ทันข่าวญี่ปุ่น 25 มีนาคม 2554
Views : 2483
มีคนงาน 3 คนสัมผัสกับน้ำปนเปื้อนกัมมันตภาพรังสี
ขณะที่พยายามเดินสายไฟฟ้าในเตาปฏิกรณ์เครื่องหนึ่งที่ได้รับความเสียหาย
จนต้องส่งคนงานในจำนวนนี้ 2 คนเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลอย่างเร่งด่วน
เกิดความหวาดผวาภัยจากการแผ่กัมมันตภาพรังสีขึ้นอีกระลอกหนึ่งในญี่ปุ่นเมื่อ
วันศุกร์ (25) ภายหลังคนงานโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟูกูชิมะ ไดอิจิ
ได้รับบาดเจ็บถูกลวกจากน้ำปนเปื้อนรังสีระดับสูงมาก
ตอนที่กำลังทำงานเพื่อช่วยลดอุณหภูมิเตาปฏิกรณ์ที่ได้รับความเสียหายจากแผ่น
ดินไหวและคลื่นสึนามิ
ขณะที่รัฐบาลแดนอาทิตย์อุทัยก็สร้างความสับสนไม่ชัดเจนว่า
สั่งขยายเขตพื้นที่อพยพรอบๆ โรงงานหรือไม่
ทางด้านจีนตรวจพบชาวญี่ปุ่นที่เดินทางด้วยเครื่องบินโดยสาร
มีระดับรังสีสูงกว่าปกติ แต่ระบุว่าไม่ได้เป็นอันตรายต่อผู้ร่วมทางอื่นๆ
สำหรับจำนวนผู้เสียชีวิตจากภัยพิบัติคราวนี้อย่างเป็นทางการ ล่าสุดทะลุหลัก
10,000 คนแล้ว โดยที่ยังมีผู้สูญหายอีก 17,500 คน
ในการออกมาแถลงเรื่องวิกฤตนิวเคลียร์ต่อสาธารณชนเป็นครั้งแรกของเขา
ในรอบสัปดาห์นี้ นายกรัฐมนตรี นาโอโตะ คัง ระบุเมื่อวันศุกร์(25)ว่า
สถานการณ์ที่โรงไฟฟ้าฟูกูชิมะ ไดอิจิ
ซึ่งอยู่ห่างจากกรุงโตเกียวไปทางเหนือราว 250 กิโลเมตร
ไม่ได้กำลังเลวร้ายลง แต่ก็ “ไม่ได้อยู่ใกล้เคียงกับจุด”
ของการคลี่คลายปัญหา
คำพูดของเขาเป็นการสะท้อนให้เห็นอย่างดีถึงความหวาดหวั่นที่กลับพุ่ง
ทะยานขึ้นมาใหม่ในญี่ปุ่น
ภายหลังจากเกิดความสบายอกสบายใจขึ้นมากในช่วงหลายๆ วันที่ผ่านมา
เมื่อมีความคืบหน้าอย่างเชื่องช้าทว่าสม่ำเสมอในการเข้าควบคุมวิกฤต
นิวเคลียร์คราวนี้
ซึ่งปะทุขึ้นเนื่องจากเหตุแผ่นดินไหวและคลื่นยักษ์สึนามิครั้งร้ายแรงถล่ม
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือของญี่ปุ่นเมื่อ 2 สัปดาห์ก่อน
ตามคำแถลงของสำนักงานตำรวจแห่งชาติของญี่ปุ่น ณ เวลา 15.00 น.
