ต่างชาติ-ไทย ผวารังสี - สึนามิ - สงคราม!!! 'ไทย' เสียบ ดูดเงินนักท่องเที่ยว

ต่างชาติ-ไทย ผวารังสี - สึนามิ - สงคราม!!! 'ไทย' เสียบ ดูดเงินนักท่องเที่ยว

ทันข่าวญี่ปุ่น 23 มีนาคม 2554

Views : 2873


     - คนไทยนับแสนขยาดทัวร์ต่างประเทศ
       - จีน-เกาหลี-อเมริกา-ยุโรป เบนเข็มสู่เมืองไทย
       - ททท. ระเบิดแคมเปญ ไทยรับทรัพย์อู้ฟู่
       - “โอกาสทอง” ใน “วิกฤต” ที่ต้องตั้งรับกระแสให้ทัน
       
       วินาทีแรกหลังจากการเกิด “สึนามิ” ในประเทศญี่ปุ่น วิกฤตที่เกิดขึ้นถูกมองถึงผลกระทบด้านต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นตาม ยิ่งมีการแพร่กระจายของสารกัมมันตภาพรังสีจากการระเบิดของโรงงานไฟฟ้า นิวเคลียร์ ธุรกิจท่องเที่ยวคือหนึ่งในภาคส่วนสำคัญที่ถูกจับตามองมากที่สุด
       
       ผลกระทบทางด้านการท่องเที่ยวถูกจุดเป็นกระแสวิกฤตทันที ไม่ว่าจะเป็น
       
       คนญี่ปุ่นยกเลิกการเดินทางไปต่างประเทศ
       
       คนไทยแห่คืนทัวร์ญี่ปุ่น 100% ช่วงเดือนเมษายน-พฤษภาคม
       
       การท่องเที่ยวชายทะเลกำลังตกที่นั่งลำบาก นักเที่ยวกลัวสึนามิ
       
       ประเมินตัวเลขท่องเที่ยวไทยเสียหายหนักกว่าสองหมื่นล้าน และอื่นๆ อีกมากมาย
       
       แต่ภายในภาวะวิกฤตที่เกิดขึ้น กำลังจะกลายเป็นโอกาสมหาศาลให้กับการท่องเที่ยวไทย ขึ้นอยู่กับว่าหน่วยงานต่างๆ มีแผนในการรองรับกับกระแสที่จะเกิดขึ้นได้มากน้อยเพียงไร
       
       เนื่องจากเมื่อคนไทยยกเลิกการทัวร์ประเทศญี่ปุ่นและขยาดที่จะเดินทาง ไปประเทศอื่นๆ ก็จะแสวงหาสถานที่ในเมืองไทยเพื่อท่องเที่ยวแทน รวมถึงบรรดานักท่องเที่ยวต่างประเทศที่มีแผนจะเดินทางไปประเทศญี่ปุ่น หรือประเทศในแถบนั้นอย่างเกาหลี จีน จะเบนเข็มมาปักหลักท่องเที่ยวในประเทศไทยแทน
       
       โอกาสใหม่เที่ยวไทย
       
       จากจำนวนนักท่องเที่ยวชาวไทยที่ชะลอการเดินไปประเทศญี่ปุ่นกว่าแสน รายในช่วงระยะเวลา เมษายน-พฤษภาคม ถูกมองจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ว่าเป็นโอกาสใหม่ของการท่องเที่ยวเมืองไทย ที่จะสร้างเม็ดเงินจากนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้ ด้วยการโหมโปรโมตกิจกรรมท่องเที่ยวในช่วงสงกรานต์ขึ้นมา
       
       “เราทุ่มงบประมาณกว่า 4 ล้านบาท เพื่อทำการตลาดและโปรโมตการท่องเที่ยวในประเทศในช่วงสงกรานต์ เมษายน-พฤษภาคม เพื่อดึงนักท่องเที่ยวที่ชะลอการเดินทางไปญี่ปุ่นกว่า 1 แสนคน ให้หันกลับมาเที่ยวไทยในช่วงงานสงกรานต์ โดยตั้งเป้าเบื้องต้นว่าจะมีนักท่องเที่ยวกลับมาประมาณ 15% ซึ่งจะมีรายได้จากนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้ประมาณกว่า 500-600 ล้านบาท ภายในช่วงระยะเวลาดังกล่าว” ธวัชชัย อรัญญิก รองผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ด้านตลาดในประเทศ เปิดเผย
       
       เช่นเดียวกับ วิวัฒน์ชัย บุญยภักดิ์ ผู้อำนวยการฝ่ายกิจกรรม การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เชื่อว่า คนไทยที่เคยวางจุดหมายไปเที่ยวต่างประเทศแถบเอเชียตะวันออกเช่น ญี่ปุ่น เกาหลี จะเปลี่ยนแผนหันมาเที่ยวไทยมากขึ้นในช่วงหยุดสุดสัปดาห์ ทำให้มีนักท่องเที่ยวไทยเพิ่มขึ้น 20%
       
       ทั้งนี้ ททท.ได้จัดกิจกรรมงาน “เย็นทั่วหล้า มหาสงกรานต์” ขึ้นทั่วประเทศใน 13 พื้นที่หลัก รวม 50 กิจกรรม ได้แก่ 1.เทศกาล “เย็นทั่วหล้า มหาสงกรานต์ ปี 2554” ที่กรุงเทพฯ 2.ประเพณีสงกรานต์กรุงเก่า จังหวัดพระนครศรีอยุธยา 3.งานประเพณีอัศจรรย์วันสงกรานต์ จังหวัดสุพรรณบุรี 4.ประเพณีสงกรานต์ จังหวัดชลบุรี 5.งานประเพณีสงกรานต์พระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ 6.งานประเพณีสะรีปี๋ใหม่เมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ 7.งานประเพณีสงกรานต์ประจำปี จังหวัดสุโขทัย 8.สงกรานต์นครพนม-รื่นรมย์บุญปีใหม่ ไทย-ลาว
       
