เจ้าหน้าที่ตรวจสแกนหาสารกัมมันรังสีที่อาจติดตัวมากับผู้อพยพจากพื้นที่ใกล้โรงไฟฟ้าฟูกูชิมะ![]()
ขณะที่หลายประเทศทั่วโลกกำลังวิตกกังวลเรื่องการปนเปื้อนของสาร
กัมมันตรังสี ที่แพร่กระจายจากโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟูกูชิมะ
จนมีการสั่งห้ามการนำเข้า และเร่งตจรวจสอบสินค้าจากญี่ปุ่นอย่าง
เข้มงวด หลังจากตรวจพบวัตถุนิวเคลียร์ในอาหารและน้ำในหลายพื้นที่ของญี่ปุ่น
ผู้เชี่ยวชาญจากหลายฝ่ายจึงออกมาอธิบายถึงอันตรายต่อมนุษย์
และอาการจากการรับสารรังสีเหล่านั้นไว้ดังนี้
| ไอโอดีน 131 ผักใบเขียวหลายชนิดในญี่ปุ่นถูกตรวจพบสารรังสีไอโอดีน 131 ปริมาณ 22,000 เบคเคอเรลต่อกิโลกรัม (หน่วยวัดกัมมันตภาพรังสี) ซึ่งเป็นจำนวนที่เกินกว่าข้อกำหนดของสหภาพยุโรปถึง 11 เท่า การรับประทานผักที่ปนเปื้อนเหล่านั้น 1 กิโลกรัม จะทำให้ร่างกายรับกัมมันตภาพรังสีเข้าไปถึงครึ่งหนึ่งของปริมาณ ที่คนทั่วไปได้รับจากสิ่งแวดล้อมตามธรรมชาติเป็นระยะเวลา 1 ปี และหากรับประทานผักในปริมาณดังกล่าวติดต่อกันเป็นเวลา 45 วัน จะทำให้ร่างกายสะสมสารรังสีเข้าไป 50 มิลลิซีเวิร์ต (ปริมาณรังสีที่ร่างกายของมนุษย์รับเข้าไป) ซึ่งเป็นขีดสูงสุดของการรับรังสีในแต่ละปีสำหรับคนงานโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ การรับรังสีไอโอดีน 131 จำนวน 100 มิลลิซีเวิร์ตต่อปี จะเพิ่มความเสี่ยงของโรคมะเร็ง ซึ่งเทียบเท่ากับการเข้าเครื่องฉายซีทีสแกนเต็มตัว 3 ครั้ง หากสูดหรือกลืนเข้าไป จะมีโอกาสเป็นมะเร็งต่อมไทรอยด์มากขึ้น ขณะที่เด็ก ทารกในครรภ์ และวัยรุ่นมีความเสี่ยงสูงสุด ความเสี่ยงดังกล่าวอาจลดลงได้ด้วยการกินยาเม็ดโพแทสเซียมไอโอดีน ซึ่งจะช่วยป้องกันการดูดซึมสารรังสีไอโอดีนเข้าไปในร่างกาย อย่างไรก็ตาม ไอโอดีน 131 แตกตัวได้ค่อนข้างเร็ว และมีครึ่งชีวิตทุกๆ 8 วัน ซึ่งหมายถึงว่าอันตรายจากสารรังสีนี้จะหมดไปได้ในเวลา 80 วัน |
||||
นอกจากสารรังสีไอโอดีน 131 แล้ว ผักหลายชนิดในญี่ปุ่นก็ยังถูกพบว่ามีการปนเปื้อนของสารรังสีซีเซียมในปริมาณ 14,000 เบคเคอเรลต่อกิโลกรัม ซึ่งเกินขีดจำกัดตามข้อกำหนดของอียูมากกว่า 11 เท่า การบริโภคผัก ซึ่งปนเปื้อนสารดัวกล่าวนี้ 1 กิโลกรัมทุกวันเป็นเวลา 1 เดือนจะทำให้รับรังสีสะสมเทียบเท่ากับการเข้าเครื่องฉายซีทีสแกนแบบเต็มตัว 1 ครั้ง หรือมีปริมาณการรับรังสี 20 มิลลิซีเวิร์ต การสัมผัสกับสารรังสีซีเซียมภายนอกเป็นจำนวนมากอาจทำให้ผิวหนังไหม้ มีอาการเจ็บป่วยจากรังสีเฉียบพลัน และเสียชีวิตได้ ทั้งยังเพิ่มความเสี่ยงโรคมะเร็ง การกินหรือสูดซีเซียมเข้าไปนั้นจะทำให้สารรังสีกระจายตัวใน เนื้อเยื่ออ่อน เช่น เนื้อเยื่อกล้ามเนื้อ และเพิ่มโอกาสเป็นโรคมะเร็ง โดยยังอาจเป็นสาเหตุให้เกิดอาการชักกระตุก การหดตัวของกล้ามเนื้อเรียบ และเป็นหมันได้ การป้องกันการรับสารรังสีซีเซียมนั้นไม่สามารถทำได้เหมือนรังสี ไอโอดีน และสารรังสีนี้ก็ยังน่าเป็นห่วงมากกว่า เนื่องจากมีความทนทาน และใช้เวลานานในการแตกตัว สารซีเซียม 137 นั้นมีครึ่งชีวิตถึง 30 ปี ซึ่งหมายความว่า ต้องใช้เวลานานกว่าในการลดปริมาณกัมมันตภาพรังสีลงทีละครึ่งหนึ่ง หรือาจต้องใช้เวลาอย่างน้อย 240 ปีกว่าที่จะการปนเปื้อนในระดับนี้จะสลายไปจนหมด ส่วนสารซีเซียม 134 นั้นมีครึ่งชีวิต 2 ปี ซึ่งหมายถึงต้องใช้เวลาประมาณ 20 ปีจึงจะไม่เป็นอันตราย |
||||
ทั้งนี้ ตามข้อมูลที่ได้จากคณะกรรมการพลังงานปรมาณูไต้หวัน สมาคมนิวเคลียร์โลก สำนักงานป้องกันสิ่งแวดล้อมสหรัฐฯ กระทรวงสาธารณสุขของญี่ปุ่น ศูนย์ความปลอดภัยด้านอาหารของฮ่องกง |
ที่มา: Manager Online
ความหมาย : ร่ม