เปิดใจคนงานผู้กล้า อาสากลับมา 'กู้วิกฤต' โรงไฟฟ้าเพื่อประเทศชาติ

เปิดใจคนงานผู้กล้า อาสากลับมา 'กู้วิกฤต' โรงไฟฟ้าเพื่อประเทศชาติ

ทันข่าวญี่ปุ่น 3 เมษายน 2554

Views : 2492

สภาพความเสียหายของโรงไฟฟ้า ฟูกูชิมะ ไดอิจิ เมื่อวันที่ 24 มีนาคมที่ผ่านมา

หลังจากวันที่สึนา มิซัดถล่มโรงไฟฟ้าฟูกูชิมะ ไดอิจิ ผ่านพ้นไป 3 สัปดาห์ ฮิโรยูกิ โคโนะ ตัดสินใจกลับเข้าไปในเขตภัยพิบัติอีกครั้ง เพื่อเป็นอีกหนึ่งแรงที่จะช่วยยับยั้งการหลอมละลายของแท่งเชื้อเพลิง นิวเคลียร์
       
       โคโนะ เจ้าหน้าที่ควบคุมรังสีวัย 44 ปี ซึ่งคร่ำหวอดกับวงการอุตสาหกรรมนิวเคลียร์มาตั้งแต่ยังเป็นวัยรุ่น อาสารับหน้าที่ซึ่งหลายคนปฏิเสธ แม้จะทราบดีว่า ภารกิจครั้งนี้อาจเป็นงานชิ้นสุดท้ายที่เขาจะได้ทำ
       
       “ว่ากันตามตรง ไม่มีใครอยากเข้าไปหรอกครับ” โคโนะ ให้สัมภาษณ์ที่ศูนย์ผู้อพยพเมืองคาโซะ ทางตอนเหนือของกรุงโตเกียว ซึ่งเป็นที่พำนักชั่วคราวของเขามาตั้งแต่วันที่ 11 มีนาคม
       
       “ระดับกัมมันตภาพรังสีที่โรงไฟฟ้าสูงอย่างไม่น่าเชื่อเมื่อเทียบกับ เวลาปกติ ผมรู้ดีว่าไปคราวนี้ สภาพร่างกายของผมคงไม่แข็งแรงพอจะทำงานในโรงไฟฟ้าได้อีกต่อไป”
       
       โคโนะ ทำงานที่โรงไฟฟ้า ฟูกูชิมะ ไดอิจิ มานานกว่าทศวรรษ และตัดสินใจอพยพออกจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือของญี่ปุ่นทันทีที่เกิดแผ่นดินไหวและสึนามิ แต่อีกครึ่งเดือนให้หลัง เขาก็ได้รับอีเมลติดต่อจากบริษัทอย่างที่คาดไว้
       
       “โปรดทราบ เราขอให้ท่านกลับมาปฏิบัติหน้าที่ที่โรงไฟฟ้า จะได้หรือไม่?” อีเมลจากบริษัทผู้รับช่วงสัญญาจาก เท็ปโก ระบุ
       
       ด้วยความที่เป็นโสดและไม่มีบุตรภรรยาต้องดูแล โคโนะ จึงคิดว่าเป็นหน้าที่ที่จะต้องรับภารกิจดังกล่าว
       
       “การสลับเวรทำงานที่โรงไฟฟ้าค่อนข้างลำบากขึ้นเรื่อยๆ เพื่อนของผมก็มีครอบครัวต้องดูแลทั้งนั้น” โคโนะ กล่าว
       
       แต่ โคโนะ ไม่ใช่แค่พนักงานของโรงไฟฟ้าเท่านั้น เขายังเป็นบุตรชายคนโตของครอบครัวด้วย และเมื่อแจ้งให้พ่อแม่ทราบว่าจะกลับไปทำงานอีกครั้ง เขาจึงพยายามพูดถึงความเสี่ยงให้น้อยที่สุด แต่ก็ไม่อาจหลอกลวงพวกท่านได้
       
       บิดา ของโคโนะ ซึ่งเคยเป็นวิศวกรไฟฟ้าที่ ฟุกูชิมะ ไดอิจิ อยู่หลายปี บอกให้เขาทำตามหัวใจตัวเอง ส่วนมารดากล่าวเพียงว่า “ไปแล้วรีบกลับมาให้เร็วที่สุดล่ะ”