       9.งานประเพณีสุดยอดสงกรานต์อีสานเทศกาลดอกคูน-เสียงแคน และถนนข้าวเหนียว 10.งานสงกรานต์อีสานหนองคาย 11.งานหาดใหญ่มิดไนต์สงกรานต์ 12.Songkran on The Beach and Phuket Bike Week 2011 13.งานเทศกาลมหาสงกรานต์แห่นางดานเมืองนคร จังหวัดนครศรีธรรมราช
       
       กิจกรรมดังกล่าวจะมีการประชาสัมพันธ์ภายใต้งบประมาณ 4 ล้านบาท โดยจะทำตลาดด้วยการดึงโรงแรมที่มีห้องพักว่างมาลงในเฟซบุ๊กส่วนกลาง ททท. เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้รับทราบข้อมูลที่พักตามความต้องการ
       
       ธวัชชัย รองผู้ว่าการ ททท.ด้านตลาดในประเทศ คาดหมายว่า ในช่วงสงกรานต์นี้ ภาพรวมทั้งประเทศน่าจะมีเม็ดเงินสะพัดประมาณ 5,000 ล้านบาท โดยเป้าหมายอัตราเข้าพักเฉลี่ยทั้งประเทศอยู่ที่ 70% เพิ่มขึ้น 15%
       
       “ผมเชื่อว่า จังหวัดที่จะมีการท่องเที่ยวมากที่สุดอันดับแรก คือ เชียงใหม่และเชียงราย หลังจากที่เคยซบเซามาในปีที่ผ่านมาเนื่องจากปัญหาทางการเมือง รองลงมาคือ พัทยา ภาคใต้ และปราณบุรี”
       
       โอกาสทองประเทศไทย
       
       กรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า ในระยะสั้นการท่องเที่ยวไทยยังได้รับปัจจัยหนุนจากปัญหาแผ่นดินไหวและสึนามิ ในญี่ปุ่น เนื่องจากมีนักท่องเที่ยวในภูมิภาคจำนวนมากยกเลิกการเดินทางไปท่องเที่ยวใน ญี่ปุ่นและมาเที่ยวในไทย ทำให้ยอดการจองโรงแรมตามสถานที่ท่องเที่ยวทั่วประเทศเพิ่มขึ้น ทดแทนนักท่องเที่ยวญี่ปุ่นที่ลดลง
       
       เช่นเดียวกับ สมบัติ คุรุพันธ์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า จากเหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งใหญ่และสึนามิในประเทศญี่ปุ่น อาจจะส่งผลด้านบวกต่อการท่องเที่ยวของไทย เนื่องจากนักท่องเที่ยวจะเปลี่ยนเป้าหมายการเดินทางจากญี่ปุ่นมายังแหล่ง ท่องเที่ยวในประเทศใกล้เคียงมากขึ้น เช่น ไทย
       
       อีกทั้งช่วงนี้ถือเป็นไฮซีซันของการท่องเที่ยวไทย เพราะใกล้ช่วงเทศกาลสงกรานต์ จึงคาดว่าจะมีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าไทยเพิ่มสูงขึ้นค่อน ข้างมาก ทำให้เชื่อว่ายอดนักท่องเที่ยวในช่วงครึ่งปีแรกนี้น่าจะสูงกว่าช่วงเดียวกัน ของปี 2553 เล็กน้อย เพราะเท่าที่ดูจากไตรมาส 1/54 พบว่ายอดนักท่องเที่ยวสูงขึ้นทั้งในแง่ของปริมาณ มูลค่าการเข้ามาจับจ่ายใช้สอย
       
       ทั้งนี้ เหตุแผ่นดินไหวและสึนามิในญี่ปุ่นอาจส่งผลให้จำนวนนักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่น เดินทางเข้ามาในประเทศไทยลดลง 2-3% แต่กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬามีแผนจะทำกิจกรรมด้านการตลาดร่วมกับบริษัท ทัวร์รายใหญ่ของญี่ปุ่น เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวในไทยให้มากขึ้น โดยชูจุดขายด้านวัฒนธรรมและประเพณีอันดีงาม ความน่าอยู่ของประเทศไทย ตลอดจนแหล่งท่องเที่ยวที่หลากหลาย และไม่มีปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม
       
       ดึงนักท่องเที่ยวจีนแทนญี่ปุ่น
       
       ขณะที่ ศิษฎิวัชร ชีวรัตนพร นายกสมาคมผู้ประกอบการท่องเที่ยวสัมพันธ์ไทย-จีน กล่าวว่า ทางภาคอุตสาหกรรมท่องเที่ยวทั้งหมดควรเร่งปรึกษาหารือเพื่อทำการตลาดในตลาด สำรองอย่าง ตลาดอินเดีย เกาหลี จีน อินโดนีเซีย ซึ่งเป็นประเทศที่สามารถท่องเที่ยวในระยะใกล้ได้เช่นเดียวกับตลาดญี่ปุ่นมา ทดแทนอย่างเร่งด่วน เพื่อช่วยกระตุ้นการท่องเที่ยวของไทยในช่วงเดือนเมษายนถึงพฤษภาคม เป็นช่วงเวลาที่ชาวญี่ปุ่นนิยมเดินทางมาท่องเที่ยวเมืองไทย
       
       ศิษฎิวัชร ยังกล่าวถึงแนวโน้มของตลาดจีนในเวลานี้ว่า น่าจะสามารถช่วยกระตุ้นการท่องเที่ยวไทย เนื่องจากสภาพเศรษฐกิจของจีนมีอัตราการเติบโตที่ดีอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งในปีที่ผ่านมามีนักท่องเที่ยวจีนเดินทางมายังประเทศไทยจำนวน 1.1 ล้านคน ซึ่งเป็นอัตราการเติบโตที่เพิ่มขึ้น ขณะที่ในปีนี้ตั้งเป้าอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้น 30% โดยคาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวจีนเดินทางมาประเทศไทยประมาณ 1.5 แสนล้านคน
       
