'อาหารญี่ปุ่น' ความหวั่นวิตกที่ไม่น่ากังวล

'อาหารญี่ปุ่น' ความหวั่นวิตกที่ไม่น่ากังวล

อาหารญี่ปุ่น 27 มีนาคม 2554

Views : 4415


แผ่นดินไหว 9.0 ริกเตอร์ที่ประเทศญี่ปุ่นและ การเกิดคลื่นยักษ์สึนามิเมื่อสองสัปดาห์ที่ผ่านมาสร้างความเสียหายทั้งชีวิต และทรัพย์สินอย่างมหาศาลให้แก่ประเทศญี่ปุ่น ภายหลังจากนั้นไม่กี่วันความเสียหายจากการระเบิดของเตาปฏิกรณ์ ในโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟูกูชิมะ ไดอิจิ ก็สร้างความเสียหายตามมาอีกมากมายนับไม่ถ้วน


       
       ประเทศบ้านใกล้เรือนเคียงเป็นอันต้องหวั่นวิตกกับสารกัมมันตรังสีที่ แพร่กระจายออกมาภายหลังการระเบิด เพราะขณะนี้บางประเทศได้ตรวจพบสารดังกล่าวปนเปื้อนอยู่ด้วย เช่น ในลาสเวกัส รัฐเนวาดา ประเทศสหรัฐอเมริกา ประเทศจีน เป็นต้น รวมถึงการพบสารนี้ในทะเลใกล้กับโรงไฟฟ้าฯ หลายประเทศก็กังวลเรื่องการปนเปื้อนของสารนี้ ซึ่งหากประเมินจากสถานการณ์แล้วยังไม่สามารถไว้วางใจได้
       
       ผลที่ตามมาจากปรากฏการณ์นี้ทำให้ทางการแต่ละประเทศติดตามเฝ้าควบคุม การนำเข้าอาหารประเภทต่างๆ จากประเทศญี่ปุ่น โดยเฉพาะอาหารที่มาจากในเขตเมืองที่เกิดเหตุ และใกล้เคียง
       
       สิ่งที่ตามมาคือความไม่มั่นใจในการบริโภคอาหารจากประเทศญี่ปุ่นที่ อาจจะทำให้ใครหลายคน วิตกกังวลเกรงว่าจะได้บริโภคสารกัมมันตรังสีเข้าไปด้วย
       
       มาที่ประเทศไทยก็เกิดกระแสความวิตกไม่แพ้กัน และได้มีการคุมเข้มและตรวจสอบอาหาร ผัก ผลไม้ ที่ส่งมาจากประเทศญี่ปุ่น โดยเฉพาะจากเกาะฮอนชู โดยงานนี้ทางสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กระทรวงสาธารณสุข ก็มีการเฝ้าระวังเรื่องนี้กันอย่างเข้มข้น อีกทั้งยังมีการส่งเจ้าหน้าที่ไปดักตรวจปลาสดที่ส่งมาจากญี่ปุ่นถึงสนามบิน สุวรรณภูมิทุกวัน และผลก็ออกมาว่าไม่พบรังสีหรือสารเคมีใดๆ ติดมากับวัตถุดิบอาหารญี่ปุ่น ซึ่งก็พอจะทำให้คนที่ชอบกินอาหารญี่ปุ่นโล่งใจไปได้เปลาะหนึ่ง
       
       อย่างไรก็ตาม อาหารญี่ปุ่นในประเทศไทยส่วนมากนั้น ไม่ได้มีการนำเข้ามาจากประเทศญี่ปุ่นทั้งหมด เพราะวัตถุดิบที่มาประกอบอาหารญี่ปุ่นก็มาจากหลากหลายแหล่งที่ไม่ใช่เฉพาะ แค่ญี่ปุ่นประเทศเดียวเท่านั้น ซึ่งอาหารนำเข้าดีๆ ก็ราคาแพงๆ คนที่ได้กินก็ต้องเป็นคนที่มีสตางค์ และคนที่ชื่นชอบของพรีเมียมเฉพาะกลุ่มเท่านั้น
       
