สิ้นปีรถยนต์อีโคคาร์ทะลุ 2 แสนคัน ผู้ผลิตชิ้นส่วนญี่ปุ่นแห่ย้ายฐานเข้าไทย

สิ้นปีรถยนต์อีโคคาร์ทะลุ 2 แสนคัน ผู้ผลิตชิ้นส่วนญี่ปุ่นแห่ย้ายฐานเข้าไทย

ทันข่าวญี่ปุ่น 19 พฤษภาคม 2554

Views : 2853


 สถาบันยานยนต์ ชี้ผู้ผลิตชิ้นส่วนรถยนต์จากญี่ปุ่นจะ ย้ายฐานการผลิตเข้ามาเมืองไทยมากขึ้น แจงสึนามิ กระทบการผลิตรถยนต์เพียง 1 หมื่นคัน คาดสิ้นปีผลิตได้ตามเป้า 1.8 ล้านคัน ขณะที่อีโคคาร์ ได้รับผลกระทบน้อยสุด เพราะใช้ชิ้นส่วนที่ผลิตในประเทศไทยกว่า 90% คาดสิ้นปีนี้ยอดผลิตอีโคคาร์ทะลุ 2 แสนคัน ส่วนปี 58 จะผลิตได้ถึง 7 แสนคันต่อปี ด้านสมาคมชิ้นส่วนรถยนต์ไทยหวั่นกระทบชิ้นส่วนรถเก๋งญี่ปุ่น ฉุดอุตสาหกรรมรถยนต์ซึมยาว 6 เดือน
       
       วัลลภ เตียศิริ ผู้อำนวยการสถาบันยานยนต์ กล่าวว่า ชิ้นส่วนรถยนต์ของญี่ปุ่นที่ได้รับผลกระทบจากภัยสึนามิมากที่สุดจะเป็นรถ เก๋ง เพราะนำเข้าชิ้นส่วนสูงถึง 50% ซึ่งคาดว่าจะทำให้ยอดการผลิตรถยนต์ลดลงประมาณ 10,000 คัน ส่วนใหญ่ก็จะเป็นค่ายโตโยต้า เพราะเป็นผู้ผลิตรายใหญ่สุดของไทย สาเหตุหลักเพราะโรงงานประกอบรถยนต์ต้องหยุดทำงานล่วงเวลา ส่วนกำลังการผลิตในภาพรวมคาดว่าจะลดลงเฉลี่ย 50% ในช่วงระยะเวลา 2 เดือนกว่า รายได้หายไปประมาณ 75,000 ล้านบาท ทำให้การผลิตในช่วงครึ่งปีแรกต่ำกว่าเป้าหมายที่วางไว้ แต่คาดว่าในช่วงครึ่งปีหลังเมื่อสถานการณ์ทุกอย่างกลับเข้าสู่ภาวะปกติ ทุกฝ่ายจะเร่งเดินเครื่องการผลิตได้ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายแผนการผลิตที่ 1.8 ล้านคันในปีนี้
       
       ทั้งนี้ ค่ายรถยนต์ต่างๆได้เริ่มปรับตัวและยืนยันว่าเริ่มมีชิ้นส่วนจากญี่ปุ่นทยอย เข้ามาในเมืองไทยได้แล้ว เนื่องจากผู้ผลิตชิ้นรถยนต์ส่วนใหญ่ไม่ได้เสียหายจากแผ่นดินไหวและสึนามิ โดยตรง ซึ่งก็เริ่มทยอยผลิตชิ้นส่วนและส่งมาให้ค่ายรถยนต์ได้ ทำให้ค่ายรถยนต์จะสามารถเร่งกำลังผลิตโดยจัดให้พนักงานมีการทำงานล่วงเวลาใน การผลิตสินค้าชดเชยในช่วงที่ค่ายรถยนต์ได้ชะลอการผลิต รวมทั้งยังได้เร่งผลิตในช่วงวันหยุดในเดือนเมษายนที่ตรงกับเทศกาลสงกรานต์ ด้วย
       
       คาดอีโคคาร์สิ้นปีนี้
       ยอดทะลุ 2 แสนคัน
       
       อย่างไรก็ตาม หลังจากเหตุการณ์ภัยพิบัติครั้งนี้คลี่คลายลง ในอนาคตอาจมีผู้ผลิตชิ้นส่วนเข้ามาในไทยมากขึ้นเพื่อรองรับการผลิตรถยนต์ของ ค่ายญี่ปุ่นที่ต้องการส่งออกไปอาเซียนและตลาดในไทยที่ขยายตัวต่อเนื่อง โดยภาคเอกชนญี่ปุ่นหลายองค์กรยืนยันจะเข้ามาลงทุนในไทยตามแผนที่กำหนดไว้ แม้ว่าในอนาคตอาจมีอุปสรรคต่างๆที่คาดไม่ถึงก็ตาม
       
