Toyota FT-86 II รออีกนิดเดี๋ยวก็มาแล้ว

Toyota FT-86 II รออีกนิดเดี๋ยวก็มาแล้ว

เทคโนโลยี ญี่ปุ่น 22 เมษายน 2554

Views : 4446


       ในยุคทศวรรษที่ 1970-1990 ถือเป็นยุครุ่งเรืองและเฟื่องฟูของรถสปอร์ตจากญี่ปุ่น ไม่ว่าจะรุ่นเล็กจนกระทั่งถึงรุ่นใหญ่ แต่พอเข้าสู่ศตวรรษใหม่ ปี 2000 ตลาดกลุ่มนี้เหมือนโดนโรคระบาด แต่ละรุ่นค่อยทยอยล้มหายตายจากไปจากตลาด เหลือเพียงแค่ชื่อเอาไว้ประดับวงการเท่านั้น
       
       หลายเหตุผลของการสูญพันธุ์ที่ถูกหยิบยกมาอ้าง คือ รสนิยมที่เปลี่ยนไปของตลาดในญี่ปุ่น หันมามองรถยนต์ครอบครัวมากขึ้น ตามด้วยการมองตลาดที่แบรนด์ดังของญี่ปุ่นส่วนใหญ่หันไปมองตลาดนอกบ้าน เช่นเดียวกับหายนะทางด้านการเงินที่เกิดขึ้นกับบางบริษัท เช่น นิสสัน และมิตซูบิชิ
       
       สิ่งเหล่านี้ทำให้ตลาดรถสปอร์ตสัญชาติญี่ปุ่นค่อยๆ ถูกลดบทบาทลงเรื่อยๆ จนกระทั่งหายไปในที่สุด
       
       สำหรับนิสสันอาจถือได้ว่าเป็นการปลุกผีตลาดรถสปอร์ตแดนปลาดิบให้กลับ มา เพราะหลังจากที่ได้ คาร์ลอส กอนส์ เข้ามาชุบชีวิตบริษัท แต่การคืนชีพให้กับ Z-Car และรหัส GT-R ก็เป็นการรุกตลาดในระดับไฮเอนด์ แถมยังใช้ความเชี่ยวชาญในการลดต้นทุนได้อย่างแนบเนียน เพราะทั้งสองรุ่นถูกพัฒนาบนพื้นฐานของรถยนต์ขับเคลื่อนล้อหลังในตระกูล FM และ PM เช่นเดียวกับเครื่องยนต์วี6
       
       ส่วนตลาดขนาดกลางในระดับที่เรียกว่า Affordable Sport Car หรือคนธรรมดาสามารถจับต้องได้ ที่เมื่อก่อนหลากหลายแบรนด์ของญี่ปุ่นมีผู้เล่นมากหน้าหลายตา และนักซิ่งในบ้านเราคุ้นเคยกันดี…ตรงนี้ยังเกิดช่องว่างอยู่ จนกระทั่งโตโยต้ามองเห็นลู่ทางในการเข้ามาเจาะตลาด
       
       FT-86 คือต้นแบบที่เกิดมาเพื่อตลาดกลุ่มนี้ ซึ่งครั้งแรกโตโยต้านำออกเปิดตัวในโตเกียว มอเตอร์โชว์ 2009 และจากนั้นไม่นานมีการคอนเฟิร์มถึงการผลิต และก็ตามด้วยการเผยโฉมต้นแบบที่น่าจะเรียกว่า Pre-Production ของสปอร์ตรุ่นนี้ออกมาให้สัมผัสกันใน เจนีวา มอเตอร์โชว์ 2010 เมื่อต้นเดือนมีนาคมที่ผ่านมา
       
       ชื่อรุ่นยังไม่มีการตั้งอย่างเป็นทางการ รู้แต่ว่ารถยนต์รุ่นนี้จะสวมรหัส 86 หลายคนอาจสงสัยว่าคืออะไร?
       