       ในมุมธุรกิจอาหารญี่ปุ่นที่กำลังขยายตัวอย่างต่อเนื่องในช่วงที่ผ่าน โดยมีการขยายตัวปีละ 5 - 10 เปอร์เซ็นต์ ปัจจุบันมีร้านอาหารญี่ปุ่นเปิดให้บริการในไทยมากกว่า 1,000 แห่ง จาก 500 บริษัท ซึ่งมากเป็นอันดับ 5 ของโลก รองจากสหรัฐฯ จีน เกาหลีใต้ และไต้หวัน ส่วนใหญ่อยู่ในกรุงเทพฯ เชียงใหม่ ชลบุรี ซึ่งมีมูลค่าตลาดค่อนข้างสูงเกือบ 10,000 ล้านบาท ซึ่งสาเหตุที่คนไทยนิยมกินอาหารญี่ปุ่นก็เนื่องมาจากเป็นอาหารที่มีประโยชน์ ต่อสุขภาพ รสชาติถูกปาก จึงทำให้อาหารญี่ปุ่นได้รับความนิยมกันอยู่ในขณะนี้
       
       ไม่ได้มาจากญี่ปุ่นทั้งหมด
       
       คนส่วนใหญ่อาจเข้าใจว่าอาหารญี่ปุ่นก็ต้องมาจากญี่ปุ่นเท่านั้น แต่เจ้าของกิจการห้องเย็นและฟู้ด ซัปพลายเออร์ รายหนึ่งบอกว่า
       
       “ในสมัยนี้มันไม่ใช่เรื่องจำเป็นแล้ว ว่าร้านอาหารประจำชาติของประเทศใดๆ จะต้องใช้วัตถุดิบของประเทศนั้นโดยตรง อย่างอาหารอิตาลีในไทยนี่วัตถุดิบกว่าครึ่งก็มาจากที่อื่นทั้งนั้น ไม่จำเป็นต้องมาจากอิตาลีโดยตรง ส่วนอาหารญี่ปุ่นที่เน้นไปที่ปลาทะเล ก็จะมีทั้งสองแบบนะ ทั้งปลาที่มาจากญี่ปุ่น และปลาจากน่านน้ำอื่นๆ”
       
       เขาเล่าให้ฟังถึงเส้นทางในการได้มาของวัตถุดิบในการทำอาหารของร้าน อาหารในประเทศไทยว่า หากเป็นวัตถุดิบที่มาจากญี่ปุ่นแท้ ก็จะมีราคาแพงและขายให้แก่ภัตตาคารระดับบน ดังนั้นที่ขายตามร้านทั่วไปส่วนมากก็นำเข้าจากไต้หวันมากกว่า โดยเฉพาะวัตถุดิบแปรรูปจำพวกไข่ปลา สาหร่าย
       
       ส่วนปลาต่างๆ ก็มาจากหลากหลายที่ เพราะปลาทะเลคุณภาพดีนั้นไม่จำเป็นว่าต้องมาจากญี่ปุ่น อย่างปลาแซลมอน ที่ได้รับความนิยมจากผู้บริโภคมากก็จะมาจากนอร์เวย์ เพียงแต่ที่ญี่ปุ่นนั้น เป็นตลาดใหญ่ที่นิยมบริโภคปลากันมาก คือปลาจากที่ไหนก็ตาม ก็จะเดินทางไปซื้อขายกันที่นั่น
       
       “ตามร้านอาหารที่บอกว่าอันนี้ปลาญี่ปุ่น ก็น่าจะหมายความว่าเป็นปลาที่ออกมาจากตลาดซื้อขายของญี่ปุ่น แต่ตัวปลานี่เขาก็จับมากจากหลากหลายที่นะ เพราะปลามันอยู่ในทะเลที่ไม่ได้มีพรมแดนเป็นประเทศ ส่วนพวกกุ้งนี่บอกได้เลยว่าก็มาจากบ้านเรานี่แหละ มีทั้งกุ้งจับและกุ้งเลี้ยงเลย”
       
       สำหรับปัญหาเรื่องของสารกัมมันตรังสีในอาหารนั้น ฟู้ด ซัปพลายเออร์ รายนี้ให้ความเห็นว่า
       
