อาจจะผ่านมาหลายสัปดาห์แล้วกับวิกฤตที่เกิดขึ้นในประเทศญี่ปุ่น
แต่เชื่อว่าทุกครอบครัวไทยที่ได้รับชมวิกฤตครั้งนี้ผ่านทางหน้าจอทีวีคง
สัมผัสได้ถึงความมีระเบียบวินัย และความเสียสละที่คนในชาติ ๆ
หนึ่งพร้อมที่จะทำเพื่อประเทศของตนเอง ซึ่งในวันนี้
เราก็มีจิตแพทย์จากโรงพยาบาลมนารมย์ที่มาชี้ให้เห็นถึงคุณค่าจากวิกฤตของชาว
ญี่ปุ่น
และแนะว่าสิ่งใดควรนำมาใช้บ่มเพาะเด็กไทยให้พร้อมรับมือกับบ้านเกิดเมืองนอน
ของตนเอง
พญ.จันทิมา องค์โฆษิต ไกรฤกษ์ จิตแพทย์
และประธานกรรมการ โรงพยาบาลมนารมย์
ให้ความเห็นเกี่ยวกับการวิธีการรับมือภัยพิบัติของชาวญี่ปุ่นว่า
ในเหตุการณ์ภัยพิบัติ เช่น แผ่นดินไหว น้ำท่วม สึนามิ
ที่ไม่มีใครทราบล่วงหน้า
การได้เรียนรู้วิธีปฏิบัติตัวที่ดีของชาวญี่ปุ่นจะช่วยให้เราสามารถรับมือ
เหตุการณ์ร้ายต่างๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคตได้อย่างเรียบร้อย ไม่โกลาหล
"จากการศึกษาวิธีรับมือกับวิกฤตของชาวญี่ปุ่นทั้งในระดับประเทศและ
ระดับพลเมือง จะพบว่าในระดับประเทศ ความเป็นชาตินิยมนั้นสำคัญมาก
เพราะทำให้เกิดความสามัคคี ซึ่งในช่วงแย่ที่สุด
จะเห็นว่าคนญี่ปุ่นมีความกลมเกลียวเป็นหนึ่งเดียวกัน มีความรักชาติของเขา"
“มีเพื่อนที่อยู่ญี่ปุ่น
หลังจากเกิดเรื่องกัมมันตภาพรังสีรั่ว ก็ถามว่าทำไมไม่บินมาไทย
เขาตอบว่าประเทศเขาเป็นแบบนี้แล้วจะให้ทิ้งมาได้อย่างไร
จะเห็นว่าเขามีความรักชาติและมีความสามัคคีสูงมาก
ซึ่งเขาจะมาเมืองไทยหรือหนีออกนอกประเทศก็ได้ แต่เขาไม่มา
เขายินดีที่จะร่วมทุกข์ร่วมสุขกัน และยินดีเสียสละเพื่อชาติ
ดังตัวอย่างที่พนักงาน 50 คน ที่ยอมรับความตายเฝ้าโรงงานไฟฟ้านิวเคลียร์
เพื่อความปลอดภัยของประเทศ เห็นแล้วซาบซึ้งใจมาก
หรือคนแก่ที่ติดอยู่หลายชั่วโมง พอช่วยเหลือออกมาได้ สิ่งแรกที่เขาถามว่า
อนาคตพวกเราจะเป็นไง เขาไม่ถามถึงตัวเขาเอง เขาถามว่าอนาคตจะเป็นไง
เราน่าจะโฟกัสเรื่องนี้บ้างว่าในฐานะประเทศ
เวลาเกิดวิกฤตขึ้นเมื่อใดทุกคนสามารถเผชิญปัญหาและอุปสรรคร่วมกันได้”
พญ.จันทิมากล่าวเพิ่มเติมว่า ในฐานะพลเมือง
การรับมือวิกฤตของชาวญี่ปุ่นสะท้อนคุณค่าที่ได้ถูกหล่อหลอมและบ่มเพาะมา
ตั้งแต่เยาว์ ซึ่งเราควรนำเอาตัวอย่างที่ดีเหล่านี้ นำมาสอนเด็กของเรา เช่น
