อย ดังนั้นนักศึกษาที่ประสงค์จะศึกษาต่อในสถาบันการศึกษาระดับสูงของญี่ปุ่น จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีความสามารถทางภาษาญี่ปุ่นอย่างเพียงพอ ทั้งด้านการฟัง พูด อ่านและเขียน ด้วยเหตุนี้ นักศึกษาต่างชาติส่วนมากจะศึกษาภาษาญี่ปุ่นก่อนอย่างน้อย 6 เดือนถึง 2 ปี ก่อนสอบเข้าศึกษาต่อในสถาบันการศึกษาระดับสูง
หลักสูตรภาษาญี่ปุ่นของมหาวิทยาลัยเอกชน
หลักสูตรภาษาญี่ปุ่นที่มหาวิทยาลัยเอกชนจัดตั้งขึ้นนั้น ในปัจจุบันมีอยู่ 41 แห่ง ( มกราคม 2543 ) ซึ่งเป็นหลักสูตรสำหรับนักศึกษาต่างชาติ ที่ต้องการศึกษาภาษาและวัฒนธรรมญี่ปุ่น หรือวิชาพื้นฐานสำหรับเตรียมสอบคัดเลือก เข้าศึกษาระดับปริญญาตรี ซึ่งมีระยะเวลาเรียนตามหลักสูตรไม่ถึง 1 ปี
ถ้าหลักสูตรของมหาวิทยาลัยใดมีระบบรับรองนักศึกษาให้เข้าศึกษาในมหาวิทยาลัยนั้น นักศึกษาก็สามารถใช้บริการได้ หรือจะเลือกสอบเข้าเรียนในสถาบันอื่นก็ได้ นักศึกษาในหลักสูตรนี้มีความได้เปรียบในเรื่องที่พักอาศัย งานพิเศษตลอดจนสวัสดิการต่าง ๆ เช่นความช่วยเหลือในการรักษาพยาบาล แต่สถาบันในระดับนี้มีจำนวนน้อย
การเลือกสถาบันสอนภาษาญีปุ่น
การเลือกสถาบันสอนภาษาญี่ปุ่นของเอกชน ที่อยู่นอกเหนือจากที่มหาวิทยาลัยจัดไว้นั้น ควรพิจารณาจากหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้
1. การรับรอง
สถาบันนั้นได้รับการรับรองจากสมาคมส่งเสริมการศึกษาภาษาญี่ปุ่นหรือไม่ เพราะการเข้าศึกษาในสถาบันที่ไม่ได้รับการรับรองรายชื่อ นักศึกษาจะไม่ได้รับการตรวจลงตราวีซ่านักศึกษาก่อนวิทยาลัย และนักศึกษาวิทยาลัย
2. เนื้อหาของหลักสูตร
เป็นหลักสูตรที่มีเนื้อหาอย่างไร เหมาะสมกับจุดมุ่งหมายของตนหรือไม่ เช่นหลักสูตรทั่วไป, หลักสูตรภาษาญี่ปุ่นเพื่อศึกษาต่อระดับสูง , หลักสูตรภาษาญี่ปุ่นธุรกิจ เป็นต้น
3. การแบ่งระดับชั้นเรียน
มีการจัดสอบเพื่อแบ่งชั้นเรียนตามความรู้ทางภาษาญี่ปุ่น เพื่อที่นักศึกษาแต่ละคนจะได้เรียนบทเรียนที่เหมาะสม กับความสามารถทางภาษาญี่ปุ่นของตนเองหรือไม่
4. วิชาพื้นฐาน
สถาบันมีการเปิดสอนวิชาพื้นฐานสำหรับการสอบคัดเลือก เพื่อเข้าเรียนในระดับปริญญาตรี ( ได้แก่วิชา ภาษาอังกฤษ คณิตศาสตร์ ฟิสิกส์ เคมี สังคมศาสตร์ เป็นต้น ) ไปพร้อมกับภาษาญี่ปุ่นด้วยหรือไม่
5. สภาพแวดล้อมของการศึกษา
ควรมีสภาพแวดล้อมที่ดี เช่น สถานที่ตั้งของสถาบัน , อาคาร , อุปกรณ์การเรียนการสอน โดยมีครูผู้สอนและจำนวนนักเรียนอยู่ในสัดส่วนที่เหมาะสม
6. หอพักของสถาบัน
มีสถานที่พักเป็นของสถาบันเองหรือไม่ ราคาค่าเช่าเท่าไร ค่าสมัครเข้าหอพักเท่าไร สามารถอยู่ได้นานเท่าไร และมีการคัดเลือกหรือต้องสมัครล่วงหน้านานเพียงใด หากในกรณีที่ไม่มีที่พักของสถาบันโดยเฉพาะ ทางสถาบันควรจะมีนโยบายช่วยเหลือในการติดต่อหาอพาร์ทเมนท์หรือหอพักอื่น ๆ ให้ด้วย
7. การแนะแนวด้านการศึกษาต่อและความเป็นอยู่
มีการให้คำแนะนำหรือให้คำปรึกษา เพื่อเป็นแนวทางศึกษาต่อในระดับสูงต่อไปหรือไม่ ให้คำปรึกษาในด้านปัญหาความเป็นอยู่หรือไม่
8. ผลงานของสถาบัน