       “ตลาดจีนสามารถช่วยทดแทนตลาดญี่ปุ่นที่หดหายไปในเดือนเมษายนและ พฤษภาคมได้เป็นอย่างดี เพราะยอดจองการเดินทางท่องเที่ยวของคนจีนมายังประเทศไทยขณะนี้มีมากกว่า 50% แล้ว ซึ่งคาดว่าหลังจากนี้น่าจะมียอดจองที่เพิ่มขึ้นอีกอย่างแน่นอน โดยเฉพาะการจองเที่ยวบินแบบเช่าเหมาลำหรือชาร์เตอร์ไฟลต์ ที่มีการจองไปยังจังหวัดภูเก็ตมากที่สุด รองลงมาคือ เชียงใหม่ สมุย กรุงเทพฯ และพัทยา นอกจากนี้ยังมีตลาดอินโดนีเซีย และไต้หวัน ที่สามารถช่วยกระตุ้นการท่องเที่ยวให้กับประเทศไทยได้อีกทางหนึ่งด้วย”
       
       สำหรับแผนกระตุ้นเพื่อดึงนักท่องเที่ยวจีนในอนาคต ศิษฎิวัชร กล่าวว่า จะต้องทำการเพิ่มเที่ยวบินให้เพิ่มมากขึ้นกว่าเดิม เพื่อเป็นการเปิดช่องทางให้นักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามายังประเทศไทยได้สะดวก มากยิ่งขึ้น พร้อมทั้งการเดินหน้าประชาสัมพันธ์เพื่อนำเสนอสถานที่ท่องเที่ยวใหม่ๆ ทั้งทางธรรมชาติ ทางด้านกีฬากอล์ฟ และการนำเสนอทัวร์คุณภาพระดับ 5 ดาว ตลอดจนการจัดกิจกรรม สัมมนา แก่นักท่องเที่ยวจีนให้มากยิ่งขึ้นจากเดิม
       
       โอกาสทองตลาดลองสเตย์
       
       กระนั้นก็ยังมีเอกชนอีกกลุ่มที่ยังเชื่อว่า ตลาดญี่ปุ่นก็ยังเป็นตลาดที่น่าสนใจ ผลพวงมาจากการระเบิดของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ และการแพร่กระจายของกัมมันตรังสี ที่เกิดขึ้นในประเทศญี่ปุ่น ทำให้ชาวญี่ปุ่นที่พอมีกำลังทรัพย์ อาจคิดอพยพลี้ภัยออกต่างประเทศ
       
       “ขณะนี้มี 3 ประเทศที่ชาวญี่ปุ่นคิดที่จะเดินทางมาพักอาศัย คือ ไทย เกาหลี และ ไต้หวัน ซึ่งไทยอาจมีโอกาสสูงสุดที่ชาวญี่ปุ่นจะเลือก เพราะมีค่าครองชีพต่ำสุดเมื่อเทียบกับอีก 2 ประเทศ สามารถอยู่ได้เป็นเดือนเมื่อเทียบค่าใช้จ่ายที่เท่ากัน” เอนก ศรีชีวะชาติ นายกสมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยวไทยญี่ปุ่น ออกมาเปิดเผย
       
       เขากล่าวต่อว่า จากโอกาสดังกล่าวทำให้สมาคมฯ เตรียมหารือร่วมกับสมาชิกกว่า 40 ราย เพื่อปรับกลยุทธ์การทำตลาดประเทศญี่ปุ่น โดยจะเน้นทำแพกเกจทัวร์ท่องเที่ยวพำนักระยะยาว (ลองสเตย์) รองรับนักท่องเที่ยวญี่ปุ่น
       
       จากการประเมินสถานการณ์คาดว่าจะมีคนญี่ปุ่นหลายเมือง เช่น เซ็นได หลายแสนคนอพยพออกจากเมือง เพื่อรอดูสถานการณ์การรั่วไหลของสารกัมมันตรังสี เชื่อว่ากลุ่มดังกล่าวจะเดินทางออกนอกประเทศ โดยไทยจะเป็นทางเลือกในอันดับต้นๆ เพราะแหล่งท่องเที่ยวคุ้มค่าเงิน
       
       “แม้คนญี่ปุ่นจะประสบเหตุภัยพิบัติสึนามิและการรั่วไหลของสาร กัมมันตรังสี แต่ส่วนหนึ่งยังมีกำลังซื้อ เพราะรัฐบาลญี่ปุ่นได้จ่ายค่าเลี้ยงดูประชาชนอย่างกลุ่มเกษียณอายุเฉลี่ย 7 หมื่น-1 แสนบาท/คน” เอนก กล่าว
       
       ทั้งนี้ นักท่องเที่ยวอินบาวด์ที่เดินทางจากประเทศญี่ปุ่น ขณะนี้เริ่มทยอยยกเลิกการเดินทางไปแล้วจนถึงเดือนพฤษภาคมประมาณ 20-30% ทำให้บริษัททัวร์สูญเสียรายได้กว่า 1.5 พันล้านบาท หรือเฉลี่ยวันละ 20 ล้านบาท และมีการยกเลิกเที่ยวบินเช่าเหมาลำหรือชาร์เตอร์ไฟลต์จำนวน 2 เที่ยวบินจากเมืองเซ็นได ขณะที่นักทองเที่ยวเอาต์บาวด์ หรือคนไทยที่จะเดินทางไปประเทศญี่ปุ่นก็ยกเลิกการเดินทางด้วยเช่นกัน คาดว่าจะทำให้บริษัททัวร์สูญเสียรายได้ 25 ล้านบาท
       
