ผลกระทบจากเหตุการณ์นิวเคลียร์ที่โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟูกูชิมา ไดอิจิ ที่ประเทศญี่ปุ่น หลังเหตุการณ์แผ่นดินไหวและ สึนามิ สร้างความหวาดวิตกไปทั่วโลก
และเพื่อเป็นการให้ข้อมูลที่ถูกต้อง หน้าสุขภาพ TASTE มี
7จริงความจริงเกี่ยวกับสารกัมมันตภาพรังสี จากนพ. สามารถ ราชดารา
แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์นิวเคลียร์ โรงพยาบาลวัฒโนสถ มาแนะนำ
1.เมื่อใดก็ตามที่อยู่ในบริเวณที่มีการปนเปื้อนรังสีในอากาศ
การป้องกัน หรือรักษาอาการเบื้องต้น ต้องออกจากพื้นที่นั้นโดยด่วน
ขณะที่ยังไม่สามารถออกจากพื้นที่นั้นได้ ควรใส่หน้ากาก (facial mask)
และอยู่ในที่สงัดลม เช่นในบ้านปิดประตูหน้าต่าง
เพื่อป้องกันการกระจายของสารรังสีในอากาศเข้าสู่ตัวบ้าน
2.หากสงสัยว่าได้รับสารกัมมันตรังสี
มีวิธีการตรวจวัดรังสีปนเปื้อนที่อยู่ภายนอกร่างกายได้ จาก survey meter
สำหรับการตรวจสารรังสีที่ตกค้างในร่างกายต้องใช้ body counter
ซึ่งจะตรวจปริมาณรังสีหลายๆ ชนิดที่ค้างอยู่ในร่างกาย ไอโอดีน-131 (I-131)
ที่แพร่ได้ในอากาศ และอาจสูดดมเข้าไป
หรือปนเปื้อนลงในน้ำหลังฝนตกในบริเวณที่มีสารรังสีดังกล่าว
เราสามารถตรวจสอบรังสีนี้ได้จากเครื่องตรวจ Thyroid uptake
ซึ่งมีอยู่ในโรงพยาบาลวัฒโนสถ หรือหน่วยเวชศาสตร์นิวเคลียร์ในโรงเรียนแพทย์
รังสีไอโอดีนนี้ถ้าปริมาณมากพอจะถูกขับออกทางอุจจาระ ปัสสาวะ และน้ำลาย
ซึ่งอาจปนเปื้อนไปยังผู้อื่นได้
3.การป้องกันเมื่ออยู่ในบริเวณความเสี่ยง ให้อยู่ในที่ที่มีการถ่ายเทของอากาศน้อย และออกจากบริเวณดังกล่าวให้เร็วที่สุด
4.การปนเปื้อนรังสีในอาหารอาจเกิดขึ้นได้ถ้าแหล่งผลิตอาหารนั้นมีการ
แพร่กระจายของรังสี ซึ่งการตรวจรังสีตกค้างในอาหาร
สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะเป็นผู้ดูแล
และป้องกัน รวมทั้งการออกประกาศเตือน
คำแนะนำคือหลีกเลี่ยงอาหารซึ่งอาจผลิตจากแหล่งดังกล่าว
5.โรคที่จะเกิดขึ้นตามมา หากได้รับสารรังสีเข้าสู่ร่างกาย
ขึ้นอยู่กับชนิดและปริมาณที่ได้รับเข้าไป ในกรณีที่ได้รับรังสีในปริมาณสูง
ระบบทางเดินอาหารจะแสดงอาการให้เห็นได้ชัดเจน เช่น คลื่นไส้อาเจียน
ในระยะยาวอาจก่อให้เกิดมะเร็งชนิดต่างๆ โดยเฉพาะมะเร็งเม็ดเลือดขาว เป็นต้น
อย่างไรก็ตามขอย้ำว่าอันตรายดังกล่าวจะเกิดในกรณีที่ได้รับสาร
กัมมันตรังสีโดยตรงในปริมาณสูงเท่านั้น
เช่นผู้ที่อยู่ในบริเวณอุบัติเหตุโรงไฟฟ้า
สำหรับผู้ที่อยู่ห่างไกลออกไปความรุนแรงและอันตรายจะน้อยลง
ซึ่งการปนเปื้อนที่ถูกกล่าวถึงโดยเฉพาะ I-131 นั้น
ถ้าเด็กเล็กได้สารรังสีนี้อาจเหนี่ยวนำให้เกิดมะเร็งต่อมไธรอยด์ได้ในอนาคนต
จึงอาจให้ไอโอดีนเสถียรเพื่อป้องกันการจับ I-131
จากอากาศเข้าสู่ต่อมไธรอยด์
6.การกินไอโอดีนเสถียร
ควรจะทำก็ต่อเมื่อมีข้อบ่งชี้ว่ามีโอกาสสูงของการฟุ้งกระจายของ I-131
เท่านั้น เนื่องจากไอโอดีนที่เสถียรในปริมาณที่มากเกินไปอาจเกิดพิษขึ้นได้
และในบางรายก็อาจแพ้ได้เช่นกัน
7.จริงๆร่างกายสามารถดูดซึมไอโอดีนจากสารละลายเบตาดีนได้ในปริมาณ
เล็กน้อย ซึ่งจะไม่เพียงพอสำหรับการป้องกันการจับของสารรังสีไอโอดีน
FACT!
รายงานอุบัติเหตุรังสีพบว่า
ผู้ใหญ่ที่อายุมากกว่า 40 ปี
หลังการสูดดมสารรังสีปนเปื้อน
ไม่พบว่ามีอุบัติการของการเกิดมะเร็งต่อมไธรอยด์เพิ่มมากขึ้น
ที่มา: Manager Online
ความหมาย : การเรียน