นักศึกษาของสถาบันนั้น มีจำนวนผู้ที่สามารถสอบผ่านวัดระดับภาษาญี่ปุ่นในแต่ละระดับมากน้อยเพียงใด และจำนวนผู้เข้าสอบวิชาสามัญทั่วไปสำหรับนักศึกษาต่างชาติ ที่ได้คะแนนมากกว่า 200 คะแนนขึ้นไป (จาก คะแนนเต็ม 400 ) , ทิศทางของผู้ที่จบการศึกษาไปแล้ว ส่วนใหญ่ทำอะไรต่อไป ศึกษาต่อในระดับใด , กลับประเทศ ฯลฯ
9. ค่าเล่าเรียน
อัตราค่าเล่าเรียนจะมีความแตกต่างกันไปตามแต่ละสถาบัน ควรจะเช็คด้วยว่าค่าเล่าเรียนที่ทางสถาบันระบุนั้น นอกจากค่าเล่าเรียนแล้วรวมค่าใช้จ่ายอื่น ๆ อะไรบ้าง เช่น ค่าลงทะเบียนแรกเข้า ค่าหนังสือและอุปกรณ์การเรียน กิจกรรมพิเศษ ฯลฯ
| หลักสูตร 6 เดือน | 357,000 - 422,000 เยน ( ประมาณ 135,741 - 160,456 บาท ) |
| หลักสูตร 1 ปี | 410,000 - 1,007,000 เยน ( ประมาณ 155,893 - 383,041 บาท ) |
| หลักสูตร 1 ปีครึ่ง | 590,000 - 1,441,000 เยน ( ประมาณ 224,334 - 547,908 บาท ) |
| หลักสูตร 2 ปี | 770,000 - 1,720,000 เยน ( ประมาณ 292,775 - 653,992 บาท ) |
ระยะเวลาในการสมัคร
โดยทั่วไปหลักสูตร 1 หรือ 2 ปี จะเปิดเรียนเดือนเมษายน หลักสูตรปีครึ่งจะเปิดเรียนเดือนตุลาคม กำหนดการรับสมัครจะแตกต่างกันไปตามแต่ละโรงเรียน แต่ควรสมัครก่อนที่โรงเรียนจะเปิดภาค 4-6 เดือน โดยผู้ที่ต้องการไปเรียนเดือนเมษายน ควรสมัครช่วงเดือนตุลาคม - ธันวาคม และผู้ที่ต้องการไปเรียนเดือนตุลาคม ควรสมัครตั้งแต่เดือนเมษายน - มิถุนายน และเมื่อรวมเวลาที่ใช้ในการส่งจดหมายไปขอสมัคร การเตรียมเอกสารของตนเอง และผู้ค้ำประกันที่ต้องส่งแล้ว ควรเริ่มเตรียมตัวล่วงหน้าก่อนไปศึกษาต่ออย่างน้อย 6 - 8 เดือน
ขั้นตอนในหารสมัคร
-> หลังจากพิจารณารายละเอียดของสถาบันสอนภาษาญี่ปุ่นที่ตรงกับความต้องการแล้ว ให้คัดเลือกสถาบันที่สนใจไว้ 5-6 แห่ง เพื่อติดต่อขอใบสมัคร และรายละเอียดประกอบการสมัครจากทางสถาบัน
-> เมื่อทางสถาบันส่งรายละเอียดมาแล้ว ให้พิจารณาอย่างถ้วนถี่อีกครั้ง ก่อนตัดสินใจส่งใบสมัครพร้อมหลักฐานต่าง ๆ ไปยังสถาบันที่คิดว่าพอใจที่สุด ซึ่งปกติแล้วในการสมัครนี้ จะต้องส่งเงินค่าสมัครไปด้วย และไม่ว่าทางสถาบันจะตอบรับหรือไม่ก็ตาม เงินค่าสมัครนี้จะไม่ได้รับคืน
-> ทางสถาบันจะพิจารณาจากใบสมัครพร้อมหลักฐานต่าง ๆ ของผู้สมัคร หากทางสถาบันพิจารณารับเข้าศึกษา ก็จะออกหนังสือตอบรับกลับมา และเป็นตัวแทนในการทำเรื่องขอสถานภาพการอยู่อาศัยกับทางสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ในเขตที่ตั้งของสถาบัน
-> เมื่อทางสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองอนุมัติแล้ว ก็จะออกใบรับรองสถานภาพการอยู่อาศัยให้กับนักศึกษา
สถานภาพการอยู่อาศัย สำหรับนักศึกษาต่างชาติที่ศึกษาในสถาบันสอนภาษาญี่ปุ่นของเอกชนคือ " นักศึกษาก่อนวิทยาลัย ( shugaku-sei ) " ซึ่งมีระยะเวลาการอยู่อาศัย 6 เดือนหรือ 1 ปี
สถานภาพของนักศึกษาต่างชาติที่ศึกษาหลักสูตรภาษาญี่ปุ่นในมหาวิทยาลัยเอกชน คือ " นักศึกษาวิทยาลัย ( ryugaku-sei ) " ซึ่งมีระยะเวลาการอยู่อาศัย 1 ปี
-> นักศึกษาก็นำใบรับรองสถานภาพการอยู่อาศัย และหนังสือตอบรับจากทางสถาบัน ไปขอวีซ่าจากสถานฑูตญี่ปุ่นในประเทศไทย
-> สำหรับขั้นตอนและช่วงเวลาในการชำระเงินค่าเล่าเรียนนั้น จะแตกต่างกันไปตามแต่ละสถาบัน
ที่มา: http://www.jeducation.com/THAI/edsystem/jschool.html
ความหมาย : ยากูซ่า (มาเฟียญี่ปุ่น)