       อย่างไรก็ตาม ทางบริษัททัวร์ต่างๆ ได้จัดทำทัวร์เส้นทางใหม่ทดแทน โดยคนไทยที่จะเดินทางไปประเทศญี่ปุ่นสามารถเปลี่ยนเส้นทางท่องเที่ยวได้ เช่นไปเที่ยวประเทศฮ่องกง หรือไต้หวันแทน เป็นต้น ซึ่งทางบริษัทยินดีที่จะคืนค่าใช้จ่ายครึ่งหนึ่งให้กับผู้เดินทาง แต่ในเวลานี้ทางสมาคมฯ ยังไม่สามารถใช้แผนใดๆ ในการกระตุ้นหรือดึงนักท่องเที่ยวญี่ปุ่นให้เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในไทย ได้ เนื่องจากความสูญเสียที่เกิดขึ้นมีเป็นจำนวนมาก และส่งผลกระทบต่อด้านจิตใจของคนญี่ปุ่นเป็นวงกว้าง
       
       ทัวร์ - โรงแรม ระบุ
       เชียงใหม่ - พัทยา ยอดกระฉูด
       
       ด้านความเคลื่อนไหวของเอกชน ล่าสุด ประสิทธิ สิงห์ดำรง นายกสมาคมผู้ประกอบธุรกิจถนนข้าวสาร เปิดเผยว่า สงกรานต์นี้ได้รับผลกระทบจากนักท่องเที่ยวญี่ปุ่น ซึ่งปรกติมีสัดส่วนราว 10% จะไม่เดินทางมาในช่วงนี้ ทำให้อัตราเข้าพักเฉลี่ยจะลดลง 5-10% เหลือประมาณ 80% คาดว่าปัจจัยหลักนอกจากญี่ปุ่นที่งดเดินทางแล้ว ยังเป็นเพราะนักท่องเที่ยวต่างชาติตลาดหลักอย่างยุโรปนิยมเดินทางไปต่าง จังหวัด อาทิ เชียงใหม่ เชียงราย ภูเก็ต กระบี่ สมุย มากกว่า
       
       การจัดงานสงกรานต์ถนนข้าวสารปีนี้ 4 วัน เริ่มตั้งแต่วันที่ 12-15 เมษายน ทั้งนี้ หลังจากผ่านเหตุการณ์ความไม่สงบบนถนนราชดำเนินเมื่อปีที่แล้ว ผู้ประกอบการต่างๆ เริ่มฟื้นฟูธุรกิจระหว่างปีที่ผ่านมา ทำให้ย่านข้าวสารมีห้องพักใหม่เพิ่มไม่ต่ำกว่า 20%
       
       ส่วน สราวุฒิ แซ่เตี๋ยว นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่ ให้สัมภาษณ์ว่า คาดว่าสงกรานต์ปีนี้มีนักท่องเที่ยวเพิ่มราว 10% ตลาดที่เพิ่มขึ้นคือ คนไทยและเอเชียจากจีนและเกาหลี ขณะที่ตลาดต่างชาติที่ยังได้รับผลกระทบคืออเมริกา ที่ปรกติมาเป็นอันดับหนึ่ง แต่ยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่จากภาวะเศรษฐกิจ เช่นเดียวกับตลาดอันดับ 2 อย่างญี่ปุ่น ที่ปรกติเดินทางเข้ามาเชียงใหม่ราว 1 แสนคนต่อปี จะชะลอการเดินทางช่วงสงกรานต์นี้แน่นอน
       
       ประกิจ ชินอมรพงษ์ นายกสมาคมโรงแรมไทย (ทีเอชเอ) เปิดเผยว่า ในช่วงสงกรานต์นี้จุดหมายที่ได้รับความนิยมสูงสุดคือ ภูเก็ต มีแนวโน้มอัตราเข้าพัก 80-85% ขึ้นไป เนื่องจากได้ชาร์เตอร์ไฟลต์นำนักท่องเที่ยวจากจีน ส่วนเชียงใหม่ยังมีลูกค้าคนไทยเป็นหลัก อัตราเข้าพักราว 70-75% แต่ในภาพรวมทั้งประเทศคาดว่าทุกพื้นที่ทั้งเชียงใหม่ พัทยา จะมีอัตราเข้าพักดีขึ้น 15-20% เทียบกับเมษายนปีที่แล้วซึ่งเกิดเหตุไม่สงบในกรุงเทพฯ
       
       สำหรับอัตราเข้าพักเฉลี่ยเดือนมีนาคม เฉลี่ยทั้งประเทศ 65-70% ส่วนโรงแรมในกรุงเทพฯ อัตราเข้าพักราว 75-80% ซึ่งลดลงกว่าเดือนมกราคม กุมภาพันธ์ เนื่องจากเริ่มเข้าสู่ช่วงปลายไฮซีซัน แต่เดือนเมษายน-พฤษภาคม มีโอกาสกระตุ้นคนไทยเที่ยวในประเทศเพิ่ม หลังจากที่ส่วนหนึ่งไม่สามารถเดินทางไปญี่ปุ่นได้ และเลือกไปจุดหมายอื่น เช่น จีน เกาหลี แทน
       