เจ้าหน้าที่กำลังฉีดเรซินใกล้กับอาคารเตาปฏิกรณ์ เพื่อยับยั้งการแพร่กระจายของรังสี
       ขณะเกิดแผ่นดินไหววันที่ 11 มีนาคม โคโนะ อยู่ในอาคารกังหันเตาปฏิกรณ์ และรู้สึกว่าโต๊ะทำงานที่อยู่ใกล้ๆเริ่มสั่น ตอนแรกเขาคิดว่าคงมีคนล้อเล่น แต่ก็นึกขึ้นได้ว่าไม่กี่วันก่อนหน้านั้นก็มีแผ่นดินไหวเกิดขึ้น เขาจึงสรุปว่าคงเป็นเพียงอาฟเตอร์ช็อกเท่านั้น
       
       แต่แล้วอุปกรณ์ทุกอย่างรอบตัวก็เริ่มสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงและเกิด เสียงลั่นเอี๊ยดอ๊าดไปทั่ว โคโนะจึงรู้ว่า นี่ไม่ใช่แค่แผ่นดินไหวธรรมดาแล้ว
       
       คนงานโรงไฟฟ้าต่างกรูออกจากตัวอาคาร และวิ่งหนีเอาชีวิตรอดขึ้นไปบนเนินเขาใกล้ๆ
       
       “เราได้ยินเสียงคนตะโกนว่า 'สึนามิมาแล้ว!' พอมองไปที่อ่าวก็เห็นกำแพงคลื่นสีขาวไล่หลังเรามา ผมกลัวมากเลยครับ” โคโนะ เล่า
       
       เขาติดตามคนงานคนอื่นๆขึ้นไปบนเนินเขา เมื่อมองลงมาก็เห็นกระแสน้ำไหลท่วมเสาสูง 10 เมตรจนมิด ส่วนเตาปฏิกรณ์ทั้ง 6 แห่งก็กลายเป็นเพียงก้อนหินโล้นๆที่ตั้งอยู่กลางคลื่นทะเลอันบ้าคลั่ง
       
       ขณะที่ประชาชนต่างหลบหนีภัยพิบัติรุนแรงที่สุดของประเทศหลังจาก สงครามโลกครั้งที่ 2 คนงานโรงไฟฟ้าฟูกูชิมะยังต้องทำงานตลอด 24 ชั่วโมงเพื่อควบคุมวิกฤตไว้ให้ได้
       
       ภารกิจเร่งด่วนมีตั้งแต่การระบายน้ำปนเปื้อนกัมมันตรังสีจำนวน มหาศาล, เก็บกวาดเศษขยะรังสี, วัดระดับรังสี และเชื่อมต่อสายเคเบิลเพื่อให้ระบบหล่อเย็นกลับมาทำงานได้อีกครั้ง
       
       โคโนะ จะปฏิบัติงานที่ศูนย์บัญชาการโรงไฟฟ้า ซึ่งตั้งอยู่บนหอคอยทนแผ่นดินไหว และจะต้องสัมผัสสารกัมมันตรังสีในแต่ละชั่วโมงเท่ากับที่คนทั่วไปได้รับใน เวลา 1 ปี
       
       “คนญี่ปุ่นเรามีสำนวนว่า 'กินข้าวถ้วยเดียวกัน' คนเหล่านี้เป็นเพื่อนที่ผมจะร่วมทุกข์ร่วมสุขด้วย ผมจึงขอไปทำงานร่วมกับพวกเขา”
       
       เพื่อนๆของ โคโนะ ต่างบอกเล่าถึงสภาพการทำงานที่กดดัน เนื่องจากรังสีแกมมาระดับเข้มข้นแพร่กระจายไปทั่วบริเวณโรงไฟฟ้า
       
       “แม้พวกเขาจะไม่พูดตรงๆ แต่ผมก็รู้ว่า ทุกคนอยากถูกย้ายออกมาให้เร็วที่สุด”
       
       โคโนะ จะต้องทำงานต่อเนื่องหลายวัน ก่อนที่จะได้หยุดพัก 2-3 วัน และประทังชีวิตด้วยอาหารกระป๋อง หรือขนมธัญพืชอัดแท่งที่ให้พลังงานสูง
       
       “เราบอกกันและกันว่า ญี่ปุ่นเคยถูกทำลายย่อยยับในสงครามโลกครั้งที่ 2 และนี่เป็นอีกครั้งที่ญี่ปุ่นต้องล้มลุกคลุกคลาน แม้ว่าสมรภูมิจะต่างกัน แต่พวกเราก็คือ กามิกาเซ่ ในยุคปัจจุบัน” โคโนะ กล่าว

กลุ่มพลเรือนถือป้ายต่อต้านพลังงานนิวเคลียร์ในกรุงโตเกียว

ที่มา: Manager Online

結婚 [kek-kon]

ความหมาย : แต่งงาน