       86 หรือ Hachiroku ในภาษาญี่ปุ่นเป็นชื่อเล่นของโตโยต้า เลวิน/ทรูโน ในรหัส AE85/86 ถือเป็นรถสปอร์ตที่พัฒนาบนพื้นฐานของโคโรลล่าขับเคลื่อนล้อหลังในรหัส KE70 โดยตัวรถถูกเปิดตัวในกลางทศวรรษที่ 1980 แต่มาโด่งดังเอาอย่างมากในศตวรรษที่ 21 เพราะถูกนำมาใช้เป็นรถ Drift เหมือนกับนิสสัน 180SX หรือ 200SX ในบ้านเรา และเมื่อบวกกับกระแสของการ์ตูนเรื่อง Initial D ก็ยิ่งทำให้ชื่อของ 86 กระจายไกลไปทั่วโลก
       
       โตโยต้าไม่ต้องเสียเวลามานั่งปูพื้นฐานในเรื่องนี้ และชื่อ 86 ถูกประชาสัมพันธ์ออกไปในวงกว้างแล้ว และยิ่งเมื่อมีข่าวว่าโตโยต้าจะผลิตสปอร์ตรุ่นนี้ใหม่อีกครั้ง มันก็เลยกลายเป็นเรื่องในลักษณะ “ตำนานกำลังจะกลับมา”
       
       อย่างไรก็ตาม ด้วยเงื่อนไขของตัวรถที่จะต้องเป็นสปอร์ตแบบขับเคลื่อนล้อหลัง และมีราคาไม่แพงมาก ดูเหมือนจะเป็นอุปสรรคก้อนโต และเป็นเรื่องที่สวนทางกันอย่างสิ้นเชิง เพราะโตโยต้าไม่มีพื้นตัวถังแบบขับเคลื่อนล้อหลังสำหรับรถยนต์ขนาดคอมแพกต์ เหลืออีกแล้วนับจากการสิ้นยุคของ KE70
       
       ดังนั้น หากจะต้องปัดฝุ่นนำชื่อ 86 (ที่ใครๆ ก็รู้ว่าเป็นสปอร์ตขับหลัง) กลับมา การใช้พื้นฐานของรถขับหน้าเหมือนกับโคโรลล่าคงจะไม่เข้าทีอย่างแน่นอน และถ้าจะพัฒนาขึ้นมาใหม่ก็ต้องใช้เงินก้อนโต และดูท่าจะไม่คุ้มที่ต้องทุ่มเพื่อรถสปอร์ตเพียงรุ่นเดียวเท่านั้น (และแนวทางนี้เคยทำให้หลายบริษัทรถญี่ปุ่นเกิดตัวแดงในบัญชีมาหลายรายแล้ว) อีกทั้งราคาขายก็คงต้องขยับสูงขึ้นแน่ๆ
       
       ทางออกคือ เลิกใช้ชื่อ 86 เพื่อไม่ให้ผูดมัดตัวเอง หรือไม่ก็ต้องยอมเจ็บตัวหน่อย ด้วยการลงทุน และตั้งราคาขายให้ขยับขึ้นจากเดิมที่อยู่ในใจ
       แต่โชคยังดีที่โตโยต้าถือหุ้นอยู่ใน FHI หรือฟูจิเฮฟวี่ อินดัสตรี้ ผู้จำหน่ายรถยนต์ซูบารุอยู่ 16.7% ทุกอย่างก็เลยลงล็อก โตโยต้าตอบสนองความต้องการของ FHI ด้วยการผลิตรถยนต์ไซส์เล็กให้กับค่ายนี้ ซึ่งก็คือเทรเซียที่เพิ่งเปิดตัวในญี่ปุ่นและยุโรปไปเมื่อต้นปี รวมถึงการถ่ายทอดองค์ความรู้เกี่ยวกับระบบไฮบริด เพื่อแลกกับพื้นตัวถังและเครื่องยนต์ของรถยนต์ขนาดคอมแพกต์อย่างอิมเพรสซา
       
