เทคโนโลยี ญี่ปุ่น 9 กุมภาพันธ์ 2554
Views : 7770
“โตโยต้า” ได้รับชัยชนะครั้งใหญ่ในวันอังคาร(8)
เมื่อหน่วยงานรัฐบาลอเมริกันแถลงผลการสอบสวนที่ยืนยันว่า
ระบบควบคุมลิ้นปิดเปิดอิเล็กทรอนิกส์ของรถซึ่งผลิตโดยบริษัทยักษ์ใหญ่
สัญชาติญี่ปุ่นรายนี้
ไม่ได้มีข้อบกพร่องที่เป็นสาเหตุของปัญหาอันทำให้เกิดอุบัติเหตุจนมีผู้เสีย
ชีวิตไปหลายสิบราย อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์ต่างชี้ว่า
โตโยต้ายังจะต้องใช้ความพยายามอีกยาวนานกว่าที่จะกอบกู้ชื่อเสียงของตนกลับ
คืนมาได้
นักวิเคราะห์เหล่านี้กล่าวเตือนว่า
ถึงแม้ทางสำนักงานบริหารความปลอดภัยการสัญจรบนทางหลวงแห่งชาติของสหรัฐฯ
(NHTSA) ได้เผยแพร่ผลการสอบสวนซึ่งถือเป็นผลดีต่อโตโยต้าดังกล่าว
แต่บริษัทผู้ผลิตรถยนต์ใหญ่อันดับหนึ่งของโลกรายนี้
ก็ยังไม่ได้หลุดออกมาจากวิกฤตซึ่งทำให้ภาพลักษณ์ของโตโยต้าเสียหายหนัก
ในเวลาเดียวกับที่คู่แข่งรายสำคัญอย่าง เจเนอรัลมอเตอร์ส (จีเอ็ม)
กลับกำลังฟื้นตัวขึ้นมาอย่างรวดเร็ว
“ถึงแม้เวลานี้เราทราบแล้วว่า
ข้อบกพร่องที่เป็นชนวนทำให้ต้องมีการเรียกคืนรถมาซ่อมแซมกันมากมายนั้น
ไม่ใช่อยู่ที่ระบบอิล็กทรอนิกส์
แต่สิ่งที่เกิดขึ้นก็ยังคงเป็นความผิดพลาดบกพร่องอยู่นั่นเอง
และภาพลักษณ์ของแบรนด์โตโยต้าก็เสียหายไปเรียบร้อยแล้ว” ทัตสึยะ มิซูโนะ
นักวิเคราะห์ด้านรถยนต์แห่งบริษัทที่ปรึกษาด้านสินเชื่อมิซูโนะ
กล่าวให้ความเห็น “วิกฤตเรียกคืนรถคราวนี้ยังไม่จบ
และโตโยต้าก็กำลังอ่อนแอลงมากจากเรื่องนี้”
โตโยต้าซึ่งเมื่อก่อนเคยโด่งดังในเรื่องความปลอดภัย
กลับต้องตกอยู่ในวิกฤตโดยต้องเรียกคืนรถมาซ่อมถึงร่วมๆ 9
ล้านคันในช่วงระหว่างปลายปี 2009 จนถึงกุมภาพันธ์ปีที่แล้ว
สืบเนื่องจากจุดบกพร่องในเรื่องเบรกและคันเร่ง
ซึ่งเป็นต้นเหตุทำให้เกิดอุบัติเหตุจนมีผู้เสียชีวิตไปหลายๆ กรณี
เมื่อตอนที่รายงานการเกิดอุบัติเหตุของรถโตโยต้าทยอยออกมาเรื่อยๆ
และโตโยต้าก็ถูกฟ้องร้องตลอดจนถูกกล่าวหาว่าพยายามปกปิดอำพรางความผิดพลาด
ของตน NHTSA ก็ได้ดำเนินการสอบสวน
โดยเรียกใช้บริการทีมวิศวกรขององค์การนาซา
เพื่อตรวจสอบให้ละเอียดถี่ถ้วนว่าระบบควบคุมต่างๆ
ของโตโยต้าก็มีความบกพร่องด้วยหรือไม่
ข้อสรุปของการตรวจพิสูจน์ที่ดำเนินมา 10
เดือนได้นำออกเผยแพร่คราวนี้ยืนยันว่า
ข้อบกพร่องจนทำให้รถโตโยต้าเกิดอุบัติเหจึ มีสาเหตุจาก 2
จุดซึ่งทางบริษัทได้เคยออกมาแถลงแจกแจงแล้วเท่านั้น นั่นคือ
การที่คันเร่งเกิดอาการค้าง และพรมปูพื้นหลุดเข้าไปทำให้คันเร่งค้าง
รัฐมนตรีขนส่ง เรย์ ลาฮูด ของสหรัฐฯ
