'ธาริต' ยันช่างภาพญี่ปุ่นเสียชีวิตจากอาก้า
ทันข่าวญี่ปุ่น
1 มีนาคม 2554
Views : 3252
นาย
ธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีดีเอสไอ พร้อมด้วยพล.ต.ท.อัมพร จารุจินดา
อดีตผู้บัญชาการสำนักงานนิติวิทยาศาสตร์ตำรวจและที่ปรึกษาดีเอสไอ
ร่วมแถลงข่าว
“ธาริต” ควงอดีต ผบช.นิติวิทยาศาตร์ แถลงยันช่างภาพญี่ปุ่นเสีย
ชีวิตจากกระสุนปืนอาก้า
รวมถึงผลตรวจสอบอาวุธที่ทหารใช้ไม่ได้ใช้กระสุนดังกล่าวในการสลายการชุมนุม
ระบุได้ชี้แจงอุปทูตญี่ปุ่นและให้ดูเอกสารทางคดีแล้ว
ขณะที่ผลการชันสูตรของแพทย์บาดแผลของผู้ตายมีความชัดเจนมากกว่ารายอื่น
วันนี้ (28 ก.พ.) เมื่อเวลา 10.30 น.ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ นายธาริต
เพ็งดิษฐ์ อธิบดีดีเอสไอ พร้อมด้วย พล.ต.ท.อัมพร จารุจินดา
อดีตผู้บัญชาการสำนักงานนิติวิทยาศาสตร์ตำรวจและที่ปรึกษาดีเอสไอ
ร่วมแถลงข่าวเกี่ยวกับการเสียชีวิตของนายฮิโรยูกิ มูราโมโต้
ช่างภาพชาวญี่ปุ่น สำนักข่าวรอยเตอร์
นายธาริตกล่าวว่า
ยอมรับว่ามีผลการตรวจสอบกระสุนเกี่ยวกับการเสียชีวิตของช่างภาพชาวญี่ปุ่น
เพิ่มเติมตามที่ปรากฏเป็นข่าว แต่ขอยืนยันว่าดีเอสไอทำงานตามข้อเท็จจริง
อะไรเปิดเผยได้ก็เปิดเผย อย่างไรก็ตาม
สาเหตุที่ส่งเรื่องให้กองบัญชาการตำรวจนครบาล
เนื่องจากมีพยานบุคคลที่เป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ไปร่วมชุมนุมกับกลุ่มเสื้อ
แดง และอยู่ใกล้ชิดกับนายมูราโมโต้ ได้ระบุว่า เห็นช่างภาพชาวญี่ปุ่นถูกยิง
แต่ไม่รู้ว่ากระสุนมาจากทิศทางใด แต่เชื่อว่ายิงมาจากแนวทหาร
เมื่อพยานบุคคลมีเพียงปากเดียวได้ระบุว่าเป็นการกระทำของเจ้าหน้าที่รัฐ
ดีเอสไอจึงส่งเรื่องให้กองบัญชาการตำรวจนครบาลตรวจสอบ ทั้งนี้
ผลการสอบสวนดีเอสไอมีความชัดเจนว่าเป็นกระสุนลักษณะปืนเอเค 47 หรืออาก้า
โดยทางฝ่ายทหารไม่ได้นำมาใช้ในการปฏิบัติการ ส่วนจะมีหรือไม่ตนไม่ทราบ
แต่จากการสอบสวนตั้งแต่ต้นอาวุธดังกล่าวไม่ได้นำมาใช้ในปฏิบัติการสลายการ
ชุมนุม
เมื่อถามว่าจากกรณีดังกล่าวทางสถานทูตญี่ปุ่นเชื่อว่าเป็นการกระทำ
ของเจ้าหน้าที่รัฐ ดีเอสไอจะชี้แจงอย่างไร นายธาริตกล่าวว่า
กรณีของการเสียชีวิตช่างภาพชาวญี่ปุ่นนั้น
ทางอุปทูตญี่ปุ่นได้สอบถามความคืบหน้ามายังดีเอสไอ
และตนได้ชี้แจงรวมทั้งได้ให้ดูเอกสารหลักฐานทางคดี
ไม่ใช่พูดด้วยวาจาเท่านั้น
เชื่อว่าด้วยการเปิดเผยแบบตรงไปตรงมาของดีเอสไอจะช่วยให้ทางเจ้าหน้าที่สถาน
ทูตญี่ปุ่นเข้าใจ
ด้าน พล.ต.ท.อัมพรกล่าวว่า
ตนได้ตรวจสอบจากรายงานผลการชันสูตรของแพทย์ในทุกๆ ด้านแล้ว
คดีใดที่สามารถยืนยันว่าควรจะโดนยิงด้วยอาวุธชนิดใด
ทั้งนี้ยังมีอีกหลายอย่างที่ไม่สามารถยืนยันได้
สำหรับกรณีการเสียชีวิตของนายมูราโมโตนั้น
มีความชัดเจนมากกว่ารายอื่นเนื่องจากมีบาดแผลขนาด 7.62 มิลลิเมตร
ซึ่งตรงกับแผลในส่วนอื่นๆ ของร่างกาย นอกจากนี้
ไม่มีเศษตะกั่วของกระสุนภายในร่างกาย (LEAD SNOW STORM)
จึงอาจสรุปได้ว่าเป็นการยิงจากกระสุนปืน 3 ชนิด ได้แก่ ปืนเอเค 47
หรืออาก้า ปืนเซกาเซ่ และปืน 05 นาโต้ อย่างไรก็ตาม
อาวุธดังกล่าวมีใช้ในภูมิภาคเอเชียของเราเท่านั้น
เมื่อถามว่าผู้ที่เสียชีวิตรายอื่นๆ
มีผลการชันสูตรเป็นแบบเดียวกันกับช่างภาพญี่ปุ่นหรือไม่
พล.ต.ต.อัมพรกล่าวว่า
ตนไม่สามารถตอบได้และไม่สามารถระบุได้ว่าถูกยิงจากอาวุธปืนชนิดใด
ทราบเพียงว่ามีบาดแผลเล็กกว่าบาดแผลของช่างภาพชาวญี่ปุ่นเท่านั้น