       เปิด 10 แหล่งท่องเที่ยวแปลกใหม่เอเชีย
       
       จากสถานการณ์ผวา กัมมันตภาพรังสีและสึนามิที่เกิดขึ้นในประเทศญี่ปุ่น ส่งผลให้บรรดาขาเที่ยวทั้งหลายต้องแสวงหาพื้นที่ใหม่เพื่อจะได้ท่องเที่ยว แห่งใหม่ ทาง “อโกด้า” บริษัทผู้ให้บริการเว็บไซต์สำรองห้องพักในโรงแรมแบบออนไลน์ยอดนิยม ได้ทำการคัดเลือกแหล่งสถานที่ท่องเที่ยวยอดแปลกใหม่ที่กำลังได้รับความนิยม ในเอเชียประจำปี 2554 มา 10 แห่ง ครอบคลุมลักษณะภูมิประเทศ บรรยากาศ วัฒนธรรมที่หลากหลาย และประสบการณ์ท่องเที่ยวครบทุกรสชาติ ไม่ว่าจะเป็น สนุกสนาน โรแมนติก ผจญภัย ผ่อนคลาย เงียบสงบ ให้ความรู้เชิงประวัติศาสตร์ และอื่นๆ อีกมากมาย
       
       จุดหมายปลายทางบางแห่งเป็น เมืองที่คึกคัก บางแห่งเป็นเกาะซึ่งอยู่ห่างไกล แต่ทุกแห่งล้วนมีเอกลักษณ์และวัฒนธรรมเฉพาะตัวที่ทำให้นักท่องเที่ยวอยาก กลับมาเยือนอีกครั้ง
        
       
       สำหรับ 10 สถานที่ท่องเที่ยวแปลกใหม่แห่งปี 2554 ประกอบด้วย
       1.เกาะฟู้ก๊วก ประเทศเวียดนาม เกาะ ฟู้ก๊วกเป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุดของเวียดนาม มีภูมิประเทศเป็นเทือกเขาอยู่ท่ามกลางป่าเขตร้อน ในเดือนกรกฎาคม 2553 อุทยานแห่งชาติฟู้ก๊วกได้กลายเป็นส่วนหนึ่งในเขตสงวนชีวมณฑลโลกขององค์การยู เนสโก เนื่องจากความอุดมสมบูรณ์ของพรรณไม้และระบบนิเวศทางทะเลอันหลากหลาย
       
       2.ทาคายามา ประเทศญี่ปุ่น ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของโตเกียว ในบริเวณเทือกเขาของจังหวัดกิฟุ สถานที่แห่งนี้มักเรียกกันในชื่อฮิดะทาคายามา เป็นเมืองประวัติศาสตร์ซึ่งตั้งอยู่บนพื้นที่สูงของเทือกเขา มีอากาศสดชื่นและท้องฟ้าแจ่มใส
       
       3.สุรากาตาร์ (โซโล) ประเทศอินโดนีเซีย ตั้งอยู่ในเกาะชวาตอนกลาง 60 กิโลเมตรจากยอร์กยากาตาร์ เป็นที่รู้จักมากกว่าในชื่อโซโล (Solo) เป็นที่อยู่อาศัยของประชากร 800,000 คน ที่แม้จะไม่ถึงขนาดเป็นขุมทรัพย์แห่งการท่องเที่ยว แต่โซโล ก็เป็นเมืองที่มีความรุ่งเรืองทางวัฒนธรรม นักท่องเที่ยวมีโอกาสมากมายในการได้ศึกษาประวัติศาสตร์และประเพณีของชวา อย่างละเอียด ศิลปะการทำผ้าบาติกหยั่งรากลึกในวัฒนธรรมโซโล จนถึงกับมีการจัดเทศกาลผ้าบาติก (Solo Batik Carnival) ขณะที่นอกเมืองก็มี Prambanan สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของฮินดูที่ได้รับการขึ้นทะเบียนโดยยูเนสโก
       
       4.เกาะหลีเป๊ะ ประเทศไทย เกาะหลีเป๊ะเป็นเกาะเล็กๆ แห่งทะเลอันดามัน ในอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะตะรุเตา จ.สตูล 5.บาเกียว ประเทศฟิลิปปินส์ ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของมะนิลา เมืองหลวงของฟิลิปปินส์ ระยะทาง 730 กิโลเมตร เป็นเมืองแห่งป่าสนภูเขาที่มีอากาศเย็นสบาย มหาวิทยาลัย เหมืองแร่ นาขั้นบันได และถนนที่คดเคี้ยวตัดผ่านทิวเขา
       
       6.นูวารา เอลิยา ประเทศศรีลังกา อยู่ บริเวณตอนกลางของศรีลังกา สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 1,900 เมตร ถือเป็นเมืองบนเขาสไตล์โคโลเนียลในอดีต ตั้งอยู่ใจกลางศรีลังกา ประเทศแห่งชา ห่างจากเมืองแคนดี 40 กิโลเมตร และจากเมืองหลวงโคลัมโบ 180 กิโลเมตร ทางรถยนต์
       
       7.เชจู ประเทศเกาหลีใต้ เกาะ เชจูอยู่ในคาบสมุทรเกาหลี ตอนใต้ของประเทศเกาหลีและทางฝั่งตะวันตกของญี่ปุ่น เป็นเกาะภูเขาไฟที่มีภูมิอากาศแบบกึ่งเขตร้อน ป่าดิบ ถ้ำลาวา น้ำตก ทะเลสาบปล่องภูเขาไฟแห่งเดียวของประเทศ และภูเขาฮัลลา (Halla) ที่สูงที่สุดในเกาหลี
       
       8.จันทบุรี ประเทศไทย ตั้ง อยู่ริมอ่าวไทย มีพรมแดนติดกับกัมพูชา และติดกับจังหวัดระยองและตราด เป็นจังหวัดที่มีความหลากหลายทางภูมิประเทศและมีสินแร่ที่อุดมสมบูรณ์ พร้อมด้วยสวนผลไม้ น้ำตก ภูเขาและถ้ำหินปูน ป่าดิบชื้น และชายหาดเป็นแนวยาว นอกเหนือจากสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติแล้ว ยังมีตลาดและร้านจำหน่ายอัญมณี วัด เจดีย์ และสถานที่ทางประวัติศาสตร์และทางศาสนาอีกหลายแห่งเป็นแหล่งดึงดูดนักท่อง เที่ยว
       
