หลังจากที่เชนโรงแรมแพน แปซิฟิค ได้ถูกขายให้กับชาติอื่นไปแล้ว เชนโรงแรมญี่ปุ่นใน
ไทยก็ไม่มีให้เห็นอีก แต่ด้วยบริการที่นอบน้อมในแบบของญี่ปุ่น
เชื่อได้เลยว่าจะต้องมีเชนใหม่ๆ
ของญี่ปุ่นถูกดึงเข้ามาเปิดตัวในไทยอย่างแน่นอน
และก็เป็นจริงดั่งคาด เมื่อเร็วๆ นี้ บริษัท ทีซีซี โฮเทลส์ กรุ๊ป
จำกัด ซึ่งเป็นธุรกิจขาหนึ่งของเสี่ยเจริญ สิริวัฒนภักดี แห่งเบียร์ช้าง
ได้เช่าพื้นที่ของบริษัท ยูนิเวนเจอร์ จำกัด (มหาชน)
ซึ่งสร้างโครงการสำนักงานระดับไฮเอนด์ใจกลางเมืองชื่อ “ปาร์คเวนเชอร์-ดิ
อีโพเพล็กซ์ ออน วิทยุ” อยู่หัวมุมถนนวิทยุ-เพลินจิต ตั้งแต่ชั้น 23-34
เพื่อสร้างโรงแรมหรูระดับ 5 ดาว ขนาด 242 ห้อง พร้อมกับดึงเชน “ดิ โอกูระ
เพรสทีจ แบงค็อก” (The Okura Prestige Bangkok) เข้ามาบริหาร ซึ่ง ทีซีซี
โฮเทลส์ ทุ่มงบในการลงทุนไม่ต่ำกว่า 3,000 ล้านบาท
โดยเชน “ดิ โอกูระ เพรสทีจ” ถือเป็นเชนญี่ปุ่นอันดับหนึ่ง
และรับบริหารโรงแรมในต่างประเทศถึง 10 แห่ง ได้แก่ เนเธอร์แลนด์ เกาหลี
ฮาวาย ฯลฯ การเปิด “ดิ โอกูระ เพรสทีจ” ในไทย
ถือเป็นการเปิดตัวครั้งแรกหลังจากได้รีแบรนด์โรงแรมภายในเครือโอกูระทั้งหมด
ไปเมื่อไม่นานนี้
การเข้ามาของเชน “ดิ โอกูระ เพรสทีจ”
เนื่องจากเห็นทิศทางที่ดีของจำนวนนักท่องเที่ยวจากญี่ปุ่นที่มาเยือน
ประเทศไทย ทั้งที่เดินทางมาเพื่อธุรกิจและพักผ่อน
รวมถึงชุมชนชาวญี่ปุ่นที่พำนักอาศัยและทำงานอยู่ในกรุงเทพฯ
ที่รวมตัวกันอย่างเหนียวแน่น ถือเป็นปัจจัยบวกสำคัญที่สนับสนุนให้เชน “ดิ
โอกูระ เพรสทีจ” กล้าที่จะตัดสินใจเข้ามาลงทุน
และด้วยมาตรฐานบริการชั้นเยี่ยมในระดับสากล
ทำให้เชื่อมั่นว่าโรงแรมแห่งใหม่นี้จะไม่เพียงแค่ได้รับความสนใจเฉพาะใน
กลุ่มลูกค้าชาวญี่ปุ่น หากแต่ยังรวมไปถึงลูกค้าชาวไทยและลูกค้าชาติอื่นๆ
ที่ชื่นชอบและคุ้นเคยกับการบริการชั้นเลิศอีกด้วย
“ดิ โอกูระ เพรสทีจ” ไม่ได้มุ่งจับแต่ลูกค้าญี่ปุ่นเพียงอย่างเดียว
แต่จับลูกค้ายุโรป 35% ญี่ปุ่น 35% เอเชีย 30% ด้วย ทำให้การบุกเข้าไทยของ
“ดิ โอกูระ เพรสทีจ”
ไม่ใช่ปัญหาใหญ่หากขาดแคลนนักท่องเที่ยวญี่ปุ่นเข้ามาเหมือนที่ผ่านมา
ส่วนปัญหาเรื่องการเมืองของไทยนั้น “โตชิฮิโร โอจิตะ” ประธานกรรมการ
บริษัท โฮเทล โอกูระ จำกัด
มองว่าไม่น่าจะยืดเยื้อเพราะเป็นแค่เหตุการณ์ระยะสั้น
แม้ปัจจุบันนักท่องเที่ยวญี่ปุ่นจะยังไม่ค่อยเข้ามาในไทยมากนักแต่ก็ไม่ใช่
ปัญหา เพราะโรงแรมมีความชำนาญและสนิทสนมกับกลุ่มนักธุรกิจอยู่แล้ว
ซึ่งลูกค้ากลุ่มนี้คือกลุ่มใหญ่ของโรงแรม
นอกจากนี้ ส่วน F&B น่าจะสร้างรายได้ให้กับโรงแรมอย่างมาก
เพราะคนไทยนิยมทานอาหารญี่ปุ่น โดยห้องอาหาร “Yamazato” จะเน้นความสดใหม่
และคุณภาพอันเป็นเลิศตามสไตล์ “Japanese Kaiseki”
โดยโรงแรมจะพร้อมเปิดดำเนินการในเดือนมีนาคม 2555
ตั้งเป้าการเข้าพักเฉลี่ยช่วงปีแรกของการเปิดดำเนินการโรงแรมนี้ไว้ไม่น้อย
กว่า 60% และจะค่อยๆ ปรับเพิ่มขึ้นตามลำดับในปีต่อๆ ไป
โดยจะจับกลุ่มภาคธุรกิจการจัดประชุมและสัมมนาเป็นสัดส่วนไม่ต่ำกว่า 40%
ของธุรกิจทั้งหมด
สิ่งที่ทำให้ “ดิ โอกูระ เพรสทีจ” สามารถแข่งขันกับโรงแรมอื่นๆ
ในย่านเพลินจิต และหลังสวนได้
คือเอกลักษณ์เฉพาะโดดเด่นด้วยมนต์เสน่ห์ของเอเชียในมาตรฐานการบริการระดับ
โลก นอกจากนี้ การบริการที่นอบน้อมของญี่ปุ่นและบริการที่นุ่มนวลของไทย
เชื่อว่าจะเป็นจุดดึงลูกค้าให้หันมาใช้บริการ “ดิ โอกูระ เพรสทีจ”
ได้อย่างแน่นอน
ที่มา: Manager Online
ความหมาย : อร่อย