       “ไม่ต้องเป็นห่วงเลยนะครับ เพราะประเทศญี่ปุ่นนั้นมีมาตรฐานการส่งออกที่สูงมาก เห็นได้จากมาตรฐานการนำเข้าของนั้นมีมาตรฐานที่สูงมาก อย่างผมนี่ยังส่งของเข้าไปขายที่นั่นไม่ได้เลยเ พราะมาตรฐานของผมนั้นไม่ถึงเกณฑ์ที่เขาตั้งไว้”


       
       รสชาติอาหารญี่ปุ่นในไทย
       
       คนญี่ปุ่นที่เข้ามาอยู่ในเมืองไทยก็เยอะ การบริโภคอาหารญี่ปุ่นของคนญี่ปุ่นเองก็ต้องค้นหาร้านต้นตำรับที่ทำถูกปากคน ญี่ปุ่นเองด้วย ซึ่งถูกปากของคนญี่ปุ่นนั้นก็คือทั้งรสชาติอาหารและวัตถุดิบในการใช้ปรุง แต่งด้วย...
       
       คาซุกิ ยาโนะ นักแสดงชาวญี่ปุ่นซึ่งพำนักอยู่ในเมืองไทยมานานกว่า 20 ปี เล่าถึงอาหารญี่ปุ่นในประเทศไทยว่า หากเป็นร้านที่มีเจ้าของเป็นชาวญี่ปุ่น รสชาติและวัตถุดิบของอาหารก็มักเหมือนกับต้นตำรับ แต่หากมีเจ้าของเป็นคนไทยหรือสัญชาติอื่น บางครั้งรสชาติก็จะมีความแตกต่างกันอยู่บ้างเล็กน้อย ซึ่งตรงนี้น่าจะเป็นเพราะทางร้านอยากให้ผลิตอาหารที่มีรสชาติถูกปากลูกค้า มากที่สุด
       
       "เวลาเราเห็นมันก็เหมือนกันนะ แต่พอกินไปแล้ว อันนี้ไม่ใช่นี่ (หัวเราะ) อย่างเส้นบะหมี่ ผมคิดว่ามาจากประเทศจีนไม่ใช่ญี่ปุ่น เพราะถ้ามาจากญี่ปุ่นราคาแพงมาก หรืออย่างเพื่อนคนไทยของผม เวลาไปกินอาหารที่ญี่ปุ่น กลับมาเขาก็บอกเลยว่า ซาซิมิรสชาติของญี่ปุ่นไม่เหมือนกับที่ขายในกรุงเทพฯ ที่สำคัญแม้แต่เครื่องปรุงรส มันก็เหมือนกัน ทั้งเกลือ น้ำตาล ซอสก็ไม่เหมือนกัน
       
       "แต่ก็ต้องยอมรับว่า ทุกวันนี้อาหารญี่ปุ่นในเมืองไทย เริ่มมีการพัฒนามากขึ้น เพราะถ้าเราไปดูสัก 15 ปีที่แล้ว คนไทยก็กินวาซาบิไม่เป็น แต่ตอนนี้ทุกคนชอบวาซาบิ เพราะฉะนั้นความรู้สึกและรสชาติ ทุกอย่างมันเริ่มเปลี่ยนหมดเลย มันเริ่มคล้ายกันมากขึ้น ซึ่งสะท้อนว่าคนไทยเริ่มรู้จักวัฒนธรรมญี่ปุ่นแล้ว"
       
       อย่างไรก็ตาม ความแตกต่างที่เกิด ยาโนะก็บอกว่าไม่ถือเป็นปัญหา เพราะเอาเขาจริงๆ แล้วอาหารญี่ปุ่นเองก็แบ่งออกเป็นหลายประเภทเช่นกัน อย่างที่เขาชอบรับประทานมากที่สุด ก็คืออาหารสไตล์โอกินาวา ซึ่งรสชาติจะแตกต่างกับอาหารญี่ปุ่นแบบทั่วไป
       "ร้านอาหารแบบนี้ในเมืองไทยมีอยู่ร้านเดียว ผมไปกินบ่อยๆ จริงๆ ผมเองก็ไม่เคยไปโอกินาวาหรอกนะ แต่ก็ต้องไปกิน เพราะอร่อย แล้วรสชาติก็เหมือนกับญี่ปุ่นทั่วไป ซึ่งตรงนี้ผมคิดว่ามันเป็นเพราะวัฒนธรรมเองของโอกินาวาเองก็แตกต่างกับที่ อื่นๆ เหมือนกัน"