       9.กวนตัน ประเทศมาเลเซีย ตั้งอยู่บนชายฝั่งตะวันออกของคาบสมุทรมาเลเซีย ประมาณ 200 กิโลเมตร ทางตะวันออกเฉียงเหนือของกัวลาลัมเปอร์ ชายหาดของกวนตัน มัสยิดประจำเมืองกวนตัน มาเลเซียเป็นสถานที่พักผ่อนที่วิเศษสำหรับนักท่องเที่ยวในประเทศ ด้วยหน้าผาและหาดทรายขาวอันเงียบสงบ ในตัวเมืองมีประชากรประมาณ 600,000 คน และยังคงมีบรรยากาศแบบเมืองชนบทเล็กๆ
       
       10.จูไห่ ประเทศจีน ตั้งอยู่ในพื้นที่สามเหลี่ยมปากแม่น้ำเพิร์ล พรมแดนทางทิศใต้ติดกับมาเก๊า เป็นเมืองริมทะเลที่สะอาดและสวยงาม ด้วยทางเดินเลียบริมน้ำที่น่าดึงดูดใจ ชายหาด เกาะ และทิวทัศน์ยามเย็นที่น่าตื่นตาตื่นใจ
       
       แหล่งเที่ยวทะเลไทยมั่นใจยอดนักเที่ยว
       
       ภูเก็ต พัทยา กระบี่ ยืนยันนักท่องเที่ยวยังเดินหน้าสู่แหล่งท่องเที่ยวทางทะเล พร้อมมั่นอกมั่นใจผลกระทบจะกลายเป็นโอกาสที่นักท่องเที่ยวจะหลั่งไหลเข้ามา ท่องเที่ยวอย่างแน่นอน
       
       สมบูรณ์ จิรายุส นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า ผลกระทบจากสึนามิของญี่ปุ่นเชื่อว่าไม่มีผลกระทบต่อนักท่องเที่ยวต่างชาติ เนื่องจากเขามองว่าเป็นเหตุการณ์ธรรมชาติ นอกจากนี้จังหวัดภูเก็ตมีการซักซ้อมในเรื่องสึนามิเป็นอย่างดีจึงมั่นใจได้
       
       ส่วนคนไทยนั้นก็อาจจะกระทบกับ คนบางกลุ่ม แต่คนที่มีข้อมูลเพียงพออยู่แล้วเขาจะรู้ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นกับญี่ปุ่นไม่มี ผลกระทบต่อภูเก็ต นอกจากนี้ การที่ไทยเคยเกิดเหตุการณ์แบบนี้มาก่อนไทยรู้จักที่จะตั้งรับ และการมีหอกระจายข่าวเตือนภัยก็เป็นเครื่องมือที่ช่วยเหลืออย่างหนึ่ง
       
       สำหรับปริมาณนักท่องเที่ยวไทย ที่เข้ามาในภูเก็ตช่วงนี้มีประมาณ 10-15% เนื่องจากเป็นช่วงไฮซีซั่นทำให้หาที่พักได้ยาก แต่หลังจากเดือนเมษายนไปแล้วจะเป็นช่วงที่นักท่องเที่ยวไทยเข้ามามากคาดว่า จะมีตัวเลขอยู่ที่ 20-25%
       
       อย่างไรก็ตาม นักท่องเที่ยวหากต้องการมาเที่ยวทะเลเขาต้องมาที่อ่าวไทยหรืออันดามันอยู่ แล้ว ดังนั้น คนที่กลัวไม่ว่าจะทำโปรโมชั่นยังไงเขาก็ไม่มา แม้แต่จะให้ฟรีก็ตาม ส่วนคนที่มาเขาอาจจะไม่กลัวกับเหตุการณ์หรือเขามั่นใจในเครื่องเตือนภัยก็ เป็นได้ ดังนั้น โปรโมชั่นที่สมาคมฯจะทำเป็นโปรโมชั่นที่กระตุ้นตลาดจะไม่ใช่โปรโมชั่นที่ออก มาเพื่อดึงคนที่กลัวสึนามิให้เข้ามาพัก
       
       อิทธิฤทธิ์ กิ่งเล็ก นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดกระบี่ กล่าวว่า จากการที่มีนักวิชาการหรือหมอดูออกมาทำนายว่าประเทศไทยจะเกิดสึนามินั้น ข่าวแบบนี้มีผลต่อการตัดสินใจมาท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวทั้งสิ้นซึ่งให้ ภาพทางลบ แต่ก็ให้ภาพทางบวกในแง่ของการเป็นการเตือนให้นักท่องเที่ยวรู้จักการ ระมัดระวังตัวในการเดินทาง รวมทั้งผู้ประกอบการเองก็ต้องระวังตัว
       
       “จริงๆ แล้วการออกข่าวแบนี้ก็เท่ากับเป็นการเตือนภัยอย่างหนึ่ง ซึ่งผู้ประกอบการเขาก็มีเครื่องมืออุปกรณ์ที่คอยเตือนภัยไว้แล้ว ซึ่งจะเตือนภัยก่อนที่จะเกิดคลื่นสึนามิได้ล่วงหน้าเป็นชั่วโมง และผู้ประกอบการก็มีการซักซ้อมในเรื่องนี้ตลอดเวลา มีป้ายแนะนำบอกว่าจะหนีไปยัง”
       
       ทั้งนี้ ในช่วงหน้าไฮซีซั่นนี้จะมีนักท่องเที่ยวซึ่งเป็นชาวสแกนดิเนเวียเข้ามาพัก 70-80% เนื่องจากต่างชาติไม่ค่อยกลัวเรื่องภัยพิบัติ และมองว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องธรรมชาติ ส่วนคนไทยจะมาพักช่วงโลว์ซี่ชั่นหรือหลังสงกรานต์หรือช่วงเดือนพฤษภาคมถึง ตุลาคมประมาณ 10-20% ซึ่งช่วงหน้าไฮซีซั่นจำนวนผู้เข้าพักโรงแรมอยู่ที่ 70-90% จากจำนวนทั้งหมด 15,000 ห้อง
       