       จริงอยู่ที่อิมเพรสซาเป็นรถยนต์ที่มีทั้งแบบขับเคลื่อนล้อหน้า และ 4 ล้อตลอดเวลา แต่ด้วยเลย์เอาต์ของการวางเครื่องยนต์สูบนอนหรือบ็อกเซอร์และระบบขับ เคลื่อนที่แปลกและแตกต่างจากรถยนต์ขับเคลื่อนล้อหน้าทั่วไปเหมือนกับรถยนต์ รุ่น A4, A5, A6 และ A8 ของออดี้ จึงเป็นเรื่องไม่ยากที่จะดัดแปลงพื้นตัวถังรถยนต์รุ่นนี้ให้เป็นแบบขับ เคลื่อนล้อหลังด้วยการใช้เกียร์ชุดใหม่
       
       โตโยต้านำพื้นตัวถังรุ่นนี้มาต่อยอดในการพัฒนาเป็นรถสปอร์ต Affordable แถมยังใช้เครื่องยนต์บล็อกใหม่แบบสูบนอน หรือบ็อกเซอร์ของซูบารุจับคู่กับเกียร์ธรรมดา 6 จังหวะรุ่นใหม่ เพื่อส่งผ่านกำลังจากเครื่องยนต์ในแบบขับเคลื่อนล้อหลัง และนี่คือที่มาของ FT-86 และ FT-86 II หรือที่คนในเน็ตรู้จักกันในชื่อ Toyobaru
       
       โตโยต้ายืนยันแล้วว่า FT-86 จะถูกผลิตขายในตลาดประมาณปี 2012 ดังนั้น ในช่วงเวลาที่ใกล้เคียงกับการเตรียมเปิดตัวขาย ความเคลื่อนไหวของ FT-86 ก็เลยมีมากเป็นพิเศษ และยิ่งเป็นพิเศษมากขึ้นเพราะผลผลิตนี้ไม่ได้เกิดมาเพื่อตลาดญี่ปุ่นเพียง แห่งเดียว แต่จะเป็น World Sport Car สำหรับขายทั้งในญี่ปุ่น ยุโรป สหรัฐอเมริกา และตลาดแห่งอื่นๆ ทั่วโลก นั่นทำให้โตโยต้าตอบสนองความใคร่รู้ของแฟนๆ ด้วยเวอร์ชั่นที่ 2 ของ FT-86 ในชื่อ FT-86 II
       
       ว่ากันว่าหน้าตาของต้นแบบรุ่นนี้มีความใกล้เคียงกับรุ่นผลิตจริง อย่างมาก จนบางคนถึงกับบอกว่าเป็นการนำ Pre-Production ของรุ่นจำหน่ายจริงมาแต่งนั่นนิดโน่นหน่อยเพื่อให้มีกลิ่นของการเป็นต้นแบบ
       
       สเปกทางด้านมิติตัวถัง เชื่อว่าคงจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงมากไปกว่านี้ ตัวรถเป็นสปอร์ต 4 ที่นั่งมีความยาว 4,235 มิลลิเมตร กว้าง 1,795 มิลลิเมตร ความสูงอยู่ที่ 1,270 มิลลิเมตร และระยะฐานล้อ 2,570 มิลลิเมตร พร้อมเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบนอน 2000 ซีซี.รุ่นใหม่จากซูบารุที่ยังไม่เปิดเผยกำลังขับเคลื่อน แต่เชื่อแน่ว่าน่าจะอยู่ในระดับ 170-180 แรงม้าในรุ่นหายใจเอง หรือ NA โดยน่าจะมีรุ่นเทอร์โบตามออกมาขายในอนาคตอย่างแน่นอน
       
       สำหรับแฟนๆ ของ 86 อดใจรอกันอีกไม่นาน และก็เตรียมเงินให้พร้อม เพราะตำนานกำลังจะกลับมา


ที่มา: Manager Online

写真 [shashin]

ความหมาย : รูปถ่าย