(13.00 น.เวลาเมืองไทย)
สามารถยืนยันผู้เสียชีวิตจากภัยพิบัติคราวนี้ได้เพิ่มขึ้นเป็น 10,066 คน
และสูญหายอีก 17,443 คน แต่ทว่ากระทั่งตัวเลขเหล่านี้ก็ยังถูกบดบัง
จากความเป็นไปได้ของความหายนะที่อาจจะเกิดขึ้นจากภาวะหลอมละลายทาง
นิวเคลียร์ที่ฟูกูชิมะ
หลังจากมีรายงานข่าวในวันพฤหัสบดีว่า มีคนงาน 3
คนสัมผัสกับน้ำปนเปื้อนกัมมันตภาพรังสี
ขณะที่พยายามเดินสายไฟฟ้าในเตาปฏิกรณ์เครื่องหนึ่งที่ได้รับความเสียหาย
จนต้องส่งคนงานในจำนวนนี้ 2 คนเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลอย่างเร่งด่วน
ในเวลาต่อมาเจ้าหน้าที่ของบริษัทโตเกียว อิเล็กทริก พาวเวอร์ (เท็ปโก)
ซึ่งเป็นผู้ดำเนินการโรงไฟฟ้าแห่งนี้แจ้งว่า ผู้ได้รับบาดเจ็บทั้ง 2
สวมชุดป้องกันรังสีทว่าสวมรองเท้าที่ไม่เหมาะสม
อีกทั้งยังเพิกเฉยไม่สนใจการเตือนภัยจากอุปกรณ์วัดกัมมันตภาพรังสีของพวกเขา
เอง
เท็ปโกบอกว่า
คนงานเหล่านี้กำลังติดตั้งสายไฟฟ้าที่บริเวณชั้นล่างสุดของอาคารกังหันไอน้ำ
ของเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์หมายเลข 3
เมื่อตอนที่พวกเขาก้าวลงไปในน้ำซึ่งมีสารกัมมันตรังสีไอโอดีน, ซีเซียม,
และโคบอลต์ เกินกว่าระดับปกติถึง 10,000 เท่า
พวกเจ้าหน้าที่ของเท็ปโกยังไม่สามารถระบุได้ว่า
น้ำปนเปื้อนรังสีสูงมากเหล่านี้ได้รั่วไหลออกมาจากส่วนแกนกลางของเตาปฏิกรณ์
หลังจากที่หม้อความดันสูงที่หุ้มส่วนแกนกลางนี้เอาไว้ได้เกิดรอยแตกร้าวขึ้น
ใช่หรือไม่
หากเกิดรอยร้าวในเตาปฏิกรณ์จริงๆ
ย่อมหมายความว่าวิกฤตนิวเคลียร์คราวนี้จะกลับทรุดหนักลงอย่างสาหัสทีเดียว
หลังจากที่บังเกิดความคืบหน้าอย่างช้าๆ
ในการควบคุมการรั่วไหลของกัมมันตภาพรังสีได้ดีขึ้นเรื่อยๆ
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เตาปฏิกรณ์หมายเลข 3 นี้ เป็นเพียงเครื่องเดียวใน
6 เครื่องของโรงไฟฟ้าแห่งนี้
ที่ใช้เชื้อเพลิงที่มีส่วนผสมของแร่พลูโตเนียม
อันจะมีพิษภัยต่อสุขภาพของมนุษย์ยิ่งกว่าแร่ยูเรเนียมที่ใช้ในเตาปฏิกรณ์
เครื่องอื่นๆ
รัฐบาลระบุว่า จะต้องมีการสอบสวนอย่างละเอียดว่า ทำไมจู่ๆ ระดับรังสีสูงปริ๊ดเช่นนี้จึงเพิ่งปรากฏออกมาเป็นข่าวในตอนนี้
มีวิศวกรและคนงานกว่า 700
คนทั้งที่เป็นพนักงานของเท็ปโกและของบริษัทอื่นๆ
กำลังผลัดเปลี่ยนทำงานกันเป็นกะตลอด 24 ชั่วโมงเพื่อทำให้เตาปฏิกรณ์ทั้ง 6
เครื่องของโรงไฟฟ้านี้อยู่ในภาวะเสถียร แต่ภายหลังที่คนงาน 2
คนได้รับบาดเจ็บ ก็มีการสั่งถอนคนออกมาบางส่วน
“น้ำปนเปื้อนรังสีที่มีปริมาณรังสีสูง 10,000 เท่าเช่นนี้
จะพบได้ในน้ำที่ไหลเวียน (อยู่ภายในหม้อควบคุมความดัน)
จากเตาปฏิกรณ์ที่กำลังปฏิบัติงานอยู่ตามปกติ” ฮิเดฮิโกะ นิชิยามะ
โฆษกของสำนักงานความปลอดภัยด้านนิวเคลียร์ของญี่ปุ่นแถลง และระบุว่า
“มีความเป็นไปได้ที่จะเตาปฏิกรณ์จะเกิดความเสียหาย”
แต่ในเวลาต่อมานิชิยามะบอกกับผู้สื่อข่าวว่า
“มันอาจจะมาจากการปฏิบัติการระบายความดันก็ได้
และอาจจะมีน้ำบางส่วนรั่วไหลจากพวกท่อหรือจากพวกวาล์วต่างๆ ก็ได้