ซึ่งเมื่อตอนที่โตโยต้าถูกตรวจสอบไล่จี้อย่างหนัก
ได้เคยพูดว่ารถของบริษัทนี้ไม่มีความปลอดภัยนั้น ก็ได้กล่าวในวันอังคารว่า
รถโตโยต้ามีความปลอดภัยในการขับขี่
กระทั่งบุตรสาวคนโตของเขาก็ยังซื้อรถมินิแวน โตโยต้า เซียนา
มาใช้ตามคำแนะนำของเขา
หุ้นของโตโยต้าในโตเกียวทะยานขึ้น 5.16% เมื่อวันพุธ
และบริษัทก็แถลงว่า ผลการสอบสวน “ยืนยันความเชื่อถือได้”
ของระบบควบคุมลิ้นปิดเปิดอิเล็กทรอนิกส์ของโตโยต้า
อย่างไรก็ดี นักวิเคราะห์ด้านรถยนต์หลายราย เป็นต้นว่า เรียวอิชิ
ไซโตะ แห่ง มิซูโฮ อินเวสเตอร์ส ซีเคียวริตีส์ ชี้ว่า
แม้เรื่องนี้ถือเป็นข่าวดีสำหรับโตโยต้า
ทว่าบริษัทยังต้องเดินไปอีกไกลกว่าที่จะสามารถฟื้นตัวจากผลกระทบอันใหญ่โต
ของวิกฤตเรียกคืนรถคราวนี้ได้
ทั้งนี้ในปี 2008
โตโยต้าสามารถที่จะโค่นจีเอ็มตกลงมาจากตำแหน่งแชมป์ผู้ผลิตรถรายใหญ่ที่สุด
ที่ครองมายาวนานถึง 77 ปีได้สำเร็จ
ทว่านับแต่นั้นมาโตโยต้าเองก็กำลังต้องเผชิญกับผลกระทบหนักหนาสาหัสทั้งจาก
วิกฤตเศรษฐกิจ, การเรียกคืนรถ, และช่วงหลังๆ
มานี้ยังเจอเรื่องค่าเงินเยนแข็งเพิ่มเข้าไปอีก
ขณะที่บริษัทมีผลกำไรสุทธิในรอบ 9 เดือนของปีการเงินปัจจุบัน
(เม.ย.-ธ.ค.2010) เพิ่มเป็น 4 เท่าตัวของช่วงเดียวกันปีก่อนหน้า
ซึ่งนับเป็นการดีดตัวกลับอย่างแรงในช่วงหลังวิกฤต
ทว่าในปีที่แล้วโตโยต้ากลับสูญเสียส่วนแบ่งตลาดให้แก่คู่แข่งอื่นๆ
ในตลาดสหรัฐฯ ซึ่งเป็นตลาดใหญ่ที่สุดเป็นอันดับสองของบริษัท
และก็เป็นแห่งที่โตโยต้าถูกกระหน่ำหนักสุดจากการเรียกคืนรถ
“การสูญเสียส่วนแบ่งตลาดของโตโยต้าไม่เพียงเป็นเพราะความระแวงสงสัย
เกี่ยวกับความเชื่อถือไว้ใจได้ของระบบควบคุมอิเล็กทรอนิกส์ของบริษัท
เท่านั้น
หากแต่ยังเป็นเพราะความข้องใจเกี่ยวกับวิธีการที่บริษัทใช้ในการรับมือกับ
วิกฤตเรียกคืนรถคราวนี้ด้วย” ไซโตะแจกแจง
ไม่เพียงเท่านั้น นักวิเคราะห์หลายรายบอกว่า
เรื่องยุทธศาสตร์และความเป็นผู้นำในระยะยาวของโตโยต้า
ก็ยังคงเป็นคำถามที่ไม่มีคำตอบอันน่าพึงพอใจ
ในขณะที่โตโยต้ายึดมั่นเหนียวแน่นกับยุทธศาสตร์ของการสร้างรถประเภท
ไฮบริดลูกผสมใช้น้ำมันกับไฟฟ้าผสมผสานกัน พวกคู่แข่งอย่างเช่น มิตซูบิชิ
และ นิสสัน ก็ได้เริ่มเปิดตัวรถประเภทที่ใช้ไฟฟ้าล้วนๆ อย่างเช่น รถรุ่น
“ลีฟ” ของค่ายนิสสัน
“โตโยต้าจำเป็นที่จะต้องมีวิสัยทัศน์ทางยุทธศาสตร์สำหรับอนาคตให้มาก
ขึ้น
โดยที่เรายังมองไม่เห็นอย่างชัดเจนเลยว่าบริษัทกำลังมุ่งหน้าไปยังทิศทางไหน
แน่ๆ” มิซูโนะ กล่าว
ที่มา: Manager Online
ความหมาย : รูปถ่าย