       โดยแผนการผลิตเดิมนั้น หากไม่เกิดสถานการณ์ภัยพิบัติที่ร้ายแรงแต่กลุ่มชิ้นส่วนเหล่านี้ก็มีแผนที่ จะขยับขยายลู่ทางไปต่างประเทศอยู่แล้ว เนื่องจากต้นทุนการผลิตในญี่ปุ่นสูงมากและที่สำคัญค่าเงินเยนก็มีแนวโน้ม แข็งค่าทุกๆวัน ซึ่งจะไม่เป็นผลดีหากยังตั้งฐานการผลิตในญี่ปุ่นแล้วส่งออกไปต่างประเทศ เนื่องจากจะเสียเปรียบคู่แข่งอย่างมาก
       
       ดังนั้น ในระยะหลังจะพบว่ามีธุรกิจเอสเอ็มอีหลายรายจับกลุ่มกันย้ายฐานการผลิตในประ เทศอื่นๆเป็นจำนวนมาก และมีผู้ผลิตชิ้นส่วนจากญี่ปุ่นกว่า 100 ราย จะเข้ามาตั้งฐานการผลิตในไทย ซึ่งทั้งไทยและญี่ปุ่นมีเป้าหมายที่ผลักดันให้ไทยเป็นผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ สุดอันดับ 10 ของโลกภายในปี 58 หรือมียอดการผลิตที่ 2.5 ล้านคันต่อไปให้ได้ ปัจจุบันไทยอยู่ในอันดับ 12-13 ของโลกมียอดการผลิต 1.6 ล้านคัน
       
       สำหรับสินค้าหรือผลิตภัณฑ์ที่จะผลักดันให้ไทยเป็นผู้ผลิตรถยนต์สูง อันดับ 10 ของโลก คือ รถยนต์อีโคคาร์ที่คาดว่าในปีนี้ไทยจะผลิตได้ 2 แสนคัน และจะเพิ่มเป็น 7 แสนคัน ภายในปี 58 ล่าสุดมี นิสสัน มาร์ชและ ฮอนด้า บริโอ้ ที่ออกสู่ตลาด เนื่องจากผู้บริโภคทั่วโลกต่างต้องการรถยนต์ที่ประหยัดพลังงาน เพราะในอนาคตราคาน้ำมันมีแนวโน้มสูงขึ้นมาก ขณะที่รถปิกอัพ นั้น ไทยเป็นผู้ผลิตมากสุดอันดับ 1 ของโลกกว่า 1 ล้านคันจากทั้งหมดทั่วโลกที่ผลิตเพียงปีละ 1.8 ล้านคัน ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะเป็นการผลักดันจากค่ายรถยนต์ของญี่ปุ่น
       
       ส่วนยอดการผลิตรถยนต์ในเดือนมีนาคมที่ผ่านมามีทั้งสิ้น 172,004 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมีนาคม 2553 ร้อยละ 13.8 และเพิ่มขึ้นจากเดือนกุมภาพันธ์ 2554 ร้อยละ 14.1 จำนวนรถยนต์ที่ผลิตได้ในเดือนมกราคม - มีนาคม 2554 มีจำนวนทั้งสิ้น 468,981 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม - มีนาคม 2553 ร้อยละ 22.5
       
       อีโคคาร์ไม่กระทบ
       ใช้ชิ้นส่วนในไทย 90%
       
       ด้าน เพียงใจ แก้วสุวรรณ นายกสมาคมอุตสาหกรรมรถยนต์ไทย กล่าวว่า ผลกระทบจากสึนามิต่อการผลิตรถยนต์นั้น คาดว่าหลังจากเดือนมิถุนายนเป็นต้นไปเหตุการณ์จะดีขึ้นเรื่อยๆ และยังมีเวลาอีกครึ่งปีที่จะเร่งผลิตรถยนต์ให้ทันกับปริมาณการสั่งซื้อ ส่วนรายละเอียดความเสียหายต่างๆจะสรุปได้อย่างชัดเจนในช่วงหลังเดือน มิถุนายน ส่วนการผลิตรถยนต์อีโคคาร์นั้น แม้ขณะนี้จะได้รับผลกระทบบ้าง แต่ก็ไม่มาก เพราะรถยนต์อีโคคาร์ใช้ชิ้นส่วนที่ผลิตในประเทศกว่า 90% ขึ้นไป ต่างจากรถยนต์ขนาดใหญ่ที่บางรุ่นจะใช้ชิ้นส่วนจากญี่ปุ่นมากกว่า
       