       อย่างไรก็ตาม หากปริมาณนักท่องเที่ยวไทยช่วงโลว์ซีซั่นมีปริมาณลดลงจากปัญหาสึนามินั้น สมาคมฯก็ไม่มองหาการทำตลาดใหม่ๆ ไว้แล้ว โดยตลาดที่จะเข้าไปจับคือตลาดกลุ่มนักท่องเที่ยวมาเลย์และสิงคโปร์ ซึ่งจะทำตลาดผ่านงานท่องเที่ยวของเขา ที่ผ่านมาก็มีการทำตลาดนี้อย่างต่อเนื่องอยู่แล้ว
       
       อิทธิพล คุณปลื้ม นายกเมืองพัทยา กล่าวว่า การเกิดสึนามิที่ญี่ปุ่นไม่ได้ส่งผลกระทบต่อไทย แต่ยังส่งผลด้านดีด้วยซ้ำ เพียงแต่กระทบในเรื่องคนญี่ปุ่นไม่มาเที่ยวเมืองไทยเท่านั้นเอง ส่วนคนญี่ปุ่นที่พอจะมีเงินเขาก็ยังบินออกนอกประเทศอยู่ดี
       
       ส่วนการคาดการณ์ว่าจะเกิดสึนา มิในไทยนั้น พัทยาเป็นเมืองชายทะเลที่อยู่ด้านอ่าวไทยซึ่งไม่มีผลกระทบอย่างแน่นอน ถ้าจะมีก็จะเป็นฝั่นอันดามันมากกว่า สำหรับคนไทยที่ต้องการเที่ยวพัทยาก็ยังมีอยู่เรื่อยๆ เห็นได้จากที่ผ่านมาการจัดกิจกรรมของพัทยาก็ได้รับการตอบรับอย่างดี อย่าง พัทยามิวสิคเฟสติวัล ปัจจุบันนักท่องเที่ยวชาวไทยมีสัดส่วน 40% ต่างชาติ 60% ในช่วงไฮซีซั่น ส่วนช่วงโลว์ซีซั่นจะอยู่ที่สัดส่วน 50 ต่อ 50
       
       “เรามั่นใจว่าพัทยาปลอดภัย 99% เพราะถ้าดูตามแนวธรณีวิทยาแล้วพัทยาไม่มีโอกาสที่จะเกิดเหตุการณ์สึนามิ แต่เราไม่อยากบอกว่าเรามั่นใจ 100% แต่เราก็มีการเตรียมพร้อมสำหรับการรับมือกับสึนามิ”
       
       อย่าง การมีหอกระจายข่าว หอเฝ้าระวัง หอตรวจการเมืองพัทยา พัทยาเป็นท้องถิ่นไม่กี่แห่งที่มีหน่วยกู้ภัยทางทะเลถึง 4 แห่ง และมีอุปกรณ์กู้ภัยต่างๆ พร้อม แต่สิ่งที่ยังไม่ได้ทำคือการซักซ้อมในการหนีภัยหรืออพยบเท่านั้นเอง
       
       สำหรับการทำโปรโมชั่นนั้นขณะ นี้ไม่มีการทำเพราะเป็นช่วงไฮซีซั่นจะทำอีกทีก็ช่วงโลซีซั่น หรือเดือนมิถุนายนถึงสิงหาคมจะมีการจัดงานพัทยาแกรนด์เซล ซึ่งปีที่ผ่านมาได้รับการตอบรับจากนักท่องเที่ยวจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นการซื้อ 1 แถม 1 หรือลด 50% ทั้งห้างสรรพสินค้าและโรงแรม ปีนี้ก็อาจจะปรับเป็นซึ้อ 2แถม 2 ก็ได้ เนื่องจากการลดเป็นเปอร์เซ็นต์ไม่ตอบรับกับความต้องการของกลุ่มเป้าหมาย
       
       นานาทัศนะ “สึนามิ” กับการท่องเที่ยวไทย
       
       ปิยะมาน เตชะไพบูลย์ ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ปัญหาที่ว่าจะเกิดสึนามิในประเทศไทยนั้น ไม่อยากให้ทุกคนต้องตื่นตระหนก ไม่อยากให้กลัวไปเอง แม้ว่าฝั่งอันนามันจะอยู่ตรงรอยเลื่อนก็ตาม แต่คิดว่าไม่น่าจะสร้างปัญหาให้คนไม่อยากไปเที่ยว
       
       สำหรับความต้องการเดินทาง เที่ยวภายในประเทศนั้น เท่าที่ดูจากการจัดงานไทยเที่ยวไทยก็ยังมีคนจองไปท่องเที่ยวกันอยู่มาก และคนก็ยังจองไปเที่ยวทะเลภาคใต้เหมือนเดิม
       
       อดุลชัย รักดำ นายกสมาคมผู้ประกอบการนำเที่ยวไทย (ATTO) กล่าวว่า เหตุการณ์สึนามิยังเป็นเหตุการณ์ที่อยู่ในใจคนไทยมาตลอด เมื่อเกิดเหตุการณ์ที่ญี่ปุ่นก็ย่อมส่งผลกับคนไทยเช่นกัน ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมาการจองเพื่อไปท่องเที่ยวในจังหวัดภาคใต้กับบริษัทนำเที่ยวตอนนี้ สงบมาก ไม่มีการขยับเลยโดยเฉพาะจังหวัดกระบี่
       