แต่ตอนนี้ยังไม่มีข้อมูลใดๆ ที่บ่งชี้ว่ามีรอยแตกร้าว”
“ผมไม่เชื่อว่าหม้อควบคุมความดันได้รับความเสียหายทางกายภาพ
อย่างเช่นเกิดการแตกร้าว
เรายังไม่ทราบชัดเจนว่าน้ำปนเปื้อนกัมมันตภาพรังสีนี้ออกมาจากไหน
-จากเตาปฏิกรณ์ หรือจากบ่อพักแท่งเชื้อเพลิงใช้แล้ว”
ขณะที่ ฮิเดโอะ โมริโมโตะ
ผู้อำนวยการคนหนึ่งของสำนักงานเพื่อทรัพยากรธรรมชาติและพลังงานของญี่ปุ่น
แถลงว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับเตาปฏิกรณ์เครื่องนี้ไม่น่าจะร้ายแรงอะไร
“ผมคิดว่าถ้าหากหม้อควบคุมความดันได้รับความเสียหายสาหัสร้ายแรงแล้ว
รังสีที่รั่วออกมาน่าจะสูงกว่านี้มาก” เขากล่าว
ตั้งแต่ที่เกิดวิกฤตนิวเคลียร์ครั้งนี้ขึ้นใหม่ๆ
ทางการญี่ปุ่นได้สั่งอพยพผู้คนที่อยู่รอบๆ โรงไฟฟ้าฟูกูชิมะ ไดอิจิ ในรัศมี
20 กิโลเมตร พร้อมกับให้ผู้ที่อยู่วงรอบรัศมีห่างจากโรงงานระหว่าง 20 - 30
กิโลเมตรอยู่แต่ภายในบ้านอย่าออกมากลางแจ้ง ทว่าเมื่อวานนี้ ยูกิโอะ
เอดาโนะ เลขาธิการคณะรัฐมนตรีและหัวหน้าโฆษกรัฐบาลได้สร้างความสับสน
เมื่อออกมาบอกว่า ประชาชนราว 130,000 คนที่อยู่รอบรัศมีวงนอก
ควรพิจารณาอพยพโยกย้ายออกมาด้วยความสมัครใจ ถึงแม้เขายืนยันว่า
การพูดเช่นนี้เนื่องจากพิจารณาถึงความยากลำบากในการนำเอาสิ่งของเครื่องใช้
ต่างๆ เข้าไปส่งให้พื้นที่ตรงนั้น และนี่ไม่ใช่คำสั่งให้อพยพแต่อย่างไร
ที่ผ่านมาเอดาโนะแถลงยืนยันเรื่อยมาว่า
ยังไม่มีความจำเป็นที่จะต้องขยายพื้นที่อพยพ
ถึงแม้เจ้าหน้าที่ผู้หนี่งในกระทรวงวิทยาศาสตร์ได้ออกมายืนยันว่า
ระดับรังสีประจำวันที่พบในพื้นที่ซึ่งอยู่ห่างจากโรงไฟฟ้า 30 กิโลเมตร
ได้พุ่งเกินขีดขั้นต่ำสุดที่มนุษย์ควรจะรับได้ภายในเวลา 1 ปีแล้ว
ไม่เพียงในแดนอาทิตย์อุทัย
พวกประเทศเพื่อนบ้านก็ประสบเรื่องหวั่นหวาดเกี่ยวกับกัมมันตภาพรังสีจาก
ญี่ปุ่นเช่นกัน โดยหน่วยงานเฝ้าระวังความปลอดภัยของทางการจีนแจ้งว่า
ในวันพุธ(23)ได้ตรวจพบนักเดินทางชาวญี่ปุ่น 2 คน
ที่ขึ้นเครื่องบินโดยสารจากกรุงโตเกียว มาลงที่เมืองอู่ซี มลฑลเจ้อเจียง
ทางภาคตะวันออกของแดนมังกร มีระดับรังสีสูงกว่าปกติ
จึงได้กักตัวไว้ในโรงพยาบาล แต่หลังจากตรวจสอบและ “ล้างการปนเปื้อน”
แล้วก็ได้ปล่อยตัวชาวญี่ปุ่นทั้ง 2
โดยที่ระดับรังสีที่พบก็ยังไม่ได้เป็นอันตรายต่อเพื่อนร่วมทางคนอื่นๆ
นอกจากนั้น หน่วยงานเฝ้าระวังของจีนระบุด้วยว่า
ยังตรวจพบรังสีบนเรือสินค้าญี่ปุ่นลำหนึ่งซึ่งจอดเทียบท่าที่เมืองเซียะเห
มิน ทางภาคตะวันออกเฉียงใต้ของจีน ตั้งแต่วันจันทร์(21)ที่ผ่านมา
โดยจนกระทั่งถึงเมื่อวานนี้ เรือดังกล่าวก็ยังจอดอยู่ที่นั่น
และทางการจะดำเนิน “มาตรการ” อย่างอื่นๆ ต่อไป
แต่ไม่ได้ให้รายละเอียดมากกว่านี้
อนึ่ง เมื่อวานนี้
จีนยังได้สั่งห้ามนำเข้าผลิตภัณฑ์นมและผลิตภัณฑ์สัตว์, ผักและผลไม้จาก 5
จังหวัดของญี่ปุ่นที่อยู่รอบๆ โรงไฟฟ้าฟูกูชิมะ ไดอิจิ
ทางด้านไต้หวันและเกาหลีใต้ ก็ออกคำสั่งห้ามทำนองเดียวกัน
ที่มา: Manager Online
ความหมาย : คิดถึง