       ทั้งนี้ การที่ค่ายรถยนต์ลดกำลังการผลิตเนื่องจากขาดแคลนชิ้นส่วนเกี่ยวกับ อิเล็กทรอนิกส์ที่ผลิตในญี่ปุ่น ซึ่งค่ายรถยนต์หลายรายแก้ปัญหาด้วยการหาจากซัพพลายเออร์อื่นแทน ส่วนในแง่ของผู้ผลิตชิ้นส่วนไทยยังคงได้ออเดอร์เข้ามาเหมือนเดิม เพียงแต่จะมีจำนวนน้อยลง ส่วนตัวเลขยอดการผลิตรวมในปีนี้คาดวาจะอยู่ที่ 1.8 ล้านคัน เนื่องจากความต้องการในประเทศยังมีอยู่สูงมาก จึงขึ้นอยู่กับค่ายรถยนต์แต่ละค่ายจะจัดการปัญหากันอย่างไรให้ลงตัวได้เร็ว สุด ส่วนผู้ผลิตชิ้นส่วนของไทยเอง ก็คงได้รับออเดอร์จากค่ายรถยนต์เหมือนเดิม เพียงแต่อาจจะมีจำนวนที่น้อยลงไปบ้าง
       
       อุตฯ รถยนต์ญี่ปุ่นซึมยาว 6 เดือน
       
       ประสาทศิลป์ อ่อนอรรถ นายกกิตติมศักดิ์สมาคมผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ไทย (TAPMA)กล่าววถึงผลพวกจากภัยธรรมชาติที่เกิดขึ้นในประเทศญี่ปุ่นส่งผลกระทบ ต่อการผลิตอะไหล่รถยนต์บางตัว ซึ่งเป็นตัวหลักสำคัญในการประกอบรถยนต์ปัจจุบัน อีกทั้งส่วนใหญ่ โดยเฉพาะชิ้นส่วนประเภทอิเล็กทรอนิกส์ที่มีผลิตเฉพาะประเทศญี่ปุ่นเท่านั้น ไม่มีชิ้นส่วนตัวนี้ก็ไม่สามารถออกรถได้ จึงทำให้ค่ายรถยนต์ต้องลดจำนวนการผลิตลงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งคาดว่าวิกฤตการณ์ในครั้งนี้จะกระทบอย่างน้อย 6 เดือน และคาดว่าจะกลับมาผลิตรถยนต์ได้เต็มจำนวนอีกครั้งในเดือนพฤศจิกายน 2554
       
       ปัจจุบันค่ายผลิตรถยนต์เริ่มลดจำนวนการผลิตลงถึง50-70% ดังนี้ นิสสัน และฮอนด้าลดจำนวนลงประมาณ 50% , โตโยต้าลดจำนวนการผลิตลงประมาณ 50-70 % เป็นต้น ขณะที่รถยนต์ขนาดเล็กอย่างอีโก้คาร์ไม่ค่อยได้รับผลกระทบ เนื่องจากรถยนต์ประเภทนี้ไม่ค่อยได้ใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ในการประกอบรถ จึงทำให้ไม่ได้รับผลกระทบโดยตรง แต่จะได้รับผลกระทบทางอ้อมจากวิกฤตการณ์ของบริษัทเท่านั้น
       
       ส่วนแนวโน้มรถยนต์ประเภทอีโก้คาร์จะได้รับความนิยม และคาดว่ามอเตอร์ไซค์จะมีผู้ใช้น้อยลง ซึ่งจะเห็นได้ว่าในปัจจุบันมียอดจองรถยนต์อีโก้คาร์เพิ่มมากขึ้น และมีอีกหลายค่ายรถยนต์จะเปิดตัวในเร็วๆ นี้ ขณะที่กำลังการผลิตคงที่
       
       อย่างไรก็ดีหลักเกณฑ์รถยนต์อีโคคาร์ที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาล จะต้องมีขนาดเครื่องยนต์ไม่เกิน 1,300 ซีซี สำหรับเครื่องยนต์เบนซิน หรือไม่เกิน 1,400 ซีซี สำหรับเครื่องยนต์ดีเซล มีอัตราการใช้น้ำมัน ไม่เกิน 5 ลิตรต่อ 100 กิโลเมตร หรือ 20 กม.ต่อ 1 ลิตร รวมทั้งยังต้องมีมาตรฐานการปล่อยก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ ไม่เกิน 1.0 กรัมต่อ 1 กิโลเมตร ปล่อยก๊าซไฮโดรคาร์บอน ไม่เกิน 0.1 กรัมต่อ 1 กิโลเมตร
       