       
       คนไทยกินอาหารญี่ปุ่น
       
       เป็นที่ทราบกันดีว่าอาหารญี่ปุ่นในประเทศไทยนั้นราคาค่อนข้างสูงโดย เฉพาะของดีๆ แบบเน้นการนำเข้าล้วนๆ ฉะนั้นการเลือกรับประทานอาหารญี่ปุ่นจึงเป็นเรื่องของรสนิยมส่วนบุคคล พงษ์นรินทร์ มิ่งขวัญ หนุ่มไทยผู้ชอบลิ้มรสอาหารญี่ปุ่น เปิดเผยว่า
       
       “มันก็เหมือนกับบางคนเลือกดื่มน้ำเปล่า บางคนเลือกดื่มเหล้าครับ ผมคิดว่าอาหารญี่ปุ่นนั้นผ่านการปรุงแต่งมาน้อยมาก และรสชาติของมันก็ออกมาจากตัววัตถุดิบ อย่างเมนูซาซิมิ (ปลาดิบ) พวกเนื้อปลาแซลมอน ปลาทูน่า ปลากะพงแดง ฯลฯ ที่เอามาแร่เป็นชิ้นๆ สำหรับผมรสชาติมันสดถูกปาก อาจกินกับเครื่องเคียง เช่น วาซาบิ ขิงดอง ฯ หรือจิ้มโซยุ เพื่อเพิ่มรสชาติก็อร่อย อาหารญี่ปุ่นมีคอเลสเตอรอลต่ำ มีไอโอดีน มีแร่ธาตุสูงมาก มันบำรุงสุขภาพ คนญี่ปุ่นถึงอายุยืนไงครับ”
       
       จากข่าวการแพร่กระจายของสารกัมมันตรังสีในประเทศญี่ปุ่นนั้นไม่ได้ทำให้เขาหวาดกลัว และเลิกรับประทานอาหารญี่แต่อย่างใด
       
       “ผมมั่นใจความปลอดภัยในระดับหนึ่งนะ เพราะอย่างร้านที่ไปกินก็เป็นร้านอาหารญี่ปุ่นโดยเฉพาะ มีชื่อเสียง และรู้ว่าเขานำเข้าวัตถุดิบอย่างพวกปลาก็จากประเทศญี่ปุ่นด้วย ซึ่งมองว่าเขาน่าจะผ่านการตรวจสอบความปลอดภัยมาก่อนที่จะนำออกสู่ผู้บริโภค”
       
       ส่วนคออาหารญี่ปุ่นอีกหนึ่งคนอย่าง ศรีฟ้า สุริยะ ผู้หลงใหลอาหารญี่ปุ่นโดยได้รับอิทธิพลจากแฟนหนุ่มชื่นชอบอาหารญี่ปุ่นเป็น พิเศษ กล่าวว่าวัตถุดิบประกอบอาหารที่นำเข้าจากประเทศญี่ปุ่นเป็นสิ่งที่ผู้บริโภค ชาวไทยควรระวัง เพราะการตรวจของรัฐบาลไทยนั้นเป็นเพียงการสุ่มตรวจ
       
       “ชอบกินอาหารญี่ปุ่นนะ แต่ไม่ได้กินบ่อยเพราะอย่างหนึ่งคือราคาแพง และเราเป็นคนไทยมีอาหารประจำชาติให้เลือกมากมายอยู่แล้ว ยิ่งพอที่ญี่ปุ่นมีข่าวเรื่องสารกัมมันตรังสีรั่วกระจายเรายิ่งต้องเลือกกิน มากขึ้น อย่างถ้าตอนนี้จะกินอาหารญี่ปุ่นก็ต้องมองเรื่องว่าเขาใช้วัตถุดิบจากที่ไหน เพราะว่าส่วนใหญ่ก็เอาวัตถุดิบในไทยมาประยุกต์นะ เลยไม่ค่อยซีเรียสเรื่องนี้เท่าไหร่”
       
       >>>>>>>>>>
       ………
       
       เรื่อง : ทีมข่าว CLICK
       ภาพ : ทีมภาพ CLICK

ที่มา: Manager Online

試験 [shi-ken]

ความหมาย : ข้อสอบ