       ทั้งนี้ สาเหตุที่ไม่ค่อยมีการจองอาจเป็นเพราะสงกรานต์เป็นวันครอบครัว และส่วนใหญ่นักท่องเที่ยวปัจจุบันนิยมเดินทางไปด้วยตัวเองมากกว่า ดังนั้น จังหวัดที่เขาจะไปจะเป็นจังหวัดที่อยู่ไม่ไกล และสามารถขับรถไปเองได้ เช่น เที่ยว 2 วัน 1 คืน 3 วัน 1 คืน ทำให้การใช้บริการของบริษัททัวร์ลดลง
       
       นอกจากนี้ เหตุการณ์สึนามิทำให้เขาระมัดระวังตัวมากขึ้น เพราะถ้าไปเที่ยวเขาจะไปกับครอบครัว เขาจึงต้องคิดอย่างละเอียดถี่ถ้วนก่อนจะเดินทาง
       
       ที่สำคัญการท่องเที่ยวแห่ง ประเทศไทยปีนี้ก็มีการหันมาส่งเสริมเส้นทางท่องเที่ยวในภาคอีสานโดยเริ่ม โครงการเดือนเมษายนถึงกันยายน และมีการส่งเสริมเส้นทางการท่องเที่ยวภาคเหนือ โดยเริ่มโครงการเดือนพฤษภาคมถึงตุลาคม ซึ่งเป็นช่วงกรีนซีซันพอดี
       
       สำหรับการส่งเสริมการตลาดของ ภาคใต้ก็มีการทำอย่างต่อเนื่อง แต่ปัญหาเรื่องสึนามิก็ยังฝังใจนักท่องเที่ยวเช่นกัน ดังนั้น ก่อนจะเดินทางไปไหน นักท่องเที่ยวจะศึกษาข้อมูลและคิดไตร่ตรองมากขึ้น
       
       เจริญ วังอนานนท์ นายกสมาคมไทยบริการท่องเที่ยว (TTAA) กล่าวว่า ขณะนี้นักท่องเที่ยวที่มีแผนจะเดินทางไปญี่ปุ่นได้ยกเลิกการเดินทางหมดแล้ว 100% คาดว่านักท่องเที่ยวจะกลับมาอีกครั้งเมื่อกลับสู่ภาวะปรกติแล้ว โดยนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้ถ้าเขาไม่ยกเลิกการเดินทางเขาก็ขอเปลี่ยนเส้นทาง แทน ซึ่งเส้นทางที่เลือกไปแทนก็มีทุกเส้นทาง ไม่ว่าจะเป็นจีน เกาหลี ยุโรป รัสเซีย หรืออเมริกา
       
       ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับนักท่องเที่ยวว่าต้องการเปลี่ยนไปเส้นทางใด แต่เชื่อว่าปริมาณที่แต่ละเส้นทางรองรับก็มิได้มีมาก อย่างเกาหลี การเดินทางปรกติอยู่ที่ 85% แล้วเส้นทางนี้ก็พร้อมจะรองรับนักท่องเที่ยวที่เปลี่ยนเส้นทางอีกแค่ 10 กว่าเปอร์เซ็นต์เท่านั้นเอง อย่างไรก็ดี ค่าใช้จ่ายในการเดินทางในเส้นทางใหม่ๆ อาจจะสูงกว่าเดินทางไปญี่ปุ่นเล็กน้อย บางแห่งก็อาจจะต่ำกว่า
       
       โดยการจะเลือกเปลี่ยนเป็นเส้น ทางใดจะต้องดูงบประมาณและการขอวีซ่าด้วย แต่ส่วนใหญ่นักท่องเที่ยวที่สามารถเดินทางไปญี่ปุ่นได้ก็ไม่น่าจะติดปัญหา เรื่องการขอวีซ่าไปประเทศอื่นๆ ซึ่งคาดการณ์ว่าปีนี้เส้นทางท่องเที่ยวยุโรป และอเมริกาจะมีการเติบโตไม่ต่ำกว่า 15% จากที่ 3 ปีที่ผ่านมาตกต่ำลง เนื่องจากปีนี้เศรษฐกิจของไทยเติบโตขึ้นและค่าเงินบาทที่แข็งตัว
       
       มัยรัตน์ พีระญาณ์โกเศส นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวภายในประเทศ กล่าวว่า ปัจจุบันนักท่องเที่ยวมีความเข้าใจและรู้จักการเตรียมตัวก่อนไปเที่ยวกันมาก ขึ้น ดังนั้น ถ้ามีข่าวสารอะไรเขาจะเช็กก่อนเดินทาง ถ้าเขามองว่าไปไม่ได้เขาก็จะหยุดการเดินทาง ถ้าไปได้ก็ไปต่อ
       
       “การจะยกเลิกการเดินทางมีต่ำ มาก เพราะเวลาเขาซื้อห้องพักไม่ได้มีการระบุวันที่จะไป ไปเมื่อไหร่ก็ได้ ถ้าเขาเห็นช่วงนี้ไม่ปลอดภัยเขาก็จะไม่ไป”
       
       สำหรับการทำโปรโมชั่นในช่วงนี้ ต้องบอกว่าไม่อยากเห็นการเทกระจาดสินค้าไทย ถ้าทุกคนเทกระจาดกันหมดจะทำให้การท่องเที่ยวไทยเสีย แต่อยากให้ขายสินค้าตามจริง อย่างไรก็ดี เชื่อว่าฤดูร้อนนี้คนยังนิยมท่องเที่ยวทะเลอย่างแน่นอน ส่วนปัญหาเรื่องสึนามิที่จะเกิดขึ้นกับจังหวัดชายทะเลต้องบอกว่าเป็นเรื่อง ธรรมชาติ ซึ่งนักท่องเที่ยวปัจจุบันเขาจะตรวจสภาพอากาศก่อนการเดินทางอยู่แล้ว


ที่มา: Manager Online

やくざ [Yakuza]

ความหมาย : ยากูซ่า (มาเฟียญี่ปุ่น)