       6 ค่ายรถตั้งเป้าผลิต
       อีโคคาร์ 7 แสนคัน/ปี
       
       ทั้งนี้ ได้มีบริษัทรถยนต์หลายแห่งเข้าร่วมโครงการนี้ มีด้วยกัน 6 บริษัท เริ่มตั้งแต่ 1.บริษัทฮอนด้า ได้เปิดตัวรถยนต์อีโคคาร์ต้นแบบในเดือนมีนาคม 2553 และจะเริ่มขายได้ในปี 2554 โดยจะพัฒนาจากรถต้นแบบ New Small Concept ที่เพิ่งเปิดตัวในงาน นิวเดลี มอเตอร์โชว์ 2010 ประเทศอินเดีย โดยฮอนด้าได้ลงทุนราว 6,700 ล้านบาท เพื่อสร้างโรงงานแห่งใหม่เพื่อผลิตรถยนต์อีโคคาร์ที่ จ.อยุธยา 2.ค่ายโตโยต้า ได้ผลิตรถยนต์อีโคคาร์ที่นิคมอุตสาหกรรมเกตเวย์ซิตี้ จ.ฉะเชิงเทรา คาดว่า จะใช้ TOYOTA Etios เป็นรถต้นแบบ มีกำลังการผลิตโตโยต้าอีโคคาร์ 100,000 คัน/ปี เงินลงทุน กว่า 4,642 ล้านบาท
       
       3.ค่ายมิซูบิชิ จะผลิตรถยนต์อีโคคาร์ด้วยเครื่องยนต์ที่มีขนาดเพียง 1,100 ซีซี ราคาเริ่มต้นที่ 280,000 บาท โดยมิซูบิชิจะตั้งโรงงานผลิตอีโคคาร์ที่นิคมอุตสาหกรรมแหลมฉบัง จ.ชลบุรี ซึ่งจะมีกำลังการผลิต 107,000 คัน/ปี โดยมิซูบิชิจะเปิดตัวได้ภายในปี 2554-2555
       
       4.ค่ายซูซูกิ ซึ่งได้เลื่อนโครงการอีโคคาร์ไปจากเดิมและจะเปิดตัวในปี 2555 โดยจะใช้เงินลงทุนประมาณ 7,500 ล้านบาท คาดว่าจะใช้โรงงานแห่งใหม่ของซูซูกิ ที่ นิคมอุตสาหกรรม เหมราช อีสเทิร์นซีบอร์ด จังหวัดระยอง เป็นแหล่งผลิต ซึ่งในปีแรกจะมีกำลังการผลิต 10,000 คัน ขายในประเทศไทย 70% ต่างประเทศ 30% และจะผลิต ซูซูกิอีโคคาร์ รุ่นที่ 2 ในปี 2558 จะมีกำลังการผลิต 10,000 คัน ขายในประเทศไทย 50% ต่างประเทศ 50%
       
       5.ค่ายทาทา อีโคคาร์ คาดว่าจะมีการเปิดตัวรถยนต์อีโคคาร์ได้ในปี 2012 โดยจะเป็น รถยนต์นั่ง ส่วนบุคคล รุ่นแรกของทาทาในการทำตลาดเมืองไทย ขณะนี้อยู่ระหว่างการหาที่ตั้งโรงงานแห่งใหม่ในประเทศไทย เพื่อผลิตรถทาทาอีโคคาร์ และได้ข้อสรุปจากการทำวิจัยความต้องการของลูกค้า ทั้งในประเทศไทย และต่างประเทศ
       
       6.ค่ายนิสสัน ซึ่งเป็นค่ายแรกที่ผลิตรถอีโคคาร์ ในชื่อ NISSAN March ซึ่งเปิดตัวเมื่อเดือนมีนาคมปีที่ผ่านมา ตั้งเป้าขายอีโคคาร์ปีแรก 1 หมื่นคัน โดยใช้ชิ้นส่วน อะไหล่ในประเทศมากกว่า 80%
       
       ทั้งนี้ คาดว่าเมื่อเริ่มผลิตอีโคคาร์ได้ตามแผน จะมีกำลังการผลิตอีโคคาร์รวมเกือบ 7 แสนคันต่อปี มูลค่าส่งออกอยู่ที่ 1.13 แสนล้านบาทต่อปี ใช้ชิ้นส่วนในประเทศ 9.4 หมื่นล้านบาท และจ้างงานใหม่เพิ่ม 1.1 หมื่นคน

ที่มา: Manager Online

ハングリー [Hangurii]

ความหมาย : หิว