1. การมีสปิริต พลังใจ กำลังใจของคนญี่ปุ่น ที่ไม่ว่าจะลำบากแค่ไหน เขาก็จะไม่ท้อถอย
2. ความมีวินัยของ
คนญี่ปุ่นที่แม้จะหิวจะเหนื่อย แต่เขาก็จะยืนเข้าแถว ไม่ทะเลาะ ไม่แย่ง
ไม่เอาเปรียบกัน เชื่อว่าหากเขาไม่มีวินัยคงจะเสียหายหนักกว่านี้
แต่นี่ไม่มีใครผลักใคร เพื่อแย่งชิงเอาอาหาร น้ำ หรือข้าวของ
3. การที่เขามีความหวัง เขาไม่สิ้นหวัง ซึ่งคนญี่ปุ่นจะมองไปข้างหน้า ไม่ยอมแพ้ต่อโชคชะตา
4. ความอดทน ไม่ย่อท้อ ต่ออุปสรรค แม้ว่าเรื่องที่เกิดขึ้นจะใหญ่แค่ไหน แต่เขาก็จะไม่ยอมแพ้
มองย้อนกลับไปพวกรุ่น 70-80 คือผ่านสงครามโลกมา โดนซ้ำแล้วซ้ำอีก
สิ่งที่เขามีคือความกล้าหาญ เข้มแข็ง ไม่อ่อนแอ ไม่ย่อท้อ
ทำให้เขารอดพ้นมาได้”
5. ความเข้มแข็ง แต่ไม่ได้สำคัญตนผิด ซึ่งในยามวิกฤต นายกรัฐมนตรีของญี่ปุ่น แสดงออกถึงความเข้มแข็งแบบเหมาะสม
โดยหลังจากประเมินความสามารถของตนเอง
ก็กล้าออกมาบอกขอความช่วยเหลือทันทีเลย จะเห็นว่าเขาเข้มแข็งจริง
แต่ไม่ใช่ว่าเขาแน่นะ ทั้งๆ ที่ญี่ปุ่นเขาพร้อมที่สุด
ไม่มีใครรับมือได้เพราะเขาซ้อมมาตั้งแต่เด็ก
พอเขาออกโทรทัศน์เขาขอความช่วยเหลือทันที
6. การมีคุณธรรมและมีความละอายต่อบาป จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจะเห็นถึงความมีน้ำใจ เมตตา ไมตรีจิตต่อกัน
เอื้ออาทรกัน ห่วงใยกัน ไม่ฉวยโอกาส มีความเกรงกลัวและละอายต่อบาป
หรือที่เรียกว่ามี หิริโอตัปปะ คือถึงมีโอกาสแต่ก็ไม่ฉกฉวย
ไม่ว่าจะมีคนเห็นหรือไม่เห็นก็ตาม เขาก็ไม่ทำ ถ้าไม่ใช่ของตัวเองเขาไม่เอา
เป็นคุณธรรมที่สูงและน่าประทับใจมาก
"จะเห็นว่าธรรมชาติ ไม่ได้สงบอย่างที่หวัง
ถ้าจะให้ประเทศชาติของเรารอดพ้นไปด้วยดี
ทุกภาคส่วนจะต้องช่วยกันสร้างคุณสมบัติที่ดีทั้งในส่วนของบุคคลและชาติด้วย
โดยเฉพาะการสร้างเยาวชนของไทย เพราะจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในประเทศญี่ปุ่น
เป็นที่ชัดเจนแล้วว่าคุณสมบัติเหล่านี้ไม่ได้เกิดจากดีเอ็นเอ
แต่เกิดจากการอบรมบ่มสอน และจำเป็นต้องรีบทำ
เพราะกระแสโลกาภิวัฒน์ที่ถาโถมเข้าสู่สังคม ค่านิยมที่เอาแต่ความสวยงาม
มุ่งเน้นวัตถุ และความอยู่รอดของตนเองเป็นหลัก
จะทำให้การดำเนินชีวิตของเยาวชนไทยของเรายากขึ้น"
|
|||
ที่มา: Manager Online
ความหมาย : ฤดูฝน