“ ยูกาตะ” นั้นถือเป็น ชุดกิโมโนสำหรับฤดูร้อน (japanese summer kimono ) โดยคำว่า “ ยูกาตะ (yukata)” นั้น มาจากคำว่า “yu” ที่แปลว่าการอาบน้ำ และคำว่า “katabira” ซึ่งแปลว่าเสื้อผ้าที่ใส่ไว้ข้างใน (โดยจะเป็นผ้าที่มีเนื้อผ้าเบาบาง และนิยมใส่ชั้นเดียว)
ประวัติของชุดยูกาตะนั้น เริ่มมาตั้งแต่เมื่อหลายพันปีที่แล้ว โดยเริ่มต้นจากพวกราชสำนักชั้นสูง จะนิยมใส่ชุดนี้กันแบบหลวม ๆ หลังจากอาบน้ำเสร็จ จากนั้นการแต่งกายด้วยเสื้อผ้าลักษณะนี้ จึงแพร่หลายไปยังพวกนักรบต่าง ๆ และในเวลาต่อมา เมื่อการอาบน้ำในที่สาธารณะของชาวญี่ปุ่นเป็นที่นิยมกันมากขึ้น การแต่งกายด้วยชุดแบบนี้ จึงแพร่หลายไปยังคนธรรมดาทั่วไปด้วย
ในปัจจุบันนี้ ชุดยูกาตะได้รับความนิยมกันอย่างแพร่หลายทั้งผู้ชายและผู้หญิง โดยมักจะสวมใส่กันในหลาย ๆ โอกาส เช่น งานเทศกาลดอกไม้ไฟ ( hanabi matsuri ) , เทศกาลรำวง (obon ) , ใส่อยู่กับบ้านในช่วงกลางคืนของฤดูร้อน , ใส่ในสถานที่อาบน้ำสาธารณะ รวมไปถึงการใส่ชุดนี้เมื่อเข้าพักตามโรงแรมต่าง ๆ ในประเทศญี่ปุ่นด้วย
ตามธรรมเนียมดั้งเดิมนั้น ชุดยูกาตะจะทำมาจากผ้าฝ้ายสีน้ำเงิน แต่ในปัจจุบันนี้ ชุดยูกาตะได้ถูกออกแบบให้มีความหลากหลายมากขึ้นทั้งสีและลวดลาย ชุดยูกาตะจะใช้คู่กับอุปกรณ์ต่าง ๆ ได้แก่ สายคาดเอว (obi) , เชือกรัดเอว (koshi-himo) , ถุงเท้าแบบญี่ปุ่น (tabi) , รองเท้าไม้แบบญี่ปุ่น (geta)
แล้วยูกาตะต่างจากกิโมโนยังไง?
กิโมโน เป็นชุดประจำชาติของญี่ปุ่น จะหนาประมาณ 6-7 ชั้น คือจะหนามาก ใส่ยาก และใส่ในงานพิธีเท่านั้น ชุดหนึ่งมีราคาแพง
ส่วนยูกาตะ มี2-3ชั้น เอาไว้ใส่ในเทศกาลต่างๆในฤดูร้อน หรือใส่หลังอาบน้ำ ใส่ง่ายกว่ากิโมโนไม่ยุ่งยากค่ะ
ที่มา: http://www.jeducation.com/center/activity/yukata2006/index.htm
ความหมาย : เด็ก